วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 20/09/53

Market Highlight
- วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังมีทั้งบวกและลบคละกัน โดยตลาดหุ้นโลกยังดูไร้ทิศ
ทาง ประมูล 3G ก็ถูกระงับ คาดว่า SETI มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนออกด้านข้าง (sideways)
อีกระยะหนึ่ง
- แม้โมเมนตัมระยะสั้น ไม่เสียหาย แต่ SETI ก็ยังติดแนวต้าน 940±5 จุด ในช่วงนี้
หากเข้าลงทุนช่วงนี้ ควรเน้นเล่นหุ้นเล็ก เพราะมองว่าหุ้นใหญ่และ SETI อาจมีการคืบคลานขึ้น
อย่างเชื่องช้า (tortoise rally) ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำผู้เล่นระยะสั้นและกลางตั้งจุดหยุดขาด
ทุนไว้ที่ 920 และ 915 จุด ตามลำดับ
- หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 1048675;=ACCELERATION) คือ AH, BIGC, CK, CPALL,
GFPT,MAJOR, MCOT, SAT, SEAFCO, THAI และมีหุ้นแสดงสัญญาณลบ
(& 1048676;=DECELERATION) คือ ADVANC, DTAC, PTTCH, TRUE
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): AH (14.7/15.3), GFPT (8.10/9.45), SEAFCO
(5.90/6.45) *

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
- วันนี้ :
- TUF XR 20C:1C @ 50.00 บาท กำหนดการจองซื้อ 11-15 ต.ค.53
- คาดการณ์สัปดาห์หน้าไม่มีหุ้นเข้าข่ายต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance ตามเกณฑ์ --ดู
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Turnover List
- พรุ่งนี้ :
- MANRIN XR 2C : 1C @ 10.00 บาท กำหนดการจองซื้อ 11-15 ต.ค.53
- ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
- 20-28 ก.ย.53 : ประมูลใบอนุญาต 3G (อาจมีการเปลี่ยนแปลงวันประมูล)
- 20 ก.ย.53 : Respect for the Aged Day (ญี่ปุ่น)
- 21 ก.ย.53 : สหรัฐกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
- 21-23 ก.ย.53 : Chusok, Full moon festival (เกาหลี)
- 22 ก.ย.53 : Mid-Autumn Festival (ใต้หวัน)
- 23 ก.ย.53 : ศาลปกครองสูงสุด นัดฟังคำสั่ง กรณีที่ กทช.ยื่นอุทธรณ์ระงับการเปิดประมูล 3G
- 22-26 ก.ย.53 : ประชุมระเบียงเศรษฐกิจ 555 ครั้งที่ 1 จ.สงขลา ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างผู้
นำ
ภาครัฐและเอกชนใน 5 รัฐของมาเลเซีย กับ 5 จังหวัดทางภาคใต้ของไทย
- 22-24 ก.ย.53 : Mid-Autumn Festival (จีน)
- 23 ก.ย.53 : Autumn Equinox (ญี่ปุ่น)
- 23 ก.ย.53 : The day following Chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)
- 24 ก.ย.53 : นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 65 ณ นครนิวยอร์ก พร้อม
นัดหารือทวิภาคีกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

Economics & Politics
ข่าวต่างประเทศ:
“ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย ขณะ Nasdaq ดีดรับกำไรออราเคิล ”
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ (17 ก.ย.) โดยดัชนีNasdaq ดีดตัวขึ้นจาก
การประกาศผลกำไรและแนวโน้มผลประกอบการที่สดใสของบริษัทออราเคิล คอร์ป ขณะที่ตลาด
โดยทั่วไปทรงตัว โดยไม่ได้ปรับตัวผันผวนแม้ถึงกำหนดส่งมอบออปชั่น
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 13.02 จุด หรือ 0.12 %สู่ 10,607.85,
ดัชนี S&P 500 ปิดขยับขึ้น 0.93 จุด หรือ 0.08 % สู่ 1,125.59และดัชนี Nasdaq ปิดดีดตัว
12.36 จุด หรือ 0.54 % สู่ 2,315.61

“ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วงกดราคาน้ำมันดิบดิ่งลง ”
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดร่วงลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันในวันศุกร์ และ
ปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการร่วงลงรายสัปดาห์ในอัตราที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ ในขณะที่
นักลงทุนกังวลกับอุปสงค์น้ำมันหลังจากโพลล์ขั้นต้นของรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงจาก68.9 ในเดือนส.ค. สู่ 66.6 ในช่วงต้นเดือนก.ย. ซึ่ง
ถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ13 เดือน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.ดิ่งลง 91 เซนต์ หรือ 1.22 %มาปิดตลาดที่ 73.66
ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง72.75-75.25 ดอลลาร์

