วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/09/53

ระบม 3 จี หามส่งโรงพยาบาลก่อนดีกว่า
ตลาดหุ้น มหาวิปโยค ทุก ก.ย. เริ่มตั้งแต่ปฏิวัติในปี 2549 มาบตาพุด ก.ย.52 แทบ
ทุกครั้ง เกิดเพราะการประสานงานของหน่วยงานราชการที่ล้าหลัง คราวนี้ไม่ตกลงกันให้ได้ก่อน
เปิดประมูล 3 จี ฝ่ายหนึ่งก็เดินหน้าเปิดประมูล ส่วนอีกฝ่ายก็เดินหน้าฟ้อง ล้วนแต่ใช้เงินภาษีอากร
ของประชาชน แต่กลับมาก่อความเสียหายให้กับทั้งภาคเอกชนและประชาชนทั้งสิ้น คาดว่าเรื่อง
3 จี ยังมีโอกาสดึงทั้งสื่อสาร และธนาคารลงได้ ส่วนกรณีที่เราคาดการณ์ว่าตลาดจะต้องเกิด”ไม่”
3 ประการ คือ 1.ศาลไม่รับฟ้องกรณี 3 จี 2.ต้องไม่มีการออกมาตรการคุมบาทแข็ง และ 3.ต้อง
ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง ถ้าไม่ครบ 3 ประการจึงจะทำให้ SET เดินหน้าเป็นขาขึ้น
ไปถึง 1,000 จุดได้ แต่ขณะนี้ท่าทางจะถูก Convert กลับทั้ง 3 ไม่ เพราะเริ่มมีข่าวจากทางการ
ว่า ภายในไม่เกินสิ้นเดือนนี้ ธปท.จะออกมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งช่วยเหลือเอกชนเพื่อไม่ให้ค่า
เงินบาทแข็งเกินไป อีกทั้งการประท้วงทางการเมืองก็กำลังจะมีอีกระลอกช่วงวันที่ 19 ก.ย.53 ใน
ขณะที่ มาบตาพุดที่เหมือนจะจบไปแล้ว แต่ยังคาใจจะกลับมาประท้วงอีก 30 ก.ย.นี้ ขออภัยที่
ป้อนข่าวร้าย แต่เราเห็นว่าหากหันหน้าพึ่ง Sector โรงพยาบาลได้ เราก็แนะนำซื้อยกกลุ่มทั้ง
BGH, KH, TNH และ BH ส่วนหุ้นเด่นแนะนำซื้อ AH เนื่องจากเห็นการ Turnaround ของ
Gross Margin ขึ้นมาและมีโอกาสเพิ่ม Gross Margin ต่อเนื่องอีก ส่วน BANPU คาดราคา
หุ้นมุ่งขึ้นตาม ITMG ที่ราคายังดีและนักวิเคราะห์ในต่างประเทศ เน้นให้ขายเหมืองอื่น เข้าซื้อ
ITMG เนื่องจากเหตุฝนตกหนักในอินโดนีเซีย กระทบเหมืองอื่น แต่กระทบ ITMG น้อยกว่า คาด
ลงไปสู่แนวรับที่ 905-911 จุดได้อีก
กรอบวันนี้ แนวรับ 912 แนวต้าน 928

ปัจจัยวันนี้
( - ) ICT: ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ซึ่งทำให้การประมูล 3G ถูกระงับ
โดยปริยาย ทางเดียวที่จะดำเนินการต่อได้คือศาลปกครองสูงสุดต้องรับอุทธรณ์ของ กทช. ก่อนวัน
ที่ 20 ก.ย. 53 นี้เท่านั้น (โอกาส 10%) ในกรณีฐาน (Base Case) คือต้องรอศาลรัฐธรรมนูญตี
ความอำนาจของ กทช. คาดว่าจะล่าช้า 2 - 3 เดือน (โอกาส 40%) แต่ถ้าเลยจากนี้คาดต้องรอ
การจัดตั้ง กสทช. ซึ่งจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี ราคาหุ้นสื่อสารที่น่าสนใจอีกครั้งเรามองว่าน่าจะต่ำกว่า
ราคาเป้าหมาย 2G ซักประมาณ 10% คือ ADVANC ที่ 90 บาท, DTAC 41 บาท ส่วน
TRUE คือต่ำ 6 บาท ลงมา
( - ) ค่าเงินบาท: เรายังคงต้องจับตาดูทิศทางค่าเงินบาทและความเคลื่อนไหวของ
ธปท. ว่าจะมีการออกมาตรการใดๆ ออกมาสกัดกั้นการแข็งค่าของค่าเงินหรือไม่ ซึ่งล่าสุดนาย
สาธิต รังคสิริ ผอ. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรรมการธปท.ออกมากล่าวว่าธปท. จะออก
มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนภายในเดือนนี้ ซึ่งต้องติดตามกันว่า
มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นหรือไม่ ขนาดไหน
( + ) AH: ด้วยภาพรวมภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ยังคงเป็นขาขึ้นต่อ
เนื่อง ประกอบกับการคาดหวังการฟื้นตัวของ Gross Margin ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการ
ของ AH จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดกำไรปีนี้ที่ 392 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 109 ล้านบาท
ในปีก่อน และปีหน้ากำไรเติบโตอีก 38% ราคาหุ้นปัจจุบันยังคงต่ำกว่า Book Value ซื้อขายกัน
ที่ระดับ 7 เท่า PER ปีหน้า แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 20 บาท



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/09/10 เวลา 10:19:05

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น