ลุ้นตลาดขึ้นต่อได้ แต่ควรเริ่มแบ่งส่วนขายทำกำไร และจังหวะซื้อน่ารอตอนพัก
แนวโน้ม: ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้แกว่งตัวผันผวนรุนแรงพอควรในช่วงบ่าย จากความไม่
ชัดเจนของข่าวการพิจารณาคดีโครงการในมาบตาพุดของศาลปกครองกลาง แต่สุดท้ายแล้วเมื่อ
มีความชัดเจน (รายละเอียดดูได้จากรายงานวันนี้) ก็ทำให้ SET ขยับกลับขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง
ขณะที่เช้านี้ตลาดต่างประเทศก็ยังสามารถเคลื่อนไหวในด้านบวกเป็นหลัก จากความมั่นใจต่อ
ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐมากขึ้น หลังตัวเลขเศรษฐกิจด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดแรง
งานของสหรัฐที่ประกาศเมื่อคืนนี้ดีขึ้นกว่าคาด โดยต้องติดตามดูตัวเลขการจ้างงานในคืนวันนี้อีก
ครั้ง แต่ก็ถือว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ SET วันนี้มีโอกาสที่จะกลับมาขยับบวกขึ้นต่อเนื่องได้อีก
อย่างไรก็ตามการที่ตลาดขยับขึ้นมาค่อนข้างเร็วและแรงพอควร ทำให้ยังคาดว่ายังมีโอกาสที่
SET จะอยู่ในลักษณะขยับขึ้นแต่มีการแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวัน และมีสิทธิที่จะมีการปรับพัก
ตัวลงไปเคลื่อนไหวในด้านลบมากขึ้น หรือปิดวันเป็นลบได้ด้วย ดังนั้นช่วงถัดจากนี้จึงควรหา
จังหวะขายทำกำไรเมื่อตลาดขยับขึ้นบ้าง ส่วนจังหวะซื้อใหม่ให้รอช่วงพักตัวลงของตลาด
กลยุทธ์: หาจังหวะขายทำกำไรเมื่อตลาดขยับขึ้นบ้าง ส่วนจังหวะซื้อรอช่วงตลาดแกว่งตัว
ย้อนลง โดยเน้นเลือกหุ้นที่ราคาตลาดต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานมากๆ เป็นหลัก ได้แก่
SCB, KBANK, BAY, TCAP, KCE, HANA, DELTA, LPN, QH, SIRI, SPALI , DCC,
GFPT, TTW และ BTS เป็นต้น นอกจากนี้วันนี้ยังน่าสนใจหุ้นที่ได้ประโยชน์จากความคืบหน้า
ของโครงการมาบตาพุด เช่น PTT, SCC และ GLOW ส่วน PTTCH แม้มี 1 โครงการที่ยังไม่
ปลดล๊อก แต่ผลกระทบต่อกำไรเล็กน้อย โดยจะได้ประโยชน์จากโครงการแยกก๊าซหน่วยที่ 6 ที่จะ
เปิดดำเนินการได้มากกว่า
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) มาบตาพุดเป็นบวก เราเห็นว่าคำพิพากษาเป็นบวกต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน
และโครงการที่ถูกระงับโครงการชั่วคราวที่ส่วนใหญ่ได้ถูกปลดล๊อกเป็นอย่างมาก มีเพียง 2
โครงการที่อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต คือโครงการ MEG ของ PTTCH และโครงการขยายกำลัง
การผลิตของ TPC (SCC ถือหุ้น TPC 45.64%) ทั้ง 2 โครงการนี้มีผลเพียงเล็กน้อยต่อ
PTTCH และ TPC ซึ่งทั้ง 2 โรงการจะต้องกลับเริ่มจัดทำ EIA และ HIAจนกว่าจะผ่านความ
เห็นชอบ อาจใช้เวลา 6 – 8 เดือน ส่วนโครงการที่ไม่ได้ถูกระงับ จะไปยื่นขอใบอนุญาตในการ
เปิดกิจการจากหน่วยงานภาครัฐ และอาจใช้เวลาทดลองเดินเครื่องอีก 1 – 2 เดือน ก็จะสามารถ
ผลิตเชิงพาณิชย์ได้lสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า ความเสี่ยงคือผู้ฟ้องยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล
ปกครองได้ภายใน 1 เดือน เรายังคงแนะนำซื้อ SCC (เป้าหมาย 330 บาท) PTTCH (เป้า
หมาย 135 บาท) PTT (เป้าหมาย 325 บาท) GLOW (เป้าหมาย 52 บาท)
• (+) เป็น Sentiment บวกกับอีกหลายกลุ่ม ประเด็นมาบตาพุดที่ชัดเจนยังส่งผลบวก
ชัดเจนที่สุดกับกลุ่มแบงก์ใหญ่หลังจากการลงทุนได้ชะงักงันไปช่วงหนึ่ง (KTB, SCB, BBL,
KBANK) กลุ่มนิคม (HEMRAJ ส่วน ROJNA และ AMATA ได้ทางอ้อมในแง่ความเชื่อมั่น)
กลุ่มรับเหมาและอื่นๆ (TRC, TTCL, TNDT, QLT)
• (-) ติดตามตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ คืนนี้ ตลาดคาดว่าการจ้างงานนอกภาค
เกษตรของสหรัฐจะลดลง 100,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. หากแย่กว่าคาด จะกดดัน Dow
Jones และตอกย้ำการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำไปอีกยาวนาน รวมทั้งการเพิ่มมาตรการอัดฉีดสภาพ
คล่องในระบบ ซึ่งจะกลายเป็นผลดีกับสินทรัพย์เสี่ยง และตลาดหุ้นในเอเชียอีกครั้ง
• Fund Flow วานนี้มีเม็ดเงินไหลเข้ามากขึ้นในตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเฉพาะแรงซื้อ
สุทธิในตลาดหุ้นไทยที่มากกว่าตลาดหุ้นอื่น ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการปลดล๊อกคดีมาบตาพุดเป็น
ปัจจัยบวกสำคัญต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของไทย หลังตัวเลขเศรษฐกิจหลายประเทศออกมา
ดีทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกผ่อนคลายลง ดังนั้นเรายังมองแนวโน้ม
กระแสเงินทุนยังไหลเข้าต่อเนื่อง และยังเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเม็ดเงินโยกย้ายมาจากตลาด
พันธบัตร เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น ค่าเงินบาทยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องยิ่งทำ
ให้มั่นใจว่าไม่น่าจะมี Fund Flow ไหลออกในช่วงนี้
Technical View : “ตลาดยังแกว่งตัวผันผวนให้เห็นอยู่เช่นเดิม ดังนั้นเทรดดิ้งระยะ
สั้นจึงยังต้องระวังแรงขายตามแนวต้านอยู่ แต่ถ้าไม่ย้อนต่ำกว่า 910 จุดเสียก่อน ก็ยังลุ้นดีดกลับ
ขึ้นหาแนวต้าน 935-940 จุดได้..ถ้าหลุด 910 รอใหม่ 900 จุด!!”
แนวรับ : 912-910** , 905-900***
แนวต้าน : 928-930**, 935-940***
Technical Picks:
SSI (Bt 1.84 เป้าเทคนิค 2-2.10 cut loss ถ้าหลุด 1.70)
STPI (Bt 31.50 เป้าเทคนิค 35-36 cut loss ถ้าหลุด 30)
SIRI (Bt 5.75 เป้าเทคนิค 6.30-6.50 cut loss ถ้าหลุด 5.50)
เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/09/10 เวลา 9:18:23
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น