วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/09/53

SET คาดว่าจะแกว่งตัว 940-950 จุด ความผันผวนนี้จะเกิดจากความหวังและความ
เสี่ยงของหุ้น ICT ในกรณี 3G ที่จะมีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด AOT ได้ประโยชน์จากการฟื้น
ตัวของธุรกิจท่องเที่ยว จำนวนผู้โดยสารเติบโตแข็งแกร่ง คาดกำไรปีหน้าโต 68% STEC ลงทุน
ระยะยาว 3-5 ปีจากการเข้าสู่ช่วงลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคครั้งแรกในรอบ 15 ปี
Backlog สูงเป็นประวัติการณ์

ประเด็นสำคัญวันนี้
3G Update เช้านี้ 9.00 น. ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งใดในกรณีกทช.อุทธรณ์
คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุดขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ให้ กทช. ระงับการ
เปิดประมูลใบอนุญาต 3G ตามที่ กสท.ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางขอให้มีคำสั่ง
เพิกถอนประกาศของ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อ
ประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz หรือ 3G และ กสท.
ในฐานะผู้ฟ้องคดีต้องทำคำแก้อุทธรณ์ ซึ่งวันนี้ถ้าศาลปกครองสูงสุดยกเลิกคำสั่ง
คุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว กทช. น่าจะเริ่มประมูลได้ภายใน 2 วัน แต่ถ้ายืนตามศาล
ปกครองกลาง การประมูลจะถูกยกเลิกไปทันที รอจนกว่า ครม.จะผ่านร่าง พรบ.
กสทช. และสรรหากรรมการ ซึ่งการประมูล 3G จะเกิดขึ้นภายใต้ กสทช. คาดว่าจะ
ใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน-1ปี หรืออาจจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาก่อน
เพื่อพิจารณาร่างดังกล่าว คาดว่าจะไม่สามารถจบได้ในเร็วๆ นี้ ดังนั้นจึงยังคงเป็น
ความเสี่ยงต่อการลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการประมูล 3G ทั้ง 3 บริษัทคือ ADVANC
DTAC และ TRUE
AOT “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 55 บาท คาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากการพื้นตัว
ของการท่องเที่ยวใน 4Q10 และ 1Q11 จำนวนผู้โดยสารที่เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
การให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมขึ้นลงอากาศยาน 15% และค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศ
ยาน 50% ที่จะสิ้นสุดลงในเดือน ธ.ค. จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรให้เติบโต 68%
y-y ในปี FY11 ราคาหุ้นปัจจุบันยังคง underperformed SET ราว 28% ปัจจุบันซื้อ
ขายที่ EV/EBITDA ที่เพียง 6.5 เท่าในปี FY11F และ 6.3 เท่าในปี FY12F ต่ำกว่า
ในอดีตที่ 8-12 เท่า เทคนิค Trading กรอบ 39-42 บาท มีแนวต้านหลัก 43.50 บาท
STEC “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18.00 บาท ลงทุนระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า การเริ่ม
เข้าสู่ช่วงลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคของประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี
นโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบผ่านโครงการก่อสร้างต่างๆ
รวมทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโต ผลักดันให้ STEC มีมูลค่า backlog
ในปัจจุบันสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งใน 2
ปีข้างหน้า ปริมาณงานก่อสร้างที่มีจำนวนมากยังช่วยบรรเทาการแข่งขันด้านราคา
ซึ่งจะทำให้ STEC สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงได้ต่อเนื่อง คาดว่าใน
2 ปีข้างหน้าบริษัทจะทำกำไรได้ 2 เท่า จากกำไรปัจจุบัน มุมมองทางเทคนิค
Trading ทะลุ 12.90 บาทได้ จะขึ้นมาแกว่งในกรอบสูงขึ้นช่วง 12.90-13.50 บาท
และมีแนวต้านหลักที่ 14 บาท

สรุปภาพตลาดวานนี้
SET ปิดบวก 7.79 จุด ขึ้นทำยอดสูงใหม่ในรอบ 14 ปี ที่ 648 จุด สวนทิศทาง
ของตลาดในภูมิภาค จากแรงซื้อหลักของนักลงทุนต่างชาติ 4244 ลบ. สะท้อน
กลับมาที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำยอดสูงสุดใหม่เช่นกัน
DJ ปิดลบเล็กน้อย -0.20% น้ำมันดิบ NYMEX ปิด -0.35%





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 23/09/10 เวลา 9:00:28

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น