“ จนท.จีนเผยยังไม่มีแผนออกมาตรการใหม่ในการควบคุมตลาดอสังหาฯ ”
เจ้าหน้าที่ด้านกฏระเบียบธนาคารรายหนึ่งของจีนเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จีนกำลังตรวจสอบ
อย่างใกล้ชิดต่อแนวโน้มในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และยังไม่ได้วางแผนที่จะดำเนินมาตรการ
คุมเข้มครั้งใหม่

“ ผู้ว่าฯธ.กลางเกาหลีใต้ชี้ญี่ปุ่นจำเป็นต้องร่วมมือด้าน FX กับปท.อื่นๆ”
นายคิม ชุง-ซู ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้แสดงความไม่แน่ใจว่า ญี่ปุ่นจะประสบ
ความสำเร็จในการหยุดยั้งการแข็งค่าของเยน โดยปราศจากความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของ
ประเทศผู้ออกสกุลเงินหลักอื่นๆ

ข่าวในประเทศ:
“ศาลปกครองสูงสุดชี้ชะตา 3จี วันที่ 23 ก.ย. นายกฯ สั่งวิปรัฐบาลตั้งรับ เข็นกฎหมายตั้ง กสทช.
เข้าสภา 2 สัปดาห์ต้องเรียบร้อย ”
วันที่ 20 ก.ย. เวลา 08.30 น. ศาลปกครองสูงสุด ขอเลื่อนฟังคำสั่งคดีที่คณะกรรมการ
กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ยื่นอุทธรณ์ขอทุเลาการบังคับคุ้มครองชั่วคราวการ
อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 3จี เป็น วันที่ 23 ก.ย.53
ส่วนกำหนดการเปิดประมูลใบอนุญาตวันที่ 20 ก.ย.ที่โรงแรมเอวาซอน หัวหิน แอนด์ ซิกส์
เซ้นส์ สปา ให้เตรียมการไว้เช่นเดิม ทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ระบบไอทีที่ใช้ประมูล
ทั้งหมด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งรัดให้การจัดตั้งองค์กร เพื่อทำ
หน้าที่จัดสรรใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 3G หรือกสทช.ได้ในปลายปี
นี้หรือต้นปีหน้า หากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม
แห่งชาติ(กทช.)ระงับเปิดประมูล 3G ตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง

“ สยบบาทแข็งคลังเร่งคืนเงินกู้ ลดภาระหนี้ต่างประเทศ”
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์เงินบาทที่ปรับตัว
แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ อาจส่งผลดีต่อการชำระหนี้คืนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
โดยเชื่อว่าสำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะ (สบน.) จะบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ หากเห็นว่า
การชำระคืนหนี้ช่วงนี้ จะช่วยลดภาระเงินต้นในการซื้อเงินตราต่างประเทศได้ถูกลง และช่วยลด
ภาระดอกเบี้ยในอนาคต รวมทั้งไม่มีเงื่อนไขต้องเสียค่าธรรมเนียมการจ่ายคืนหนี้ก่อนกำหนด
ก็ดำเนินการได้ตามความเหมาะสม

“ เงินทุนไหลเข้าตลาดตราสารหนี้กว่าแสนล้านบาท ทำเงินฝากไหลออกจากธนาคาร”
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเงินทุนไหลเข้าขณะนี้
พบว่าเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ทั้งระยะยาวและระยะสั้นมากกว่าแสนล้าน
บาทแล้ว ซึ่งสูงกว่าไหลเข้ามาในตลาดหุ้นถึง 3 เท่า ทำให้เกิดเงินฝากไหลออกจากธนาคาร
พาณิชย์ออกไปซื้อกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ เพราะได้ผลตอบแทนสูงกว่า

“ แดงรำลึกคึกคัก ร้องปล่อยแกนนำ ”
การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ราชประสงค์ และในต่างจังหวัดเพื่อ
รำลึกถึงวันครบรอบ 4 ปีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 เป็นไปอย่างคึกคักโดยไม่มี
เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวันศุกร์ มีแรงขายตั้งแต่เปิดตลาดทำให้ SETI ดิ่งลง -7.80 จุด (-0.85%) จากแรง
ขายหุ้นที่เกี่ยวกับการประมูล 3G แต่หลังจากนั้นมีแรงซื้อเข้ามาทำให้ SETI ดีดกลับขึ้นมาปิด -
1.24 จุด (-0.14%) ที่ 923.57 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,156 ล้านบาท

