เล่นแดนบวก แต่มีความเสี่ยงจากมาตรการเงินทุน
KGI ประเมินหุ้นไทยวันอังคารซื้อขายในแดนบวก ตามการปรับขึ้นที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง
ของหุ้นสหรัฐฯ ที่มีปัจจัยเฉพาะตัวของการควบรวมกิจการในกลุ่มเทคโนโลยี (IBM และ บ.
Netezza) รวมทั้งราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น 1.6% และจิตวิทยาที่ดีจากตัวเลขซื้อสุทธิในระดับสูงของ
ต่างชาติ อย่างไรก็ดี SET จะบวกไม่แรงเพราะความกังวลต่อมาตรการควบคุมเงินทุนยังอยู่
นสพ. เช้านี้รายงานว่า ธปท.จะประชุมกับก. คลังในวันนี้เพื่อหารือมาตรการคุมเงินทุนที่ไหลเข้า
ตลาดพันธบัตรอายุสั้นอย่างร้อนแรง ซึ่งหากมีมาตรการใดๆ ออกมาคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบ
ในระยะสั้นกับทั้งตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น KGI จึงมองว่าวันนี้ไม่ใช่จังหวะดีที่จะเข้าซื้อหุ้น
หลักของตลาด นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกก็มีให้ตามกล่าวคือการประชุมเฟดในคืนนี้ ซึ่งตลาดคาด
หวังว่าจะมีการประกาศซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มเติม ซึ่งก็ต้องรอดูว่าเฟดจะสร้างความผิด
หวังหรือสมหวังกับตลาด
กลยุทธ์: โดยรวมๆ ให้ซื้อขายในกรอบเทคนิคที่ 920-926 จุด เน้นหุ้นขนาดกลางที่มี
แนวโน้มอุตสาหกรรมและแนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง ซื้อ TASCO, AP, LPN และ HEMRAJ
เป็นต้น
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำสั่งในวันที่ 23 ก.ย. กรณี กทช. อุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่ว
คราวของศาลปกครองกลางที่ระงับประมูล 3 จี ทั้งนี้ กทช. มั่นใจว่าหากสามารถกลับมาประมูลได้
จะทำได้ทันในวันที่ 25 ก.ย. นี้ ด้านรัฐบาลโดย ก.คลังเตรียมแผนสองหากไม่สามารถประมูล 3 จี
ได้โดยจะเสนอให้ กสท. และ ทศท. แปลงสัมปทาน 2 จี เป็น 3 จี บนความถี่เดิม ซึ่งเคยผ่าน
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกามาแล้วว่าสามารถทำได้
นายกรัฐมนตรีสอบถามถึงกรณีที่ PTT* จะเข้าซื้อกิจการคาร์ฟูในประเทศไทยว่าควร
ระมัดระวังการเสนอข่าวเพราะอาจก่อให้เกิดความสับสนว่ารัฐจะเข้าไปแข่งขันกับเอกชนในการ
ทำธุรกิจอื่นๆอีกหรือไม่ ขณะที่ PTT ระบุว่ามีความสนใจเข้าประมูลคาร์ฟูเนื่องจากจะมีส่วนช่วย
เพิ่มอำนาจการต่อรองในการทำธุรกิจการตลาดน้ำมันในอนาคต โดยที่ผ่านมา PTT เป็นหนึ่งใน
บริษัทที่ผ่านการประมูลรอบแรกเข้าสู่รอบที่สองที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือน ต.ค. นี้
โตชิบา สตอเรจ ดีเวส์ ขยายลงทุน 1.02 หมื่นล้านบาท คาดเพิ่มจ้างงานกว่า 1 หมื่น
ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนกิจการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (เอชดีดี) ที่เขตอุตสาห
กรรมนวนคร จ.ปทุมธานี จากการสอบถามไปยังบริษัทเราทราบว่าโตชิบาไม่ได้เป็นลูกค้าหลัก
ของบริษัทใดที่เราได้ทำการวิเคราะห์อยู่ เราจึงคาดว่าข่าวนี้จะไม่ส่งผลแต่ประการใดต่อหุ้นที่เรา
ทำการวิเคราะห์ยังคงน้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด
MODERN ประเมินแนวโน้มผลประกอบการใน 2H53 ยังเติบโตโดดเด่น: โดยเรา
ประเมินแนวโน้มรายได้ปี 2553 คาดจะขยายตัว 15% YoY เป็น 2.62 พันล้านบาท เป็นผลจาก
การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่อาศัย ทำให้งานใน
มือปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่า 43% YoY จาก 700 ล้านบาทในปี 2552 เป็น 1 พันล้านบาท และส่งผล
ต่อเนื่องให้กำไรสุทธิปี 2553 ปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 400 ล้านบาท นอกจากนี้ สภาพ
คล่องในระดับสูงและผลการดำเนินงานที่อยู่ในช่วงขาขึ้น คาดจะทำให้บริษัทสามารถจ่ายปันผลปี
2553 เท่ากับ 3.85 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเท่ากับ 8.3% ดังนั้น แนะ
นำ “ซื้อ” ราคาตามปัจจัยพื้นฐานปี 2553 เท่ากับ 52.50 บาท/หุ้น
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 9:12:54
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น