ชะลอการปรับขึ้น...แต่ยังถือหุ้นได้
KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันพฤหัสฯ จะชะลอความร้อนแรง ดัชนีฯ น่าจะแกว่งตัวกรอบ
แคบตามการปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมีข่าวลบเล็กๆ จากการลดเงินปันผลของ บ.
ไมโครซอฟท์ และตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับลง อย่างไรก็ดีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นต่อนโยบาย
การเงินและนโยบายค่าเงินของไทยจะยังเป็นผลดีต่อทุนต่างประเทศไหลเข้าและจำกัดการปรับลง
ใดๆ ของดัชนีฯ โดยวานนี้ รมว. คลัง กล่าวว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งขึ้นต่อไปตามพื้นฐาน
เศรษฐกิจและขณะนี้ยังไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันมากนัก ขณะที่รองผู้ว่า ธปท. ก็
ออกมาชี้ว่านโยบายการเงินจากนี้ไปจะเน้นเสถียรภาพราคาเป็นหลัก ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของ
KGI มองว่าดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นต่อไปที่ 2.25% ณ สิ้นปี 2553 (จากปัจจุบันที่ 1.75%) และก็
จะเป็นหนึ่งเหตุผลที่เงินบาทน่าจะแข็งต่อ ส่วนปัจจัยเด่นในประเทศวันนี้คือการตัดสินของศาล
ปกครองสูงสุดเวลา 9.00 น. ว่าด้วยการประมูล 3 จี ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ได้ส่งสัญญาณมาแล้ววานนี้
ว่าอาจต้องมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจของ กทช. อีก ซึ่งหากเป็นเช่นนี้
เงื่อนเวลาก็จะยืดยาวออกไปเช่นกัน กลยุทธ์: แนะนำถือหุ้นหลักเช่นธนาคารและพลังงานต่อ รอ
ติดตามข่าวสารเรื่อง 3 จี รวมทั้งปริมาณการเข้าซื้อขายของทุนต่างชาติ กรณีมีแรงขายทำกำไร
ในวันแนะให้เก็บหุ้นใหญ่ที่เราชอบเช่น BANPU*, SCC* และ PTTCH* เป็นต้น สำหรับวันนี้
ตลาดมีแนวรับที่ และแนวต้านที่ 950 และแนวรับใกล้มากที่ 944 จุด ถัดไป 933 จุด
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
รมว.คลัง กรณ์ จาติกวณิช ให้ความเห็นว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจาก
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง และ แนะนำให้ผู้ส่งออกมองตลาดที่ค่าเงินแข็งค่าเทียบกับ
ดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าค่าเงินบาท เช่น มาเลเซีย และ ญี่ปุ่น ผู้ส่งออกอาจจะสามารถปรับราคา
ให้สูงขึ้นได้เนื่องจากราคาสินค้าไทยมีราคาถูก สำหรับผู้ประกอบการในประเทศจะได้ประโยชน์
จากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทโดยเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่วน
ผู้นำเข้าจะได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบและเครื่องจักรถูกลง
3 สมาคมอสังหาฯยันไตรมาส 4 อสังหาฯ ยังดี เชื่อขึ้นดอกเบี้ยไม่กระทบแน่ ชี้เข้าสู่ยุค
ทองทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า แม้ว่ายังมีความ
กังวลเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นแต่ในความเป็นจริง ดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นเป็นเพียง
ดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ดอกเบี้ยทั่วไปไม่ได้ปรับขึ้น ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ยังจับมือกับผู้
ประกอบการให้สินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมไปถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ก็ไม่น่าจะทำให้อัตรา
ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นมาก จึงคิดว่าแนวโน้มตลาดบ้านจัดสรรขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรมาทำให้เกิด
ภาวะล้นตลาด นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่าคอนโดมิเนียมใกล้
แนวรถไฟฟ้าอยู่ในภาวะเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เป็นยุคทองของผู้บริโภคด้วยที่
สามารถซื้อคอนโดมิเนียมพร้อมแคมเปญพิเศษต่างๆ ขณะที่นายกิตติพล ปราโมช ณอยุธยา
นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ลูกค้าชาวต่างชาติจะยัง
ไม่ค่อยกลับมามากนักแต่ก็มีบางโครงการของนักลงทุนชาวต่างชาติที่เคยชะลอการขายไปก่อน
หน้านี้ได้กลับมาทำตลาดอีกครั้ง
RAIMON กลับมาลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยอีกครั้ง หลังการเปลี่ยนแปลงทีมผู้
บริหารในปี 2552 โดยเริ่มจากการลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมหรู “185 ราชดำริ” มูลค่า
9.2 พันล้านบาท (คอนโดมิเนียม 35 ชั้น จำนวน 268 ห้อง ราคาขาย 2.5 แสน – 3.5 แสนบาท
ต่อตรม. หรือประมาณ 12-300 ล้านบาทต่อ 1 ยูนิต) ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมียอดขายแล้ว
ประมาณ 20% (1.8 พันล้านบาท) คาดการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2556
นายกฯ อภิสิทธิ์ ระบุว่าอาจต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นที่ กทช. มีอำนาจ
หรือไม่ในการให้ใบอนุญาต 3G โดยแม้ในวันนี้ศาลปกครองสูงสุดให้เปิดประมูลระบบ 3G ได้
(กำหนดอ่านคำตัดสิน 9.00 น.) ก็ต้องส่งเรื่องนี้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความและต้องดูท่าทีของก
ทช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร และต้องดูว่า กสท. จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 23/09/10 เวลา 9:21:23
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น