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,607.85 จุด (+0.1%), S&P 1,125.59 จุด (+0.1%),
NASDAQ 2,315.61 จุด (+0.5%), Nikkei –ปิด–, AOI 4,657.4 จุด (-0.6%), KOSPI
1,820.77 จุด (-0.4%)
กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวันศุกร์ บล. และรายย่อยซื้อสุทธิ +548 และ +3,332 ลบ. ตามลำดับ
ในขณะที่ต่างชาติและสถาบันขายสุทธิ -1,022 และ -2,857 ลบ. ตามลำดับ
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $73.66 (-1.2%), BDI 2,676 จุด (-2.2%),
GRM $2.81 (+1.8%), ทองคำ $1,273.40 (-0.1%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: ค่าเงิน ฿ แกว่งตัวแคบๆ ตาม ¥ โดยซื้อขายที่ 30.72-30.76 บาท/ดอลลาร์
เศรษฐกิจ: ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำสั่ง 23/9/53 ส่งผล กทช. ต้องระงับประมูล 3G
ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางต่อไป

& 9786; การเมือง: การชุมนุมของ นปช. เมื่อ 19/9/53 ได้ดำเนินไปอย่างสงบ ไร้ความรุนแรง
เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นถือว่ายังเป็น “บวก” ตราบใดที่ SETI & 8805;915 จุด
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังคงมีทั้งบวกและลบคละกัน โดยตลาดหุ้นโลกไร้ทิศทาง ค่า
เงิน ฿ ก็แกว่งตัวแคบตาม ¥ ขณะที่การประมูล 3G เดินหน้าต่อไม่ได้ และ SETI ก็ติดแนวต้านที่
940±5 จุด เราคาดว่า SETI มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน (sideways) ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนว่าอารมณ์ตลาดยังไม่นิ่ง มีการพลิกกลับไปกลับมาระ
หว่าง “กลัว” กับ “กล้า” อยู่ ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...
ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ยังแกว่งตัวแคบๆ ตาม Wall Street

& 9786; ตลาดพันธบัตร: แกว่งตัวขึ้นต่อ ล่าสุด อัตราดอกเบี้ย US10Y=2.7626% [ความหมาย:
อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล& 1048778;=แรงขายสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุนประเมิน
แนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
& 9786; ค่าเงินดอลลาร์: ยังดูอ่อนๆ ล่าสุด=81.300 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$& 1048778;=แรงขาย
สินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: ยังกลัวความเสี่ยงอยู่ น้ำมัน& 1048780;, BDI& 1048780;, ทองคำ& 1048778; [ความหมาย: น้ำมัน+
BDI=สินทรัพย์เสี่ยง, ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
โมเมนตัมระยะสั้นไม่เสียหาย แต่ SETI ยังติดแนวต้าน 940±5 จุด หากคิดเข้าลงทุน ก็
ควรเน้นหุ้นเล็ก เพราะหุ้นใหญ่และ SETI ผันผวนสูง แม้จะปรับตัวขึ้นได้ ก็อาจเป็นเพียงการคืบ
คลานขึ้นอย่างเชื่องช้า (tortoise rally) ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำให้ผู้เล่นระยะสั้นและกลางตั้ง
จุดหยุดขาดทุนที่ 920 และ 915 จุด ตามลำดับ
ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 1048675;=“ACCELERATION”) คือ AH, BIGC, CK,
CPALL, GFPT, MAJOR, MCOT, SAT, SEAFCO, THAI สำหรับหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ
(& 1048676;=“DECELERATION”) คือ ADVANC, DTAC, PTTCH, TRUE

แนวโน้มระยะกลาง:
มองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก ดังนี้
แต่คนส่วนใหญ่กลับอยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เพราะ “ความกลัว” หลายประการ คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการผลิต
ในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา เพราะ ...
& 9786; ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจโลก
จะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
& 9786; ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดงให้
เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
& 9786; คาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้ประสบ
ปัญหาเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นทะลุเป้าหมายเดิมที่มองไว้ที่ 850~900 จุด แต่เชื่อว่า
ตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
& 9786; เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 9129;”) และช่วง
กลาง (“& 8746;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 9133;”) ของรูปแบบตัว “U”
& 9786; การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
โดยยอดขายและกำไร 1H53 ฟื้นตัว +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา: ตลท.]
& 9786; คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน”
ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
& 9786; แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง+ยัง
รักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
& 9786; การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชียแข็งค่า
ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
& 9786; หลังออกงบ 2Q53 นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมาย โดยใช้ “เป้าหมายปี 54” แทน
“เป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้

