วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 02/09/53

Market Highlight
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดส่วนใหญ่ยังดูเป็นบวก คาดว่าจะช่วยหนุนให้ SETI แกว่ง
ตัวขึ้นต่อ (sideways/sideways up) โดยมีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 925~930 จุด
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำให้ “ลุ้นทางบวก” ต่อ โดย SETI มีแนวต้านถัดไปที่
บริเวณ 925 และ 980 จุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นระยะสั้นและกลางควรจะเลื่อนจุดหยุด
ขาดทุนมาที่ 905 และ 890 จุด ตามลำดับ
ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 61569;=ACCELERATION) คือ KBANK, PTT,
SCB สำหรับหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=DECELERATION) คือ GSTEEL, THCOM,
TRUE, TUF
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BGH (33.5/35.25), LPN (9.5/10.4), STA
(20.2/21.2)
การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร:

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
วันนี้ :
ASP XD @ 0.07 บาท, AYUD XD @ 0.50 บาท , EASTW XD @ 0.13
บาท, EGCO XD @ 2.50 บาท, IRPC XD @ 0.08 บาท, SCB XD @ 1.00 บาท, SCB-
P XD @ 1.00 บาท, UBIS XD @ 0.20 บาท
CCET-W2 SP ตั้งแต่วันที่ 2-28 ก.ย.53 (เพื่อการใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
ครั้งสุดท้าย)
SSE เปลี่ยนชื่อเป็น PLUS
คาดการณ์สัปดาห์หน้ามีหุ้นเข้าข่ายต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance ตามเกณฑ์
ตลท.คือ GSTEEL, ITD --ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Turnover List

พรุ่งนี้ :
ลูกหุ้นเข้า ICBCT 3.16 หมื่นหุ้น, PTT 3.38 ล้านหุ้น

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
2 ก.ย.53: ศาลปกครองกลางนัดฟังคำสั่งคดีโครงการมาบตาพุด (13:30 น.)
6 ก.ย.53: Labor Day (สหรัฐอเมริกา)
20 ก.ย.53:Respect for the Aged Day (ญี่ปุ่น)
21 ก.ย.53:สหรัฐกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
22-24 ก.ย.53: Mid-Autumn Festival (จีน)
23 ก.ย.53: The day following chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยยังเดินหน้าขึ้นต่อ โดย SETI +6.15 จุด (+0.68%) ปิดที่
919.34 จุด มูลค่าซื้อขาย 49,075 ล้านบาท

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,269.47 จุด (+2.5%), S&P 1,080.29 จุด (+3.0%),
NASDAQ 2,176.84 จุด (+3.0%), Nikkei 9,010.37 จุด (+0.9%), AOI 4,570.0 จุด
(+1.0%), KOSPI 1,774.01 จุด (+0.5%)
กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติและสถาบันซื้อสุทธิ +1,899 และ +622 ล้านบาท
ตามลำดับ ขณะที่ บล. และรายย่อยขายสุทธิ -538 และ -1,983 ล้านบาท ตามลำดับ
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $73.91 (+2.8%), BDI 2,741 จุด (+1.0%),
GRM $3.20 (-16.0%), ทองคำ $1,242.35 (-0.3%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงินบาทยังแข็งขึ้นต่อเนื่อง โดยซื้อขายที่ 31.13-31.20 บาท/
ดอลลาร์
เศรษฐกิจ: วันนี้ ลุ้นศาลตัดสินคดีฟ้องร้องหน่วยงานรัฐกรณีมาบตาพุดออกมาเชิงบวก
การเมือง: โผ ก.ตร. แต่งตั้ง รอง ผบ.ตร.-จตร.-ที่ปรึกษา ลงตัวเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้
เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นดูเป็นบวก ตราบใดที่ SETI ยังประคองตัว & 61619;900 จุด
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นบวก คาดว่าจะช่วยหนุนให้ SETI เดินหน้า
ขึ้นต่อ (sideways/sideways up) โดย SETI มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 925~930
จุด
ทางด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนว่าตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจ
อาจฟุบลงระลอก 2 (double-dip recession) ลดลง เห็นได้จาก ...
ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ดีดกลับ/ฟื้นตัวตามทิศทาง Wall
Street
ตลาดพันธบัตร: ดีดกลับเล็กน้อย ล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตร
US10Y=2.5802% [ความหมาย: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล& 61668;=แรงขายสินทรัพย์ที่
ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุนประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
ค่าเงินดอลลาร์: กลับอ่อนตัวลง ล่าสุด=82.517 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$& 61668;=แรง
ขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: ดีขึ้นเล็กน้อย (น้ำมัน& 61668;+ทองคำ& 61668;+BDI& 61664;) [ความหมาย: น้ำมัน
+BDI =สินทรัพย์เสี่ยง, ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำ “ลุ้นทางบวก” ต่อไป โดย SETI มีแนวต้านถัดไปที่
บริเวณ 925 และ 980 จุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ผู้เล่นระยะสั้นและกลางเลื่อน
จุดหยุดขาดทุนมาที่ 905 และ 890 จุด ตามลำดับ
ในระดับกลุ่ม ขอย้ำว่าเราได้แนะนำปรับน้ำหนักเพิ่ม CONMA จาก
UNDERWEIGHT เป็น NEUTRAL, ลด ICT และ TRANS จาก OVERWEIGHT เป็น
NEUTRAL,ลด AUTO จาก NEUTRAL เป็น UNDERWEIGHT แล้ว
ในระดับหุ้น หุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=“ACCELERATION”) คือ KBANK,
PTT, SCB หุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=“DECELERATION”) คือ GSTEEL, THCOM,
TRUE, TUF

แนวโน้มระยะกลาง:
หากมองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่าง
แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก
ดังนี้
แต่คนส่วนใหญ่กลับอยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เนื่องจาก “ความกลัว” หลายประการ
คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการ
ผลิตในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา
เพราะ ...
ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจ
โลกจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดง
ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
เราคาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ใน
เอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ เอเชียไม่ได้ประสบปัญหารุนแรงเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นมาถึงเป้าหมายที่บริเวณ 850~900 จุดแล้ว แต่
เชื่อว่าตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 61678;”) และ
ช่วงกลาง (“& 61640;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 61694;”) ของรูปแบบตัว “U”
การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
เห็นได้จากยอดขายและกำไรสุทธิ 1H53 ที่ฟื้นตัวถึง +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา:
ตลท.]
คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อ
ชุมชน” ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง+
ยังรักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชีย
แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังออกงบ 2Q53 แล้ว นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมายใหม่ โดยใช้ “ราคาเป้า
หมายปี 54” แทน “ราคาเป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้
คำอธิบาย: OVERWEIGHT=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าเป็นกลุ่มที่
ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าให้ผลตอบ
แทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHT=ควรลงทุนน้อยกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะ
ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะนำนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี
โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=น้ำหนักของหุ้นแต่ละกลุ่มในสูตรคำนวณ SETI, “ผลตอบแทนของตลาด”=
อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากดัชนี SET Total Return Index (SETTRI)
ทั้งนี้ TRI=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งรวม 1) กำไร/ขาดทุน
จากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น; 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน; 3) เงินปันผล โดยมีข้อสมมติว่าเงินปันผล
ถูกนำไปลงทุนซ้ำในหลักทรัพย์ตัวเดิมด้วย




เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 02/09/10 เวลา 10:29:17

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น