วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/09/53

หลังจากรับแล้ว..ถัดจากนี้เน้นถือรอ 950 หรือสูงกว่า ส่วนเล่นสั้นระวังแถว 940
แนวโน้ม: เมื่อวานนี้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายพอสมควร
โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศกลับมามียอดซื้อสุทธิต่อวันสูงถึงกว่า 3.6 พันล้าน
บาท ขณะที่มาตรการดูแลค่าเงินของแบงก์ชาติที่ประกาศออกมาวันก่อน ก็ช่วยให้นัก
ลงทุนคลายกังวลเพราะไม่ได้มีผลกระทบต่อตลาดหุ้น รวมทั้งไม่น่าจะทำให้ค่าเงิน
บาทอ่อนค่าลงรวดเร็วนัก ซึ่งล่าสุดค่าเงินบาทยังแข็งค่ากลับมาที่ระดับใกล้เคียงกับ
วันก่อนหน้าที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนอีกครั้งแล้วด้วย นอกจากนี้คาด
ว่าเม็ดเงินที่ไหลออกจากหุ้นกลุ่มสื่อสารบางส่วน ได้เริ่มย้ายไปลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่นๆ
ที่นักลงทุนมองว่ายังมีศักยภาพแทน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มแบงก์และพลังงาน ซึ่ง
BANPU ก็มีข่าวดีรองรับพอดี ดังนั้นแม้ว่า SET ยังมีปัจจัยเรื่องการประมูล 3G กดดัน
อยู่ โดยยังต้องรอดูผลการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดว่าจะรับคำอุทธรณ์ของ กทช.
ในเช้าวันพรุ่งนี้หรือไม่ แต่ FSS คาดว่าแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอื่นๆ จะยังสามารถผลักดัน
ให้ SET แกว่งตัวบวกต่อเนื่องขึ้นไปได้หลังจากที่ดัชนีสามารถขยับผ่านขึ้นมาสูงกว่า
ระดับดัชนี 927 จุดที่กดดันอยู่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้สำเร็จ โดยเป้าหมายถัดไปที่
เราคาดว่า SET มีโอกาสที่จะวิ่งขึ้นไปหาจะอยู่ที่บริเวณ 950-960 จุด เพียงแต่ว่าอาจ
จะต้องระวังการแกว่งตัวระหว่างทางบ้างเท่านั้น
กลยุทธ์: หลังจากทยอยเข้ารับไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา ถัดจากนี้แนะนำให้
เน้นเป็นถือต่อเนื่อง เพื่อลุ้นรอหาจังหวะขายทำกำไรใหม่อีกครั้ง เมื่อดัชนีขึ้นไปแถว
950-960 จุด นอกจากถ้าจะเทรดดิ้งตามรอบ อาจต้องระวังแรงขายจากแนวต้านแรก
แถว 940-942 จุดไว้บ้าง โดยหุ้นที่ยังน่าสนใจในช่วงนี้ได้แก่ STEC, CK,TTCL,
SEAFCO, SYNTEC, TASCO, DCC, SPALI, LPN, TVO, KCE, SIRI, SITHAI,
GFPT, PTTAR, GLOW และ BANPU เป็นต้น

ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) ฝ่ายกลยุทธ์ของเราปรับ GDP ปีนี้ขึ้นเป็น 7.3% ปีหน้าเป็น 4.8% จาก
เดิม 4.5% และ 5.0% ตามลำดับ สำหรับ 3Q10 และ 4Q10 คาดว่าการขยายตัวของ
GDP เริ่มชะลอลงเป็น +5.2% Y-Y และ 3.2% Y-Y ตามลำดับ สำหรับค่าเงินบาท
คาดการณ์ที่ 30.25 บาท/ดอลลาร์สิ้นปีนี้ และ 29.13 บาท/ดอลลาร์สิ้นปีหน้า
• (+) ปรับราคาเป้าหมายปีหน้าของ BBL ขึ้นเป็น 180 บาทจากเดิม 170
บาท ความชัดเจนของคดีมาบตาพุดส่งผลดีต่อ BBL ซึ่งมีวงเงินให้สินเชื่อในมาบตา
พุดรวมราว 5 หมื่นลบ. มากที่สุดในกลุ่มธนาคาร นอกจากนี้ ความจำเป็นในการการตั้ง
สำรองหนี้สูญปีหน้าจะลดลงเพราะปัจจุบันตั้งเกิน 100% อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ระยะ
สั้น ผลประกอบการ 3Q10 จะไม่น่าตื่นเต้น ลดลง 15% Q-Q แต่เพิ่ม 15% Y-Y
• (-) BAY สินเชื่อเดือน ส.ค. น่าผิดหวัง สวนทางกลุ่มธนาคารที่มีแนวโน้มเพิ่ม
ขึ้นโดยลดลง 0.68% M-M ทำให้สินเชื่อ 8 เดือนแรก -0.15% M-M ซึ่งน่าจะเป็น
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาหุ้น BAY ไม่ perform เมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคาร เราลองหัน
มาดูกรณีแย่สุดหากคาดว่าสินเชื่อจะไม่เติบโตเลยในปีนี้และปีหน้า จะทำให้กำไร
สุทธิลดลงจากประมาณการเดิมราว 9% และ 20% ในปีนี้และปีหน้า และทำให้ราคา
เป้าหมายปีหน้าลดลงมาอยู่ที่ 23.70 บาท จากปัจจุบันที่เราประเมินไว้ 25 บาท แม้ว่า
จะยังมี upside จากราคาปัจจุบัน ซึ่งนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้ว ถือได้ แต่ถ้ายังไม่มีหุ้น
เราคิดว่ามีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าคือ KTB, TCAP, BBL, KBANK, SCB
• Fund Flow ยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน แม้
ปริมาณไม่มากเนื่องจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการ ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่
รอดูผลการประชุมเฟด ซึ่งผลการประชุมเฟดเมื่อคืนที่ผ่านมาเฟดส่งสัญญาณว่า
เศรษฐกิจสหรัฐยังน่าเป็นห่วงและพร้อมที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หาก
เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวมากกว่าคาด นั่นหมายความว่ามีโอกาส 50-60% ที่เฟดอาจ
จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 หากจำเป็น ดังนั้นแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์
ยังมีโอกาสเสื่อมค่าต่อเนื่อง เม็ดเงินส่วนใหญ่ก็จะยังไหลเข้าสู่ตลาดภูมิภาคเอเชีย
สังเกตจากค่าเงินบาทเช้านี้ก็ทำสถิติแข็งค่าใหม่อีกแล้ว รวมทั้งค่าเงินยูโรกับแข็งค่า
ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้วันนี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียจะปิดทำการได้แก่ ตลาดหุ้น
เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่นและจีน ทำให้คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมาก
เป็นพิเศษ เน้นซื้อเก็งกำไรในหุ้น Market Cap. ใหญ่

Technical View : “ตลาดผ่าน 927 จุดขึ้นได้แล้ว ก็สามารถถือรอไปทำกำไร
ตามรอบที่แนวต้านถัดๆ ไป โดยมีเป้าหมายที่ 950-960 จุด โดยที่แนวต้าน 940 จุด
(+/-) อาจจะมีแกว่งตัวย้อนลงบ้าง แต่ถ้าไม่ต่ำกว่า 928 จุดก็ถือว่าไม่น่าห่วง...”
แนวรับ : 932-928***
แนวต้าน : 940-942**, 950-960***

Technical Picks:
PTTAR (Bt 25.75 เป้าเทคนิค 28.50 cut loss ถ้าหลุด 24.50)
TASCO (Bt 68.50 เป้าเทคนิค 75-80 cut loss ถ้าหลุด 65.50)
SVI (Bt 2.88 เป้าเทคนิค 3-3.20 cut loss ถ้าหลุด 2.80)




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:40:10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น