SET ใกล้จบพักฐานเร็วกว่าคาดจะขึ้นทำยอดสูงสุดใหม่ที่ 945 และ SET50 ที่ 655 จุด
SCC และ PTTCH ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ (HDPE-Naphtha)
ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 41% ฟื้นตัวขึ้นจาก US$340/tonne มาใกล้แตะ US$480/tonne
BANPU รับซื้อหุ้น CEY ไปแล้วถึง 53.73% และยังมีเวลาถึงวันที่ 5 ต.ค. ทำให้ปรับราคาเป้า
หมายสูงขึ้นเป็น 816 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้
ซื้อ SCC ราคาเป้าหมาย 375 บาท และ PTTCH ราคาเป้าหมาย 133 บาท
ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ HDPE-Naphtha ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาก
เกือบถึง 480 เหรียญ/ตัน หรือเพิ่มขึ้น 41% จากจุดต่ำสุดที่ 340 เหรียญ/ตัน เป็น
ผลดีต่อทั้ง SCC และ PTTCH ทำให้คลายความกังวลที่ราคาส่วนต่างซึ่งเคยลงมาที่
บริเวณเหนือ 300 เหรียญ/ตัน เป็นเพียงการปรับตัวลงมาชั่วคราวเท่านั้น และจะ
ส่งผลให้กำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีขาลงจะไม่ต่ำเกินไป โดยเรายังคงคาดว่าทั้งสอง
บริษัทจะรายงานผลกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งมากขึ้นในปี 2011 ( คาดการณ์ EPS
Growth ปี 2011 ของ SCC อยู่ที่ 43% เทียบกับ PTTCH ที่ 59% ) เรายังคงชอบ
SCC ที่มีธุรกิจในเครือเติบโตแข็งแกร่งทั้ง ซีเมนต์ กระดาษ และวัสดุก่อสร้าง ทำให้
SCC เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ได้รับผลบวกจากการเติบโตของการใช้จ่ายภายในประเทศ
ที่สูงขึ้น และการขยายโครงการสาธารณูปโภคของรัฐ โดยเรายังคาดด้วยว่า SCC
จะกลับมาให้เงินปันผลสูงในปีหน้าที่ระดับ 15 บาท/หุ้น มุมมองทางเทคนิคเล่นใน
กรอบ Trading SCC แนวต้านระยะสั้น 332 บาท หรือ 339 บาท ส่วน PTTCH แนว
ต้าน 128 บาท และ 130 บาท
BANPU “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 816 บาท ปรับราคาเป้าหมายขึ้นอีกครั้ง หลังจาก
รายงานล่าสุดวานนี้ บริษัทเข้าถือครองหุ้นใน Centennial Coal (CEY) ได้ถึง
53.73% แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าดีลซื้อกิจการใกล้ประสบความสำเร็จ ขณะที่ยังมีเวลาที่จะรับ
ซื้อหุ้นได้ถึงวันที่ 5 ต.ค. จากการซื้อหุ้นในสัดส่วนดังกล่าว ประเมินราคาหุ้น
BANPU ใหม่เป็น 816 บาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากราคาประเมินครั้งก่อนที่ 784 บาท
ซึ่งถ้าซื้อกิจการได้ทั้งหมด ราคา BANPU จะอยู่ที่ระดับ 860 บาท มุมมองทาง
เทคนิคเล่นในกรอบ Trading หลังราทะลุแนวต้าน 668 บาท แนวต้านถัดไป คือ
High ของวันที่ 4 พ.ค. ที่ 688 บาท
สรุปภาพตลาดวานนี้
SET ปิด New High รอบเกือบ 1 สัปดาห์ บวก 14.15 จุด (+1.53%) สูงสุด
ในภูมิภาคเอเชียและทะลุแนวต้าน 935 จุด แนวต้านถัดไป 645 และ 650 จุด ต่างชาติ
และสถาบันซื้อสุทธิรวม 4629 ลบ. โดยซื้อกระจายตัวไปที่หุ้นใหญ่ ค่าเงินบาทยัง
ทรงตัวแข็งค่าในกรอบ 30.60-30.90 บาท
DJ ปิดบวกเล็กน้อย (+0.07%) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ลดลง 1.34 ดอลลาร์
ปิด 73.52 ดอลลาร์ จับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในวันพฤหัส อาทิ
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ยอดขายบ้านมือสอง รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้า
คงคลัง และยอดซื้อบ้านใหม่ในวันศุกร์
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:04:20
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น