วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 01/09/53

Market Highlight
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดส่วนใหญ่ยังดูเป็นบวก คาดว่าจะช่วยหนุนให้ SETI แกว่ง
ตัวขึ้นต่อ (sideways/sideways up)
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำให้ “ลุ้นทางบวก” ต่อ โดย SETI มีแนวต้านถัดไปที่
บริเวณ 925 จุด อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ผู้เล่นระยะสั้นและกลางเลื่อนจุดหยุดขาดทุนขึ้นมาที่
895 และ 890 จุด ตามลำดับ
ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=ACCELERATION) คือ BEC, CK,
ITD, KTB, PTTEP, RATCH, TDEX สำหรับหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;
=DECELERATION) คือ BH, DTAC, LOXLEY, SSI, THAI, THCOM, TRUE,
TSTH
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BEC (31.25/33.75), CK (8.15/9.45), SCB
(92.75/97.25)
การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร:

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
วันนี้ :
LUXF XD @ 0.3223 บาท, PTTCH XD @ 1.45 บาท, SPACK XD @ 0.62
บาท

พรุ่งนี้ :
ASP XD @ 0.07 บาท, AYUD XD @ 0.50 บาท , EASTW XD @ 0.13
บาท, EGCO XD @ 2.50 บาท, IRPC XD @ 0.08 บาท, SCB XD @ 1.00 บาท, SCB-
P XD @ 1.00 บาท, UBIS XD @ 0.20 บาท
CCET-W2 SP ตั้งแต่วันที่ 2-28 ก.ย.53 (เพื่อการใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
ครั้งสุดท้าย)
SSE เปลี่ยนชื่อเป็น PLUS

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
2 ก.ย.53: ศาลปกครองกลางนัดฟังคำสั่งคดีโครงการมาบตาพุด (13:30 น.)
6 ก.ย.53: Labor Day (สหรัฐอเมริกา)
20 ก.ย.53:Respect for the Aged Day (ญี่ปุ่น)
21 ก.ย.53:สหรัฐกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
22-24 ก.ย.53: Mid-Autumn Festival (จีน)
23 ก.ย.53: The day following chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)

Economics & Politics
ข่าวในประเทศ:
“ธปท. ชี้ภาวะเศรษฐกิจไทย ก.ค. ยังเติบโต แต่ชะลอจากเดือนก่อน”
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยเครื่องชี้เดือน ก.ค. 53 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอ
ลง เมื่อเทียบกับการขยายตัวในเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI)
เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 ชะลอลงเล็กน้อยจากที่เร่งขึ้นมากในเดือนก่อน และอุปสงค์จากต่างประเทศ
ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยการส่งออกในเดือนนี้เพิ่มขึ้น 21.2%YoY แต่ชะลอตัวจากเดือน
ก่อนที่เพิ่มขึ้น 47.1% แต่การส่งออกยังขยายตัวดีในทุกหมวด ยกเว้นการส่งออกสินค้าเกษตรที่
ได้รับผลกระทบจากด้านราคาที่ขยายตัวสูง
การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ตามการชะลอตัวของการบริโภค
ภาคเอกชนและการส่งออก โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 16.3%YoY ชะลอลงจาก
เดือนก่อนที่ขยายตัว 21.9% ส่วนหนึ่งเนื่องจากการผลิตได้เร่งตัวสูงขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า และ
อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานบางส่วน ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและ
ผลิตภัณฑ์เคมี และการขาดแคลนวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอาหาร
ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย โดยในเดือน
นี้นักท่องเที่ยวต่างประเทศมีจำนวน1,258,000 คน ขยายตัว 14.9%YoY จากการเพิ่มขึ้นของ
นักท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียนและจีน ประกอบกับอัตราการเข้าพักโรงแรมอยู่ที่ร้อยละ 46.9 สูงขึ้น
จากเดือนก่อนที่ร้อยละ 37.3
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศ ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นจากเดือน
ก่อนตามราคาอาหาร และอัตราการว่างงานลดลงจากเดือนก่อน จากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน
ในภาคอุตสาหกรรมและการค้า ส่วนเสถียรภาพต่างประเทศ ยังคงแข็งแกร่งแม้ดุลการค้าและดุล
บัญชีเดินสะพัดขาดดุล แต่ดุลการชำระเงินเกินดุล และเงินทุนสำรองทางการอยู่ในเกณฑ์มั่นคง

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวาน ตลาดหุ้นไทยยัง “แข็งเกินคาด” โดยเดินหน้าขึ้นต่อท่ามกลางภาวะตลาดหุ้น
โลกที่ผันผวน ทั้งนี้ SETI +3.54 จุด (+0.39%) ปิดที่ 913.19 จุด มูลค่าซื้อขาย 46,160 ล้าน
บาท

