แนวโน้มตลาดวันนี้
วานนี้ตลาดหุ้นไทยบวกเล็กน้อย ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 920.54 จุด เพิ่มขึ้น 1.20 จุด
(+0.13%) มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นมากที่ 4.8 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพิ่ม
อีก 3.3 พันล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 900-
928 คาดแรงขายทำกำไรระยะสั้นกดดันดัชนีปรับตัวทดสอบแนวรับระหว่างวันบริเวณ 915-912
ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจซื้อมากขึ้นจากประเด็นความชัดเจนมาบตาพุดและค่า
เงินบาทที่แข็งค่า S50U10 แท่งเทียนปิดเป็น HANGING MAN ดำต่ำลงเล็กน้อย Volume
เพิ่มขึ้นมาก แต่ Indicators เริ่มคงตัว คาดแนวโน้มดัชนีปรับตัวพักฐานแต่ยังยืนแนวโน้มขาขึ้น
แนวต้าน 634 แนวรับ 620 SET50 ดัชนีปิดเป็นแท่งเทียนดำสูงขึ้น Indicators คงตัว
Volume ลดลงมาก คาดดัชนียังปรับตัวขึ้นต่อตามแนว SMA กรอบแนวต้าน 639 แนวรับ 624
Gold Future GFV10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 18,520-18,640 GFZ10 เก็งกำไรระยะสั้น
ในกรอบ 18,610-18,690
กลยุทธ์ กลุ่มธนาคารยังคงแนะนำซื้อเก็งกำไรเล่นรอบระยะสั้น กลุ่มพลังงาน BANPU
มีแนวโน้มกลับตัวขึ้นจากราคาถ่านหินที่ปรับเพิ่มขึ้น PTT PTTEP RPC กลุ่มสื่อสาร DTAC
แนวรับ 45-44.75 ซื้อเล่นรอบ TRUEเน้นยืน 6.00 กลุ่มก่อสร้าง เก็งกำไร ITD STEC หุ้นราย
หลักทรัพย์ AIT UV สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น
TCCC THAI หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ ซื้อเพิ่มกลุ่มพลังงานเมื่อ
ปรับตัว นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเป็นปัจจัยบวกหลักต่อการคาดการณ์ระดับดัชนีเป้าหมายระยะ
กลางต่อไปที่ 924-949 ลดการลงทุน(ขายออก)บางส่วน
ดัชนี SET ดัชนีปิดเป็นแท่งเทียน INVERTED HAMMER ดำ สูงขึ้นตามเส้น
SMA 5วัน ปริมาณการซื้อขายลดลงเล็กน้อย แต่ยังปรับอยู่ในกรอบขาขึ้นต่อเนื่องตาม Trend
Line แนวรับ 916 แนวต้าน 933 ซื้อเก็งกำไรแนวรับ 916, ขายทำกำไรบางส่วนในลักษณะเล่น
รอบ
ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีแกว่งตัวในระหว่างวันมาก ทำให้แนวโน้มการทดสอบผ่านแนวต้าน
9,120 ทำได้ลำบากเนื่องจากนักลงทุนที่กลับเข้ามาเป็นการซื้อคืนของสถาบันในประเทศ รวมทั้ง
ซื้อล่วงหน้าบางส่วน ในขณะที่สัญญาณแท่งเทียนบ่งชี้ตลาดเริ่มอ่อนแรงและมีโอกาสปรับตัว แนว
รับ 8,800
ดัชนีฮั่งเส็ง นักลงทุนกลับมาซื้อเพิ่มขึ้นในลักษณะการเก็งกำไร และคาดว่าจะผ่านแนว
ต้าน 21,000 ขึ้นไป อย่างไรก็ตามความผันผวนไม่แน่นอนของตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศยัง
เป็นแรงกดดันต่อการผ่านแนวต้านดังกล่าว ทั้งนี้การปรับตัวเน้นยืนแนวรับ 20,560-20,450
(Analyst - ธวัชชัย tawatchai@globlex.co.th)
หุ้นแนะนำพิเศษ: TTW (5.50 ซื้อเป้าปี 53:6.10) คาดผลการดำเนินงาน 2H53
โตต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอีก 120,000 ลบม./วันเป็น 440,000
ลบม./วัน ส่วนด้านราคาคาดปรับตัวเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อโดย PTW(บริษัทลูก) จะปรับราคา
ขายตามอัตราเงินเฟ้อในเดือนก.ค.และ TTW จะปรับราคาตามอัตราเงินเฟ้อในเดือนธ.ค. โดยปีนี้
เราคาดกำไรสุทธิประมาณ 2,075 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 30%yoy
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
Stocks in trend
แนะนำ ซื้อเก็งกำไร PTT (ราคาปิด 269 เป้าหมาย 300), SCC (ราคาปิด 303
เป้าหมาย 324) ระยะสั้นได้ข่าวดีจากโครงการส่วนใหญ่ในมาบตาพุดเดินหน้าต่อ หลัง
ศาลปกครองกลางยกคำร้องรวมถึงโครงการโรงแยกก๊าซ 6 ของ PTT ด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่ม
NGO อาจจะมีการยื่นอุทธรณ์ในศาลปกครองสูงสุดต่อไปภายใน 30 วัน
