วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 02/09/53

ตลาดกลับมาลุ้นขึ้นอีกครั้ง เน้นถือต่อเนื่อง..ส่วนเข้าใหม่รอจังหวะอ่อนตัวได้!!
แนวโน้ม: ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของทั้งจีนและออสเตรเลียเมื่อวานนี้ ส่งผลให้ตลาด
หุ้นในภูมิภาคขยับบวกขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เมื่อคืนนี้ตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐก็ออกมาดีเกิน
คาด ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปก็สามารถปิดเป็นบวกกันกว่า 2% ยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ยังเปิดบวกต่อเนื่องจากวานนี้ ส่วนตลาดหุ้นไทยนั้นช่วงนี้กลับมา
แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคอีกครั้ง จึงทำให้ FSS คาดว่า SET วันนี้จะยังคงเดินหน้าบวก
ต่อขึ้นไปได้ เพราะแรงซื้อจากนักลงทุนต่างประเทศเองก็เริ่มกลับมามียอดสูงในระดับ 1.8-2.5
พันล้านบาทต่อวันอีกครั้ง นอกจากนั้นในช่วงบ่ายวันนี้จะมีคำพิจารณาของศาลปกครองกลางคดี
โครงการในมาบตาพุด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะออกมาเป็นปัจจัยบวกให้กับหุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น PTT,
PTTCH, SCC, GLOW และอีกหลายบริษัทได้ รวมทั้งแรงซื้อในหุ้นกลุ่มแบงก์ที่เริ่มกลับมาดู
หนักแน่นขึ้นอีกครั้งในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาจากการขยับขึ้นของราคาหุ้น KTB, SCB,
KBANK, BBL น่าจะยังผลักดัน SET ให้บวกต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตามสำหรับการเข้าเทรดดิ้ง
เล่นตามรอบ ก็ยังต้องตามระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น ซึ่งคาดว่าจะยังมีแรงกดดันให้ตลาดแกว่ง
ตัวผันผวนในระหว่างวันได้ เหมือนในช่วงที่ผ่านมา
กลยุทธ์: ยังถือหุ้นเพื่อรอหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อตลาดขยับขึ้นแรงได้ ส่วนจังหวะซื้อ
อาจรอช่วงตลาดแกว่งตัวย้อนลงค่อยเข้ารับจากความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้น โดยเรายัง
เน้นเลือกหุ้นที่ราคาตลาดต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานมากๆ เป็นหลัก ได้แก่ SCB, KBANK,
BAY, TCAP, KCE, HANA, DELTA, LPN, QH, SIRI, SPALI , DCC, ROJNA,
GFPT, TTW และ BTS เป็นต้น

ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) จับตาศาลตัดสินคดีมาบตาพุดวันนี้ ศาลฯ อาจยกฟ้องโครงการที่ไม่ปฏิบัติตาม
กฎหมาย ซึ่งจะเป็นบวกกับ PTT, PTTCH, SCC, GLOW, TTCL, TNDT, QLT, TRC หลัง
จากวานนี้ ครม.ไฟเขียวประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรงไปแล้ว
• (+) TASCO เราปรับราคาเป้าหมายปีหน้าขึ้นเป็น 110 บาทจากเดิม 60 บาท โดย
ปรับกำไรในช่วง 5 ปีข้างหน้าขึ้นเฉลี่ย 25% ต่อปี และ re-rate PE ขึ้นเป็น 12 เท่า
• (+) BANPU ต้องการขายหุ้น 98.5 ล้านหุ้น (11%) ของ ITMG เพื่อนำเงินไปลงทุน
ใน Centennial และลดภาระการกู้เงิน เรามองเป็นบวกมากกว่าลบ การขาย ITMG ทำให้กำไร
ของ BANPU ลดลงเพียง 3.6% ในขณะที่ Centennial มีถ่านหินสำรอง 406 ล้านตัน สูงกว่า
ITMG ที่มีเพียง 280 ล้านตันเท่านั้น
• (+) STEC เราปรับราคาเป้าหมายไปใช้ปีหน้าเป็น 15 บาท จากเดิมที่ 8 บาท (ปีนี้)
โดยอิง PBV 3 เท่า ซึ่งเป็นระดับ PBV ในช่วง 2005 ที่มีระดับ Backlog 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่ง
ยังต่ำกว่า Backlog ในปัจจุบัน 3.4 หมื่นล้านบาท
• (+) Fitch มีมุมมองที่ดีต่อธนาคารพาณิชย์ไทย Fitch จัดชั้นธนาคารไทยว่ามีความ
แข็งแกร่งทาง Macro ระดับสูงสุด คำถามจากห้องประชุมว่าธนาคารใดมีความสามารถในการ
แข่งขันมากที่สุด ผู้บรรยาย (Mr.Vincent Milton, MD) ระบุว่ายกให้ SCB ล่าสุดกลุ่มธนาคาร
ไทยซื้อขายที่ PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเล็กน้อย แต่เติบโตมั่นคงและดีกว่า เราเชื่อว่า
กลุ่มธนาคารจะได้รับการ re-rating ในปีหน้า Top Picks ของเราคือ KBANK และ SCB ส่วน
หุ้นที่ laggard อยู่ได้แก่ SCB, KBANK, KTB, TCAP และ TISCO
• Fund Flow วานนี้ยังไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องจากวันก่อน แต่ขายหนัก
เฉพาะตลาดหุ้นไต้หวันที่ต่างชาติขายสุทธิสูงถึง 399 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเกาหลีใต้ขายสุทธิ
43.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยแต่ไม่มากทำให้โดยรวมดูเป็นเงินไหลออกอย่างไร
ก็ตามเชื่อว่าแนวโน้มกระแสเงินทุนจากต่างชาติจะยังไหลเข้าเนื่องจากข่าวดีจากตัวเลขผลผลิตอุ
สาหกรรมทั้งจีน สหรัฐและออสเตรเลียปรับขึ้นกันทั่วหน้าเชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนมั่งใจว่า
เศรษฐกิจโลกไม่ชะลอตัวมากกว่าที่เคยกลัวกัน ค่าเงินบาทยังคงแข็งแกร่ง

Technical View : “แรงซื้อยังหนักแน่น ถ้าผ่าน 925 จุดได้เทรดดิ้งตามต่อขึ้นหา 935-
940 จุดเพื่อทำกำไรตามรอบต่อ แต่ถ้ายังไม่ผ่านต้านแรกต้องระวังย้อนลงอยู่ ซึ่งรอลุ้นแรงซื้อตาม
แนวรับก่อนได้...นอกจากหลุด 905 จึงจะหยุดซื้อ!!”
แนวรับ : 914-910** , 905***
แนวต้าน : 925*, 935-940**

Technical Picks:
MCOT (Bt 27 เป้าเทคนิค 29-30 cut loss ถ้าหลุด 26)
BSEC (Bt 1.33 เป้าเทคนิค 1.44-1.52 cut loss ถ้าหลุด 1.28)
VNT (Bt 9.15 เป้าเทคนิค 10-10.50 cut loss ถ้าหลุด 8.80)




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 02/09/10 เวลา 9:58:11

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น