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,014.72 จุด (+0.1%), S&P 1,049.33 จุด (+0.04%),
NASDAQ 2,114.03 จุด (-0.3%), Nikkei 8,869.62 จุด (+0.5%), AOI 4,507.6 จุด
(+1.6%), KOSPI 1,760.82 จุด (+1.0%)
กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติยังซื้อสุทธิ +2,419 ล้านบาท ขณะที่สถาบัน, บล. และ
รายย่อยขายสุทธิ -108, -481, และ -1,830 ล้านบาท
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $71.92 (-3.7%), BDI 2,713 จุด (+0.0%),
GRM $3.81 (+10.4%), ทองคำ $1,245.65 (+0.8%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงินบาทยังแข็งขึ้นต่อเนื่อง โดยซื้อขายที่ 31.22-31.27 บาท/
ดอลลาร์
เศรษฐกิจ: ธปท. ชี้เศรษฐกิจ ก.ค. ยังขยายตัวดี แต่ชะลอจากที่ขยายตัวสูงมากในช่วง
ก่อน โดยดัชนีการบริโภคเอกชน +5.1%yoy และผลผลิตอุตสาหกรรม +16.3%yoy
การเมือง: เมื่อวานนี้ เกิดเหตุยิง M79 ใส่ลานจอดรถสถานีโทรทัศน์ NBT ถ.วิภาวดีรัง
สิต
เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นดูเป็นบวก ตราบใดที่ SETI ยังประคองตัว & 61619;900 จุด
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดส่วนใหญ่ยังดูเป็นบวก คาดว่าจะช่วยหนุนให้ SETI แกว่ง
ตัวขึ้นต่อ (sideways/sideways up) โดยเรายังมองแนวต้านถัดไปของ SETI ที่บริเวณ 925
จุด
ทางด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนว่าตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่
เศรษฐกิจอาจฟุบลงระลอก 2 (double-dip recession) อยู่ เห็นได้จาก ...
ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่แกว่งตัวขึ้นตามทิศทาง Wall Street
ตลาดพันธบัตร: ยังลงต่อ ล่าสุด อัตราผลตอบแทน US10Y=2.4700% [ความหมาย:
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล& 61668;=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุนประเมิน
แนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
ค่าเงินดอลลาร์: แกว่งตัวแคบ ล่าสุด=83.124 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$& 61668;=แรงขาย
สินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: ยังดูสับสนไร้ทิศทาง (น้ำมัน& 61670;+ทองคำ& 61668;+BDI& 61664;) [ความหมาย:
น้ำมัน+BDI =สินทรัพย์เสี่ยง, ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำ “ลุ้นทางบวก” ต่อไป โดย SETI มีแนวต้านถัดไปที่
บริเวณ 925 จุด อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ผู้เล่นระยะสั้นและกลางเลื่อนจุดหยุดขาดทุนมาที่
900และ 890 จุด ตามลำดับ
ในระดับกลุ่ม เราแนะนำปรับน้ำหนักเพิ่ม CONMA จาก UNDERWEIGHT เป็น
NEUTRAL, ลด ICT และ TRANS จาก OVERWEIGHT เป็น NEUTRAL,ลด AUTO
จาก NEUTRAL เป็น UNDERWEIGHT
ในระดับหุ้น หุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=“ACCELERATION”) คือ BEC, CK,
ITD, KTB, PTTEP, RATCH, TDEX หุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=“DECELERATION”)
คือ BH, DTAC, LOXLEY, SSI, THAI, THCOM, TRUE, TSTH

แนวโน้มระยะกลาง:
หากมองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่าง
แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก
ดังนี้
แต่คนส่วนใหญ่กลับอยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เนื่องจาก “ความกลัว” หลายประการ
คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการ
ผลิตในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา
เพราะ ...
ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจ
โลกจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดง
ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
เราคาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ใน
เอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ เอเชียไม่ได้ประสบปัญหารุนแรงเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นมาถึงเป้าหมายที่บริเวณ 850~900 จุดแล้ว แต่
เชื่อว่าตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 61678;”) และ
ช่วงกลาง (“& 61640;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 61694;”) ของรูปแบบตัว “U”
การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
เห็นได้จากยอดขายและกำไรสุทธิ 1H53 ที่ฟื้นตัวถึง +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา:
ตลท.]
คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อ
ชุมชน” ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง+
ยังรักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชีย
แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังออกงบ 2Q53 แล้ว นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมายใหม่ โดยใช้ “ราคาเป้า
หมายปี 54” แทน “ราคาเป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้
คำอธิบาย: OVERWEIGHT=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าเป็นกลุ่มที่
ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าให้ผลตอบ
แทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHT=ควรลงทุนน้อยกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะ
ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะนำนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี
โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=น้ำหนักของหุ้นแต่ละกลุ่มในสูตรคำนวณ SETI, “ผลตอบแทนของตลาด”=
อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากดัชนี SET Total Return Index (SETTRI)
ทั้งนี้ TRI=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งรวม 1) กำไร/ขาดทุน
จากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น; 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน; 3) เงินปันผล โดยมีข้อสมมติว่าเงินปันผล
ถูกนำไปลงทุนซ้ำในหลักทรัพย์ตัวเดิมด้วย








เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 10:40:19

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น