ITD (ราคาปิด 3.64 แนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว เป้าหมาย 4) EGCO ได้ข้อสรุปเข้าซื้อหุ้น
บริษัท NTPC ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ในสัดส่วน 10% จาก ITD และจะเซ็น
สัญญาพร้อมชำระเงินภายในสิ้นปีนี้ คาด ITD จะได้กำไรจากการขายหุ้นในครั้งนี้ประมาณ 1000
ล้านบาท และอาจทำให้ผลประกอบการในปีนี้พลิกเป็นกำไร อย่างไรก็ตาม คาดว่า ITD จะถูก
ตลท.สั่งให้ซื้อขายในบัญชี Cash Balance ในสัปดาห์หน้า
LPN (ราคาปิด 10.10 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 12) ยอดขายพรีเซลในเดือน ก.ค. 53
ทำได้ดีกว่า 2.6 พันล้านบาท จากการเปิดขายโครงการลุมพินีเพลส พระราม 9 เฟส 2 มูลค่า
2.5 พันล้านบาท และเราคาดว่ายอดพรีเซลจะเติบโตโดดเด่นอีกครั้งในเดือน ต.ค.53 จากแผน
เปิดขายโครงการลุมพินีพาร์ค-ริเวอร์ไซด์ย่านพระราม 3 มูลค่าโครงการสูงถึง 5,000 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการคาดว่าจะมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งใน 4Q53 และคาดว่าจะมี
กำไรมากกว่าใน 2Q53 ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปแล้วเช่นกัน
AIT (ราคาปิด 39 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 48) ผู้บริหาร AIT มั่นใจรายได้และกำไรในปีนี้
จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 4 พันล้านบาท มากกว่าปี
ก่อนที่มีรายได้ 3.7 พันล้านบาท สำหรับเงินปันผลในช่วง 2H53 มีโอกาสสูงกว่าช่วงเดียวกันของ
ปีก่อนที่จ่าย 2.25 บาท/หุ้น ขณะที่เราคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลรวมทั้งปีสูงราว 10%
ปัจจุบันยังซื้อขาย PER ไม่สูงราว 7-8 เท่า
(Analyst - อำนาจ amnart@globlex.co.th)
ปัจจัยบวก
+ สหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใส ได้แก่ จำนวนผู้เข้ารับสวัสดิการว่างงานราย
สัปดาห์ลดลง 6,000 รายเหลือ 472,000 ราย ดีเกินจากที่คาดว่าจะแตะ 475,000 ราย ยอดทำ
สัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 5.2%
+ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1% ตามคาดเนื่องจากยังไม่
มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากภาวะถดถอยได้อย่างยั่งยืนและแข็งแกร่ง โดยยังมีปัจจัยลบจาก
การที่หลายประเทศมีการว่างงานในระดับสูง และรัฐบาลกำลังพยายามลดหนี้สาธารณะและยอด
ขาดดุลงบประมาณ
+ อัตราว่างงานของฝรั่งเศสในช่วง 2Q53 ลดลงสู่ 9.7% จาก 9.9% ในไตรมาสแรก
เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 2 ปีเนื่องจากบริษัทเอกชนเริ่มกลับมาจ้างงานอีกครั้ง ขณะที่
GDP ขยายตัว0.6% ดีขึ้นจากที่ขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาสแรก
+ ศาลปกครองกลางเพิกถอนใบอนุญาตเพียง 2 โครงการใน 76 โครงการที่ถูกระงับที่
มาบตาพุดซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดทำให้นักลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ต้องจับตาว่ากลุ่ม
NGO จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองหรือไม่
+ มูดี้ส์เตรียมปรับอันดับเครดิตประเทศไทยก่อนสิ้นปีนี้หลังจากมีมุมมองเชิงลบมานับ
ตั้งแต่เดือนธ.ค. ปี 51 จากเหตุการณ์กลุ่มพันธมิตรปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
+ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องหนุกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องและช่วย
หนุนดัชนี SET
ปัจจัยลบ
- ยอดขายรถยนต์ใหม่ในสหรัฐชะลอตัวลงในเดือนส.ค. โดยเป็นการลดลงของค่ายยักษ์
ใหญ่อย่าง GM ฟอร์ด มอเตอร์ และโตโยต้า และค่ายเล็กอย่างซูบารุ
- ตัวเลขยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ 30 มิ.ย. 53 เท่ากับ 4.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น
43% ของ GDP
- เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในกทม.สะท้อนถึงความไม่สงบเรียบร้อยที่ยังมีอยู่ทำให้
ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้
- เสถียรภาพของรัฐบาลยังไม่แน่นอนจากคดียุบ/ไม่ยุบพรรคซึ่งมีกำหนดนัดไต่สวน
พยานนัดสุดท้ายวันที่ 6 ก.ย.
ปัจจัยที่ต้องจับตา
* จับตาประธาน FED แถลงต่อคณะกรรมาธิการฝ่ายตรวจสอบวิกฤตการณ์การเงินของ
เมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ย.) เพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้มาตรการยับยั้งวิกฤตการณ์การเงิน
และแสดงมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบที่เป็นผลมาจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่
* เกิดเหตุแท่นขุดเจาะน้ำมันของบ.มารินเนอร์ เอ็นเนอร์จี ระเบิดในอ่าวเม็กซิโก ทั้งนี้
บริเวณอ่าวเม็กซิโกมีกำลังผลิต 1 ใน 3 ของกำลังผลิตน้ำมันในสหรัฐ จึงควรจับตาว่าจะมีผล
กระทบต่อราคาน้ำมันหรือไม่
* 3 ก.ย. สหรัฐจะประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค.ซึ่งนักวิเคราะห์
คาดตัวเลขจ้างงานเดือนส.ค.จะร่วงลง 100,000 ตำแหน่ง และดัชนีภาคบริการและดัชนีกิจกรรม
ทางธุรกิจเดือนส.ค.
* 6 ก.ย. กำหนดไต่สวนพยานนัดสุดท้ายคดียุบพรรคปชป.กรณีการใช้เงินกองทุนฯ 29
ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์
* 6-7 ก.ย. กำหนดประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
นโยบาย
(Analyst - วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)
Wall Street
Wall Street: ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 50.63 จุด ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 50.63 โดยตลาดได้แรงหนุนจากการ
เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใส โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานรายสัปดาห์และตัวเลขยอดขาย
บ้านที่เพิ่มขึ้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยนักลงทุนคลายความกังวลก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้าง
งานนอกภาคการเกษตรของเดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกใน
รอบสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ส.ค. ลดลง 6,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 472,000 ราย ทำสถิติลดลง
ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ
475,000 ราย ขณะที่ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ประ
จำเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 5.2% จากเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 79.4 จุด สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่
คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 74.9 จุด ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 50.63 จุด หรือ 0.49%
แตะที่ 10,320.10 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 9.81 จุดหรือ 0.91% ปิดที่ 1,090.10 จุด และ
ดัชนี Nasdaq ดีดขึ้น 23.17 จุด หรือ 1.06% ปิดที่ 2,200.01 จุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX เพิ่มขึ้น 1.11 เหรียญ ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสเช่นเดียวกับตลาด
หุ้นวอลสตรีท
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ต่อ
บาร์เรล โดยตลาดขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสเช่นเดียวกับตลาดหุ้นวอลสตรีท โดย
นักลงทุนเชื่อมั่นว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะส่งผลให้ความต้องการพลังงานปรับตัวสูงขึ้นใน
อนาคต ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 1.11
ดอลลาร์ ปิดที่ 75.02 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดล่วงหน้ากรุงลอนส่งมอบ
เดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 58 เซนต์ ปิดที่ 76.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/09/10 เวลา 10:40:23
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น