Investment Ideas
กลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี (NEUTRAL)
นโยบายยืดหยุ่นค่าเงินของจีน ส่งผลให้ค่าเงินหยวนแข็งขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และฤดู
พายุเฮอริเคนของสหรัฐใน 3Q53 ที่แม้รุนแรง แต่ไม่มีผลกระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าว
เม็กซิโก ทำให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวอยู่ในช่วง $70~80 ลดลงจากจุดสูงสุดที่ $85-87 เมื่อ
เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
กรณีโครงการมาบตาพุด ศาลปกครองกลางได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตใน “11 โครงการที่มี
ผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน” เพียง 2 ใน 76 โครงการ (PTTCH+TPC) ส่งผลให้โครงการส่วน
ใหญ่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปลาย 4Q53 เร็วกว่าที่คาดไว้เดิมในสิ้น 1Q54
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงของหุ้นกลุ่ม ENERG คือ 1) ความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจอาจ
ฟุบอีกครั้งมีผลกดดันราคาน้ำมัน; 2) กำลังผลิตใหม่ในธุรกิจปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นมากมาจากตะวัน
ออกกลางและจีน กดดันให้ spread ลดลง
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ PTTAR (เป้าหมาย 31.- บาท), PTTEP (เป้าหมาย 180.-
บาท),PTTCH (เป้าหมาย 120.- บาท), TOP (เป้าหมาย 52.- บาท)

กลุ่มธนาคาร (OVERWEIGHT)
สินเชื่อ 7M53 (7 ธนาคาร) +2.9%ytd โดย ก.ค.หดตัวเล็กน้อย -0.5% mom ถือว่าไม่
ผิดปกติที่ตัวเลขสินเชื่อ ก.ค. มักจะลดลงจาก มิ.ย.

แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะดีต่อ NIM ของธนาคารขนาดใหญ่
เรามองว่าสินเชื่อยังโตต่อเนื่องระดับ 1.5x %& 916;GDP& 8776;9-10% เพราะ 1) รัฐบาลเร่ง
โครงการไทยเข้มแข็ง, 2) ภาคส่งออกเติบโตดีและ H2 เป็น high season ของสินค้าเกษตร,
3) ศาลปกครองปลดล็อกโครงการต่างๆ ในมาบตาพุดที่ชะงักมา 8 เดือนแล้ว
หนี้ NPL ณ สิ้นมิ .ย 53 . ไม่ได้น่าเป็นห่วงแม้มีจลาจลใน พ .ค .ก็ตาม โดยตัวเลข gross
NPL และ net NPL ลดลงเหลือ 4.4% และ 2.4% ตามลำดับ
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ KBANK (เป้าหมาย 131.- บาท), SCB (เป้าหมาย 125.50
บาท)

กลุ่มสื่อสาร (NEUTRAL)
แม้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว โดยมีอัตราผู้ใช้บริการ >98%ของ
ประชากร
กรณี กสท. ฟ้อง กทช. ศาลปกครองกลางได้สั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้การประมูลใบ
อนุญาต 3G ถูกเลื่อนออกไป
การแปลงสัญญาสัมปทาน 2G ที่ขณะนี้มีการศึกษานั้น เป็นข่าวบวก เพราะต้นทุนถูกลงและ
อายุนานขึ้น โดย TRUE ได้ประโยชน์มากกว่า DTAC และ ADVANC
สำหรับประเด็นการขยายผลคำตัดสินคดียึดทรัพย์ทักษิณนั้น เราคาดว่าต้องใช้เวลาตัดสินอีก
นาน จึงจะได้ข้อสรุป โดยให้น้ำหนักได้ข้อยุติจบที่ศาลเป็นสำคัญ
มองในเชิงพื้นฐาน เรายังคงชอบหุ้น ADVANC (เป้าหมาย 104.3 บาท) มากที่สุด

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (NEUTRAL)
ตัวเลข book to bill ratio ล่าสุด (ก.ค.53) ยังสูง >1x ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 [ความ
หมาย: book to bill ratio=ปริมาณคำสั่งซื้อใหม่÷ปริมาณสินค้าส่งมอบ=อุปสงค์÷อุปทาน]
SIA เผยตัวเลขยอดขายสินค้าเซมิคอนดักเตอร์เดือนล่าสุด (ก.ค.53) ยังเดินหน้าปรับเพิ่ม
ขึ้นอย่างแข็งแกร่งอีก 1%mom หรือส่งผลภาพรวม 7M53 ปรับตัวขึ้นกว่า +47%yoy แล้ว
ตัวเลขยอดขายสินค้าเซมิคอนดักเตอร์ 1H53 ที่เติบโตแข็งแกร่ง ส่งผล SIA คงประมาณ
การเป้าการเติบโตของยอดขายทั้งปี 53 เป็น 28%yoy
ตัวเลขส่งออกสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า ก.ค.53 เพิ่ม +14%yoy
และ +20%yoy สนับสนุนแนวโน้มคำสั่งซื้อกลุ่มนี้ที่ยังโตแข็งแกร่งใน 3Q53
แต่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ 2H53 อย่างไรก็ตาม
เรายังชอบ HANA (เป้าหมาย 36.80 บาท) และ DELTA (เป้าหมาย 31.90 บาท)

