Market Recap and Trend: SET มีแนวโน้มปรับขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 944 จุด
จากปัจจัยบวกของการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ
การปรับสูงขึ้นของตลาดภูมิภาค และการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ
โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่องมากถึง 3,609 ล้านบาท ส่งผลให้ SET ปรับเพิ่มขึ้น
แรง 1.54% โดยปิดตลาดที่ 937.21 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 32,541 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะปรับสูงขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ทำไว้ในช่วงต้นเดือนก.ย.
ที่บริเวณ 940-944 จุด จากแนวโน้มการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ เห็นได้จากค่าเงิน
บาทที่แข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 30.7 บาท/ดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ จากมาตรการ ธปท.ที่เน้นสร้างความสมดุลย์
ระหว่างเงินทุนไหลออกกับเงินทุนไหลเข้า ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงท่าทีต่อการปรับ
ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ FED ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.25% เมื่อคืนที่ผ่าน
มา และมีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำต่อไปจนถึงปลายปี 54 (เดิมคาด FED จะขึ้น
อัตราดอกเบี้ยในช่วงปลาย 2Q54-ต้น 3Q54) คาดว่าจะทำให้เงินทุนไหลเข้าประเทศไทยอย่าง
ต่อเนื่องในระยะกลาง-ยาว ซึ่งเป็นผลบวกต่อแนวโน้ม SET เช่นกัน
Investment Strategy: อาจต้องกลับมาเพิ่มพอร์ตในราคาที่สูงกว่าเดิม จากแนวโน้มการไหล
เข้าของเงินทุนที่ยังหนาแน่น
ความกังวลที่คลี่คลายลงไปมากต่อมาตรการพิเศษที่ ธปท.จะนำเข้ามาใช้ในการสกัด
กั้นการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาท หลังจากที่ ธปท.แสดงท่าทีชัดเจนต่อแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วง
ที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังไม่มีการใช้นโยบายควบคุมเงินไหลเข้าอย่างมาตรการกันสำรองตราบ
เท่าที่ค่าเงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่าขึ้นตามค่าเงินภูมิภาค ซึ่งทำให้เงินทุนจากต่างประเทศไหล
กลับเข้ามาในตลาดหุ้นอีกครั้ง และอาจทำให้อาจจำเป็นต้องกลับมาเพิ่มหุ้นในพอร์ตเป็น 80%
ในราคาที่แพงกว่าเดิม (เราแนะนำลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตจาก 80% เป็น 60% ที่ 926 จุด)
โดยเฉพาะในกรณีที่ SET ปรับสูงขึ้นทะลุ 940 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 3
หมื่นล้านบาท เราแนะนำนักลงทุนเพิ่มสัดส่วนหุ้นในพอร์ตกลับเป็น 80% อีกครั้ง ตามโมเมนตัม
SET ที่แข็งแกร่งตามการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ...สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ แนะนำ ซื้อ
กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะมีการปรับประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐานเพิ่มขึ้น ในช่วงนี้ ได้แก่
BANPU, IVL, PTTCH, KTB, BBL, KBANK, KK, และ TISCO
Futures Strategy :
แนะนำเปิดสถานะ LONG สัญญา S50Z10 โดยมี Trailing Stop ที่ 642 จุด (ดู
รายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO :
เพิ่ม IVL, PTTCH, MINT และ KTB เข้ามาอยู่ในกลุ่มหุ้น Top Picks
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.4% สูงกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ -0.1% (Update วันที่ 20 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +0.4% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET
ที่มีอัตราผลตอบแทน -0.1% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 0.5% แต่
หากพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +238% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +32% อยู่ 156% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมีอัตรา
ผลตอบแทน 47% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 26% อยู่ 21% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
CPALL และ QH เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 4.0%
และ 3.1% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งสง่ ผลดีต่อแนวโนม้ ผลการดำเนินงาน) QH (คาดว่า
ผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มี
ประเด็นบวกจากการขายหุ้น ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินใน
อนาคต) ขณะที่นำ ADVANC ออกจากพอร์ต เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการเปิดประมูล 3G ที่
ล่าช้าออกไป
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.07% ขณะที่ดัชนี S&P 500
ปิดลดลง 0.26% โดยได้แรงหนุนจากการที่คณะกรรมการเฟดได้แสดงความพร้อมที่จะใช้
มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่
ระดับเป้าหมายของเฟด นอกจากนี้ คณะกรรมการเฟดยังมีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คง
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0-0.25% อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนและดัชนี
เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่คณะกรรมการเฟดไม่ได้ประกาศใช้
มาตรการใดๆที่ชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งแถลงการณ์ภายหลังการประชุมที่บ่งชี้ว่า
เศรษฐกิจสหรัฐยังคงอ่อนแอ
• ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนต.ค. ลดลง 1.34
ดอลลาร์ ปิดที่ 73.52 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบหลังจากคณะกรรมการ
เฟดเผย เฟดมีความพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็นเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของ
เศรษฐกิจ แต่เฟดไม่ได้ประกาศใช้มาตรการใดๆที่ชัดเจนในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ รวมทั้ง
แถลงการณ์ภายหลังการประชุมที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงอ่อนแอ
• ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก นักลงทุนเทขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
หลังจากคณะกรรมการเฟดได้แสดงความพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อ
สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับเป้าหมายของเฟด ทั้งนี้
นักลงทุนกังวลว่าจะมีเม็ดเงินดอลลาร์หลั่งไหลเข้าสู่ระบบการเงินมากขึ้นหากเฟดตัดสินใจดำเนิน
การดังกล่าวในวันข้างหน้า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอก
จากนี้ คณะกรรมการเฟดยังมีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0-
0.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
• ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 66 จุดมาที่ 2,562 จุด สิ้นสุดฤดูการเก็บสต็อก
วัตถุดิบและสินค้าคงคลัง คาดว่าค่าระวางเรือจะมีทิศทางผันผวนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยภาพ
ค่าระวางเรือจะถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี
53 จะเพิ่มขึ้นกว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่มีการเลื่อนการส่งมอบโดยผู้ประกอบ
การทั้ง TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดใน
ช่วงปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่อง
จากอายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:37:27
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น