ไซด์เวย์... กลุ่มพลังงานค้ำตลาด
KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันอังคารจะชะลอความร้อนแรง ดัชนีฯ มีแนวโน้มทรงตัวออก
ข้างหรืออ่อนบ้างแต่จะไม่หลุดแนวรับแรกที่ 925 จุด คาดว่าจะมีแรงขายหุ้นกลุ่มที่ขึ้นแรงมาก่อน
หน้านี้เพื่อเปลี่ยนเข้ากลุ่มพลังงานอีก อย่างไรก็ดีเนื่องจากกลุ่มพลังงานวิ่งขึ้นแรงเกือบ 7% ใน
ช่วงสองวันที่ผ่านมา คาดว่าราคาหุ้นพลังงานวันนี้จะประคองตลาดมากกว่าหนุนให้ตลาดพุ่งแรงๆ
สำหรับปัจจัยกำหนดทิศทางในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ยังเป็นค่าเงินบาท/ดอลลาร์ฯ ซึ่งมีความ
สัมพันธ์กับเม็ดเงินต่างประเทศไหลเข้า โดยตลาดปริวรรตเงินตราของไทยและเอเชียใน 1-2
วันนี้จะติดตามสถานการณ์ในจีนเป็นหลัก เนื่องจากประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ ปธน. โอบา
มา ลอว์เรน ซัมเมอร์ส อยู่ในช่วงเยือนจีนและตลาดเก็งว่าประเด็นค่าเงินหยวนแข็งอาจเป็นหนึ่ง
ในหัวข้อของการเยือนดังกล่าว ซึ่งหากเงินหยวนแข็งขึ้นเร็วและดันสกุลเงินเอเชีย ก็จะส่งผลดีต่อ
ทุนต่างประเทศที่เข้าซื้อทั้งพันธบัตรและหุ้นไทยอยู่ ณ ปัจจุบัน กลยุทธ์: สำหรับหุ้นกลุ่มหลักเช่น
พลังงานและแบงก์ให้ถือต่อไปก่อน เพื่อรอความชัดเจนของทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนในระยะสั้นๆ
นี้ หากกลุ่มพลังงานอ่อนตัวแนะนำให้เข้าซื้อใน PTT*, PTTCH*, TOP* รวมทั้ง SCC* ส่วนหุ้น
ขนาดกลางที่ขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้มองว่าจะยังถูกขายต่อเนื่อง ให้ชะลอการเข้าซื้อไปก่อน
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จะเสนอกระทรวงการคลังในการ
ขายหุ้น KTB* จำนวน 6,184 ล้านหุ้น คิดเป็น 55.31% แต่จากต้นทุนที่เข้าไปเพิ่มทุนให้กับ
KTB บวกค่าเสียโอกาสและดอกเบี้ยแล้วไม่น่าต่ำกว่า 20 บาท ต่อหุ้น เพื่อชำระบัญชีก่อนปิด
กองทุนฯ ปี 2556 ในการประชุมวันที่ 15 กันยายน นี้ โดยจะมีการหารือวิธีการขายซึ่งมีหลาย
แนวทาง ทั้งแบบเฉพาะเจาะจงให้นักลงทุนในประเทศก่อน หรือเปิดประมูล กองทุนฯ ยังไม่ได้
กำหนดราคาขายที่ชัดเจน (ที่มา: ข่าวหุ้น) ข่าวดังกล่าวจะมีผลเชิงบวกต่อราคาหุ้น KTB เรายังคง
ราคาเป้าหมายที่ 15.60 บาท (PBV of 1.4x, BVPS ที่ 11.13 บาท สำหรับ ครึ่งแรกของปี
2544)
อดีตนายกฯอานันท์สอบถามถึงคำอธิบายและเหตุผลรายชื่อ 11 ประเภทโครงการที่
เสนอ โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ลดลงจากข้อสรุปที่ได้จากคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ที่เดิมมี 18
โครงการ โดยจะเรียกให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่ายนัดพิเศษในวันที่ 10 ก.ย. เพื่อ
สอบถามข้อสงสัยดังกล่าว แม้ว่าประเด็นข่าวนี้อาจก่อให้เกิดความไม่มั่นใจต่อความชัดเจนของ
มาบตาพุด แต่เราเชื่อว่ารัฐบาลได้มีเหตุผลสนับสนุนการตัดสินใจไว้เรียบร้อยแล้ว และแม้ว่าใน
กรณีที่จะมีการประกาศโดยอ้างถึงรายชื่อกิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการ 4 ฝ่าย โครงการส่วน
ใหญ่ของ PTT* ก็ยังไม่เข้าข่ายถูกจัดว่าเป็นโครงการรุนแรงอยู่ดี ยังคงแนะนำ ซื้อ PTT ราคาเป้า
หมาย 310 บาท และ PTTCH ราคาเป้าหมาย 120 บาท
บริษัทไดนาสตี้ เซรามิค (DCC) ประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2553 เติบโตไม่ต่ำ
กว่า 15% YoY: แม้ทิศทางของผลการดำเนินงานใน 3Q53 คาดจะอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจาก
เป็นช่วงฤดูกาลที่มีการเก็บเกี่ยวพืชผลน้อยลง อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบ YoY ผลบวกจาก
การเปิดสายการผลิตใหม่อีก 6 แสนตร.มต่อเดือนและจำนวน Outlet ที่เพิ่มขึ้นเป็น 214 แห่ง
คาดจะช่วยผลักดันให้กำไรปี 2553 ขยายตัว 27% YoY เป็น 1.3 พันล้านบาท ดังนั้น ผลการ
ดำเนินงานที่ยังมีการเติบโตแข็งแกร่ง ประกอบกับการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอไม่ต่ำกว่า 6.7%
ต่อปี เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2553 เท่ากับ 55 บาทต่อหุ้น
AP เตรียมจัดตั้ง บ.ลูกเพื่อสนับสนุนงานก่อสร้างบ้านราคาถูก (2-3 ล้านบาท) โดยใช้
เทคโนโลยี prefabrication (เทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูปโดยใช้ระบบการเตรียมการก่อ
สร้างนอกพื้นที่ทำงาน ใช้อุปกรณ์สำเร็จรูป เเล้วมาประกอบที่ไซท์งาน) สองโครงการแรก ภายใต้
แบรนด์ใหม่ เตรียมเปิดเดือนพ.ย.นี้ เรามีความเห็นเป็นบวกกับข่าวนี้ เนื่องจากตลาดล่างเป็น
ตลาดที่ใหญ่ที่สุด และการแยกหน่วยธุรกิจใหม่ออกมาให้ผู้ชำนาญบริหาร เป็นกลยุทธ์ที่คู่แข่งบาง
รายได้ทำสำเร็จมาแล้ว แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.10 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 07/09/10 เวลา 9:57:43
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น