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (OVERWEIGHT) UPDATE.
รับเหมา: ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่มีงานในมือที่สามารถรับรู้รายได้อีก 2~3 ปี โดย
นโยบาย “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้มีงานประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นๆ อีก เราชอบ CK (เป้าหมาย 9.80
บาท) เพราะ 1) มี backlog+งานใหม่รอเซ็น>3.3 หมื่นล้านบาท; 2) มีแนวโน้มได้งานในต่าง
ประเทศกว่าหมื่นล้านบาท; 3) มีโอกาสชนะประมูลงานรถไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีประมูลอีกในช่วง
ปลายปีและ 4) โครงการเขื่อนไซยะบุรี มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท เซ็น MOU กับ กฟผ. แล้ว
ที่อยู่อาศัย: ยอดขายใน 3Q53 จะเริ่มฟื้นตัวจาก 1) การเมืองที่กลับมาสงบทำให้ความเชื่อ
มั่นฟื้นคืนมา; 2) เศรษฐกิจยังดีต่อเนื่อง; 3) มีการเปิดโครงการใหม่ใน 2H53 จำนวนมาก เรายัง
ชอบ QH (เป้าหมาย 3.24 บาท) เพราะเติบโตโดดเด่นจากคอนโดมิเนียม, AP (เป้าหมาย
8.20 บาท) ที่กำไรปี 53 มีแนวโน้มจะดีกว่าที่คาด
นิคมอุตสาหกรรม: แม้ปัญหาการเมืองมีความรุนแรงในเดือน พ.ค.53 ทำให้ยอดขายที่ดีใน
2Q53 ชะลอตัว แต่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวใน 2H53 เนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศ 8 เดือน
แรกปี53 ยังโต+43.2%yoy และเงินลงทุนโดยรวมที่ขอ BOI +12% ประกอบกับลูกค้ากลุ่ม
ยานยนต์มีโอกาสขยายกำลังการผลิตใน 1-2 ปีข้างหน้า ทำให้ยอดขายที่ดินในปีนี้ของกลุ่ม
นิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มสดใสมากขึ้น เราชอบ AMATA (เป้าหมาย 16.- บาท), TICON
(เป้าหมาย 14.40 บาท)

กลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง (NEUTRAL)
วัสดุก่อสร้าง: ยอดขายปูนซีเมนต์ในประเทศ ก.ค. 53 +3.5% เป็นบวก ติดต่อกันเป็นเดือน
ที่ 14 และคาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์จะเพิ่มขึ้นช่วงปลายปีจากงานก่อสร้างฟื้นฟูอาคารที่
เสียหายจากเหตุจลาจล และโครงการก่อสร้างภาครัฐ เราชอบ TASCO (เป้าหมาย 70.- บาท)
วัสดุตกแต่ง: แม้ว่าราคาวัสดุตกแต่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้จากการแข่งขันที่
สูงแต่คาดว่าในปี 53 จะมีความต้องการวัสดุในประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก ตลาดต่างจังหวัด เนื่อง
รายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้นตามราคาพืชผลการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของ
ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

กลุ่มเหล็ก (NEUTRAL) UPDATE.
เหล็กแผ่น: ผลผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนและรีดเย็นในประเทศ ก.ค. 53 +8.6%yoy และเริ่ม
กระเตื้องขึ้นจากเดือนก่อนตามภาวะตลาดเหล็กที่ฟื้นตัว โดยราคาเหล็กโลกดีดขึ้นได้จากแรง
หนุนของต้นทุนสินแร่ที่ปรับตัวขึ้น ในส่วนค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลบวกเล็กน้อย โดยระยะ
สั้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศอาจถูกลง แต่อย่างไรก็ตามราคาขายเหล็กในประเทศมี
แนวโน้มลดลงตามด้วย เราชอบ TMT (เป้าหมาย 6.30 บาท)
เหล็กเส้น: ปริมาณการผลิต +16.8%yoy และปริมาณจำหน่าย ก.ค.+28%yoy เพราะราคา
เหล็กโลกเดือน ส.ค. เริ่มปรับตัวขึ้น ทำให้แรงซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมา หลังจากที่ชะลอคำ
สั่งซื้อมา 2 เดือน แต่แนวโน้มราคาเหล็กอาจไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรงนัก และคาดว่าอยู่ในลักษณะ
ทรงตัว เนื่องจากมีข่าวว่าราคาสินแร่เหล็กอาจลดลงใน 4Q53

