วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 07/09/53

ตลาดร้อนแรง พลังงานชนเป้า เลือกเข้าแบงก์ต่อ
เป็นรอบของพลังงาน ที่ดึงดูดความสนใจจนทำให้หุ้นอื่นอ่อนแอ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร
การส่งออก และค้าปลีก แสดงให้เห็นถึงความไม่สนใจต่อผลประกอบการไตรมาส 3/53 ว่าจะออก
มาดีหรืออ่อนแอ เป็นการไล่ล่าหุ้นที่ปลอดภัยมีอัพไซด์สูงกลับขึ้นมา นอกจากนี้กระแสการแข็งค่า
ของเงินบาท อันอาจจะมีผลให้ทางการมีการตัดสินใจดำเนินมาตรการสกัดเงินร้อน คล้ายกรณีที่
เกิดขึ้นในช่วง ธ.ค.49 ทำให้เงินไหลออกจากตลาดพันธบัตร ไหลเข้าตลาดหุ้นมากเป็นพิเศษ
เพราะในรอบปี2549 นั้น ตลาดหุ้นได้รับการยกเว้นเกี่ยวกับเรื่อง Capital Control รอบนี้หาก
เกิดขึ้นมาอีกก็คงเป็นเช่นเดียวกัน โดยเรื่องนี้ยังเป็นแนวคิดที่เราวิตกกังวลอยู่ผลกระทบต่อตลาด
หุ้นอาจมีบ้างแต่ไม่มาก แต่คาดว่าจะมีผลต่อเงินไหลเข้าใหม่ในช่วง ต.ค.-ธ.ค. สำหรับภูมิภาค
แนะนำหุ้นขึ้นต้องเริ่มขายทำกำไรออกบ้าง SCC เราให้เป้าหมาย 316 บาท PTTCH เราให้เป้า
หมาย 120 บาท PTTAR เป้าหมาย Trading คือ 26-27 บาท และ TOP เป้าหมาย 52 บาท
อุตสาหกรรมโรงกลั่นและปิโตรเคมีต้นน้ำ ยังได้รับการยอมรับว่าพ้นช่วง Mature มาแล้ว และเริ่ม
เป็น Declining ดังนั้นด้วยพื้นฐาน การก้าวกระโดดต้องเกิดจากการขยายกำลังการผลิตหรือมี
โรงงานใหม่ ซึ่งที่ยังดีอยู่ และมีกำไรโตในปีหน้าคือ SCC กับ PTTCH ซึ่งราคาก็ขึ้นชนเป้าหมาย
แล้ว แนะนำเน้นหนักไปทาง Take Profit ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่หวังต่อได้ของการขึ้น
จากระดับ 940 จุดนี้ขึ้นไปคือกลุ่มธนาคาร เราชอบ BBL และ KTB เพื่อการเล่นรอบนี้เป็นพิเศษ
และยังไม่ทิ้ง TRUE เป็นขึ้นซื้อลงซื้อ ถึง 7.7-8.8 บาท เช่นเดิม หุ้นเล่นเก็งกำไรในกรอบที่ยังเห
ลืออัพไซด์ เลือก TTA, PTT ส่วนหุ้น เด่นในรอบ ยกให้เป็น KTB กับ TRUE หุ้นตาม Flow
เลือก LH, BBL หุ้นพื้นฐานกลุ่มอาหาร-ยานยนต์-ยางพารา-Modern Trade-ไฟฟ้า ละไว้ในฐาน
เข้าใจว่าอนาคตดี แต่อาจยังไม่เล่นจริงจัง ตลาดร้อนแรงเกินกว่าจะสนใจ Earnings เวลานี้
แต่มีพอร์ตว่างและยังอยากได้ ต้องซื้อเวลา ปรับตัวลงอย่างนี้
กรอบวันนี้ แนวรับ 924 แนวต้าน 940

ปัจจัยวันนี้:
(+) KTB: กองทุนฟื้นฟูฯ นัดประชุม 15 ก.ย.นี้ ถกแผนขายหุ้นแบงก์กรุงไทย 55%มูลค่า
กว่า 1 แสนล้านบาท เตรียมเสนอคลังอนุมัติ เล็งแนวทางทั้งขายแบบเฉพาะเจาะจง และเปิด
ประมูล นำเงินไปชำระหนี้ ก่อนปิดตัวกองทุนในปี 2556หลังขาย “ไทยธนาคาร” และ “นครหลวง
ไทย” ได้ราคาดี ราคาต้นทุนเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 20 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อด้วยปัจจัยพื้นฐานของ
KTB ซึ่งเรามองเพียง 17 บาท ก็ยังมีอัพไซด์สำหรับการลงทุนช่วงนี้
(-/+)ช่วงนี้หุ้นกลุ่มอาหารอ่อนแอลง เพราะ 1.ตลาดหันเข้าลงทุนหุ้นตัวใหญ่ในกลุ่ม
พลังงาน ปิโตร เรือ 2.ราคาซอฟท์คอมมอดิตี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของกลุ่ม
อาหารสูงขึ้น 3.ค่าเงินบาทแข็งค่า รายได้ของอาหารส่งออกลดลงผลกระทบจึงเห็นได้ใน CPF,
TUF ที่ราคาปรับตัวลงมา ซึ่งเป็นผลกระทบที่เรายังเชื่อว่าผู้ประกอบการรายใหญ่บริหารจัดการ
ได้ดีกว่ารายเล็ก เราก็ยังแนะนำซื้อCPF ที่แนว 22.3-23.2 บาท ระยะปานกลางไม่น่าห่วงเพราะ
ไตรมาส 3/53 เป็นPeak Season กำไรดีใกล้เคียงไตรมาส 2/53 และ TUF แนะนำซื้อ 56
บาท +/- 2ระยะปานกลางไม่ห่วงมาก เพราะ 2H53 เป็นช่วงกำไรดี แต่ผลกระทบทั้ง 3 ข้อ
กระทบกับ TUF ผนวกกับพอพูดเรื่องเพิ่มทุนทีไร ก็ถูกเทขาย ลงทุนไปแล้วต้องยาวจริงจึงเห็นผล
บวก ระยะสั้นผันผวนเพราะบาทแข็งกระทบ TUF หนักกว่า CPF
(+)GLOW: ซื้อกลับอีก Gheco One ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจาก List ของกิจการ
รุนแรง เป้าหมาย 50 บาท





เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 07/09/10 เวลา 9:43:50

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น