กลุ่มยานยนต์ (ปรับเพิ่มจาก UNDERWEIGHT เป็น NEUTRAL) UPDATE.
ตัวเลข ส.ค.53 ยังแสดงการเติบโตสูงทุกด้าน: 1) ยอดขายในประเทศ +52%yoy; 2) ส่ง
ออก +80.3%yoy; 3) ผลผลิต +67.5%yoy
เหตุการณ์จลาจลไม่กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค+ส่งออก 8M53 ยังเติบโตถึง +85.5%
ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ 8M53 โต +92.5% ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำลังปรับ
เป้าหมายยอดผลิตรถยนต์เพิ่มเป็น 1.7 ล้านคัน +70%yoy
ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วง 2H53
โครงการ eco car เป็นบวกต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วน เราชอบ STANLY (เป้าหมาย 192
บาท)

กลุ่มพาณิชย์ (OVERWEIGHT)
ภาคค้าปลีกสมัยใหม่ยังเติบโตตามจำนวนสาขาและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
ไป
แม้รัฐบาลจะอนุมัติร่าง พรบ. ค้าปลีกฉบับใหม่แล้ว แต่เราคาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานใน
การพิจารณาออกเป็น พรบ. เพราะปัจจุบันไม่มีความชัดเจนทั้งด้านข้อมูลและคำจำกัดความ
สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 1H53 ที่โตโดเด่นคาดไม่ต่ำกว่า 10% ผลักดันสำนักเศรษฐกิจ
หลายแห่งเตรียมปรับคาดการณ์ GDP ปี 53 ที่สดใสกว่าเดิม
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค.53 ฟื้นตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยเรามองเป็นบวกกับ
BIGC กับ MAKRO มากสุด เพราะมีอัตราการเติบโตของยอดขายมีค่าสหสัมพันธ์กับ CCI สูง
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ CPALL (เป้าหมาย 37.84 บาท) เพราะกระทบจากความ
วุ่นวายทางการเมืองจำกัด อีกทั้งยังมีการเติบโตของยอดขายที่โดดเด่น

กลุ่มขนส่ง (UNDERWEIGHT)
ทางน้ำ: การปรับตัวของ BDI>2,000 จุดตามคาด แต่ BDI อาจปรับขึ้นจำกัดแค่ 3,000
จุด เนื่องจากแม้ความต้องการขนส่งทางเรือจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณเรือที่เข้าใหม่ปีนี้ยังกดดัน
ตลาดโดยรวม สำหรับเรือเทกอง PSL (เป้าหมาย 23.- บาท) เพราะทำสัญญาค่าระวางเรือปีนี้
แล้ว 92% ของกองเรือ, เริ่มซื้อเรือทดแทนเรือเก่า+สั่งต่อเรือใหม่แล้ว 21 ลำ (รับปี 53-56) และ
มีนโยบายจะมีเรือ 60 ลำในอนาคต ทำให้มีโอกาสที่กำไรจะเติบโต ส่วนคอนเทนเนอร์ การ
เติบโตของปริมาณขนส่ง+ค่าระวางที่ปรับขึ้น ยังเป็นผลดีต่อ RCL (เป้าหมาย 17.- บาท)
ทางบก: เรายังชอบ BECL (เป้าหมาย 25 บาท) เพราะได้ผลดีจาก 1) อัตราดอกเบี้ยที่อยู่
ระดับต่ำ; 2) เส้นทางวงแหวนใต้ของ กทพ. ที่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 23 มี.ค. 52 ทำให้มีการใช้ทาง
ด่วน BECL เพิ่มขึ้น; 3) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ+การเปิดศูนย์ราชการเต็มรูปแบบทำให้มีการ
ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น แต่ปีหน้า BECL จะมีส่วนแบ่งรายได้ลดจาก 50% เหลือ 40%
ทางอากาศ: คาดกำไร 3Q53 ฟื้น เพราะการเมืองสงบทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย
มากขึ้นจากที่หดตัวช่วง เม.ย.-พ.ค. เราชอบ AOT (เป้าหมาย 52.- บาท) เพราะ 1) คดีที่มีกับ
King Power ยุติแล้ว กลับมารับรู้ส่วนแบ่งรายได้สินค้าปลอดอากรได้ตามปกติ; 2) นักท่องเที่ยว
ต่างชาติเริ่มกลับมาหลังเหตุการณ์ทางการเมืองสงบ; 3) เริ่มเข้าสู่ high season ของธุรกิจ

กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ (NEUTRAL)
เม็ดเงินโฆษณา 7M53 ยังโตต่อเนื่อง +12.9%yoy เม็ดเงินผ่านสื่อขนาดใหญ่อย่าง
โทรทัศน์ยังเพิ่มขึ้น +16.7%yoy และสื่ออื่นๆ ก็กลับมาเติบโตกันถ้วนหน้า มีเพียงสื่อวิทยุและ
ป้ายโฆษณาที่ยังหดตัว -2.4% และ -6.7% ตามลำดับ
เรามีมุมมองที่ดีขึ้นเป็นลำดับเกี่ยวกับภาวะอุตสาหกรรมโฆษณาที่เติบโตดีขึ้นตามภาวะ
เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้
เจ้าของสินค้าเริ่มมั่นใจในการเพิ่มงบโฆษณาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรม
โฆษณาทั้งปีโต 10-15% ได้ไม่ยาก
มองในเชิงพื้นฐาน เรายังชอบ MAJOR (เป้าหมาย 16.10 บาท)

กลุ่มเกษตร/อาหาร (UNDERWEIGHT)
ถูกกระทบจากการเมืองไม่มาก เพราะ 1) เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต; 2) แนวโน้ม
ราคาสินค้าเกษตรปี 53 ยังทรงตัวสูงจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดน้อย; 3) การแข่งขันลดลง เพราะ
ผู้ประกอบการบางรายประสบปัญหาการเงิน
ตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ก.ค.53 โตต่อ +13%yoy โดย
ยางพารา +92%, น้ำตาล +6%, ไก่แปรรูปและแช่แข็ง +16%, กุ้งแช่แข็ง +7% และอาหาร
ทะเล +5%
ราคาเนื้อสัตว์เริ่มอ่อนตัวลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน โดยหมูเหลือ 58-59 บาท/กก., ไก่ 38-39
บาท/กก. ในขณะที่การเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ ก็ส่งผลราคาไข่ลดลงเหลือ 2.7 บาท/ฟอง
ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อกำไรออกใน 2H53
มองเชิงพื้นฐาน เรายังชอบ GFPT (เป้าหมาย 11.- บาท)

กลุ่มบริการทางการแพทย์ (ปรับเพิ่มจาก UNDERWEIGHT เป็น NEUTRAL) UPDATE.
รายได้ 3Q53 จะฟื้นตัว เพราะเข้าสู่ฤดูฝน ที่มีการระบาดของไข้หวัดและไข้เลือดออก
ประสิทธิภาพในการคุมต้นทุนดำเนินงานยังคงเป็นประเด็นที่แต่ละบริษัทให้ความสำคัญ
เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นและการเมืองไทยที่เริ่มนิ่ง ส่งผลลูกค้าต่างชาติกลับมาอีกครั้งใน
4Q53
คลังเตรียมขยายสิทธิ์ให้ข้าราชการและคนในครอบครัวรักษาตัวใน รพ.เอกชน เริ่ม 1
ต.ค.53
มองเชิงพื้นฐาน เราชอบ BGH (เป้าหมาย 40.- บาท) เพราะคาดกำไรปี 53 โตสูงสุดใน
กลุ่ม

Trader’s Digest
AH (แนวรับ=14.70, แนวต้าน=15.30) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
1H53 มีกำไร 172 ลบ. พลิกจากขาดทุนช่วง 1H52 ที่ -105 ลบ. อัตรากำไรขั้นต้น
2Q53 ดีขึ้นเป็น 8.4% จาก 6.4%ในไตรมาสก่อน เนื่องจากยอดขายที่โต +94% ทำให้ใช้กำลัง
ผลิตเพิ่มเป็น 70-80% ส่งผลต้นทุนต่อหน่วยลดลง
แนวโน้มกำไร 2H53 ดีกว่า 1H53 โดยคาดว่ายอดขายโตตามยอดผลิต+10%HoH
ประกอบกับมีคำสั่งจาก Ford Fiesta, Mazda2 และNissan March ส่งผลรายได้ปี 53
+63% และมีกำไร 381 ลบ. พลิกจากปี 52 ที่ -109 ลบ.
ได้รับประโยชน์จากโครงการ eco car เพราะมีลูกค้าค่ายหลักผลิตรถรุ่นนี้ เช่น Toyota
Nissan เป็นต้น การขยายกำลังการผลิตที่ผ่านมาจะสามารถรองรับคำสั่งซื้อใหม่ได้เต็มที่ คาด
กำไรปี 54 ยังเติบโต 6-10%
ปัจจุบัน ราคายังต่ำกว่า BV และราคาเป้าหมาย 17.4 บ. (อิง P/B 1x, P/E11x)
GFPT (แนวรับ=8.10, แนวต้าน=9.45) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
ธุรกิจขายอาหารสัตว์และไก่ส่งออก (53%ของยอดขาย) ช่วยดันยอดขาย 3Q53 โต 3%
QoQ
ผลกระทบจากค่า ฿ แข็งจำกัด เพราะป้องกันความเสี่ยงไว้ นอกจากนี้ ยังอาจขึ้นราคา
ขายได้บางส่วนกับลูกค้าญี่ปุ่นหลัง ¥ แข็งค่าด้วย
อัตรากำไรขั้นต้น 3Q53 ดีขึ้นจากสัดส่วนยอดขายกลุ่มอาหารกุ้งและไก่แปรรูปสูงขึ้น คาด
กำไร 3Q53 ที่ 342 ลบ. +19%QoQ
โรงงานร่วมทุนพันธมิตรญี่ปุ่นเป็นตามแผนจะเริ่มสร้างรายได้ช่วงปลายปี 53 และปี 54
จะสร้างส่วนแบ่งกำไรราว 80-100 ลบ.) จึงคงตัวเลขกำไรปี 53 และ 54 ที่ +13%YoY และ
15%YoY ตามเดิม
ปัจจุบันซื้อขายเพียง P/E 7-8x ต่ำกว่ากลุ่มที่ 12x แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี
54 ที่ 11 บ. (อิง P/E 10x)

SEAFCO (แนวรับ=5.90, แนวต้าน=6.45) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
มี backlog ในมือ 1.6 พันลบ. จะรับรู้ปีนี้กว่า 800 ลบ. ดันรายได้ทั้งปีเกิน 1.6 พันลบ.
ปี 53 จะพลิกกลับมามีกำไร 40 ลบ. EPS 0.19 บ. โดยงานรถไฟฟ้าสีม่วงที่รับจาก
CK ที่มี margin สูงถึง 20% จะรับรู้รายได้มากขึ้นใน 2H53
ยื่นประมูลงานแล้วกว่า 200 ลบ. และเตรียมประมูลอีก 1 พันลบ. (งานรถไฟฟ้าสีม่วง
600 ลบ. งานโยธา 400 ลบ.) คาดจะช่วยเพิ่ม backlog ในช่วงปลายปี
มีโอกาสได้งานเพิ่มจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญา 2 ที่ CK ประมูลได้ รวมทั้งยังมี
โอกาสได้งานจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวและแดงที่จะประมูลในต้นปีหน้า
ปี 54 ด้วยแนวโน้มของงานที่มากขึ้นและ margin ที่ดีขึ้น คาดกำไร 112 ลบ. EPS
0.52 บ.
แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 7.80 บาท (อิง P/E 15x)

News & Views
MOBILE : “ศาลปกครองสูงสุดเลื่อนนัดฟังคำสั่ง 3G เป็นวันที่ 23 ก.ย.53 เวลา 9.00 น.”
(ที่มา:BISNEW)
ศาลปกครองสูงสุด เลื่อนนัดฟังคำสั่ง 3G เป้นวันพฤหัสนี้ ตามที่กรณีคณะกรรมการ
กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่ว
คราวให้ระงับการเปิดประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G นั้น โดยทางเจ้าหน้าที่ศาล
ปกครอง กล่าวว่า ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำสั่งกรณีดังกล่าวในวันนี้เวลา 8.30 น. ปรากฏว่า
ล่าสุด ทางศาลปกครองสูงสุดได้รับคำอุทธรณ์ของทาง กทช.แล้ว โดยให้ ทาง กสท.ไปแก้คำ
ร้องของกทช.ในวันพุธที่ 22 ก.ย.53 หลังจากนั้น ทางศาลนัดฟังคำสั่งออกมาในวันที่ 23 ก.ย.
53 เวลา 9 โมงเช้า

ความเห็น: (ณัฐพล 574)
เรายังคงแนะนำ “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็นหลัก โดยประเมินกรณีเลวร้ายที่สุด หากต้องรอ
องค์กรใหม่ (กสทช.) เพื่อกำกับดูแลคลื่นความถี่ตาม รธน.ปี 2550 ที่ปัจจุบัน ยังไม่มีการ
จัดตั้ง เพราะอยู่ในช่วงรอร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ให้ได้ผ่านการพิจารณาของสภา
ผู้แทนราษฎรก่อน เพื่อให้ประกาศใช้ต่อไป เราคาดใช้เวลาอีกราว 1-1.5 ปีเป็นอย่างน้อยจึง
เปิดประมูล 3G บน 2.1 GHz ได้ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นทั้ง ADVANC และ DTAC ที่ปรับ
ต่ำกว่าราคาเป้าหมายไม่รวม 3G มากขึ้น ดังนั้น จึงแนะนำ”รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็นหลักทั้ง
ADVANC (ราคาเป้าหมาย 104.3 บาท) และ DTAC (ราคาเป้าหมาย 50.0 บาท)
Disclaimer



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 10:30:10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น