วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/09/53

Market Recap and Trend: หุ้นกลุ่มสื่อสาร และการชุมนุมเสื้อแดงวันที่ 19 ก.ย. นี้ จะเป็น
ปัจจัยกดดัน Sentiment ของตลาดวันนี้
SET วานนี้เคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกทั้งวัน สวนทางกับตลาดหุ้นภูมิภาค
ส่วนใหญ่ซึ่งปรับตัวลง โดยปิดตลาด SET ปรับสูงขึ้น 0.41% ที่ 924.81 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อ
ขายลดลงเหลือ 26,760 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นสุทธิ 1,801 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะถูกกดดันจาก 2 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่ คำสั่งศาลปกครอง
กลางที่สั่งระงับการประมูลระบบ 3G และการชุมนุมของคนเสื้อแดงวันที่ 19 ก.ย.นี้ โดย
เมื่อเย็นวานนี้ศาลฯ มีคำสั่งระงับการเปิดประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ซึ่งจะ
เป็นปัจจับลบโดยตรงต่อหุ้น ADVANC, DTAC, TRUE และจะกดดันต่อ SET วันนี้ สำหรับ
ยอดผลิตรถยนต์ในเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้น 68% อยู่ที่ 141,043 คัน ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ตั้งแต่
ม.ค.-ส.ค.อยู่ที่ 1,055,808 คัน เพิ่มขึ้น 93% คาดว่ายอดผลิตรถยนต์ทั้งปีที่ 1.56 ล้านคัน หรือ
เพิ่มขึ้น 56% แนะนำ ทยอยสะสม STANLY และ SAT ที่เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม

Investment Strategy: ถือหุ้นในสัดส่วน 60% ของพอร์ตต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มสื่อสาร หลัง
จากศาลฯ มีคำสั่งระงับการประมูล 3G
แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้นอีกครั้งเมื่อวานนี้ ประกอบกับค่าเงินบาทที่
แข็งค่าขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 30.86 บาท/ดอลลาร์ฯ จะเป็นปัจจัยหนุนการ Rebound
ต่อเนื่องของ SET วันนี้ อย่างไรก็ตาม เราเราคาดว่า SET มีโอกาสพักฐานในระยะสัปดาห์ หลัง
จากปรับสูงขึ้นแรงกว่า 30% ในช่วงเกือบ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายการพักฐานที่ระดับ
900 จุด และ 860 จุด ตามลำดับ โดยเราแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 60% ของพอร์ตต่อ
ไป และรอสัญญาณการซื้อหุ้นเพิ่มอีกครั้งบริเวณแนวรับ...สำหรับกลุ่มหุ้นที่เราคาดว่าจะเริ่มกลับ
มามีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วงนี้ ได้แก่หุ้น กลุ่มอเล็กทรอนิกส์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก
1).แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q53 ของหุ้นในกลุ่มจะออกมาดี เนื่องจากเป็นช่วง High
Season 2).ราคาหุ้น Laggard มากตั้งแต่ ส.ค.ที่ผ่านมา โดย SET ปรับสูงขึ้น 8% ในขณะที่
ดัชนีหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิสก์ปรับลดลง 2.8% และ 3). ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าลงถือว่าเป็น
ปัจจัยบวกต่อหุ้นส่งออกเป็นหลักอยากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์...สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่
• DELTA – ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 32.0 บาท คาดผลการดำเนินงาน 3Q53 ออกมาดี
ราคาหุ้น Laggard ตลาดมากในช่วง 1.5 เดือนที่ผ่านมา

Futures Strategy :
แนะนำ Trading Short ต่อเนื่อง ในกรอบ 624-638 จุด (ดูรายละเอียดใน
Derivative Strategy)

AUTO :
หุ้นกลุ่มบันเทิงอย่าง BEC และ MCOT มี Sentiment แข็งแกร่งขึ้น

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +1.1% สูงกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ -0.6% (Update วันที่ 13 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +1.1% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET
มีอัตราผลตอบแทน -0.6% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 1.7% แต่หาก
พิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +236% ดีกว่าตลาดที่ให้อัตรา
ผลตอบแทน +32% อยู่ 155% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมีอัตราผล
ตอบแทน 46% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 26% อยู่ 20% รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ADVANC, และ QH เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 4.6%
และ 4.1% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 6 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน) ADVANC
(มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมากขึ้นกรณีสัมปทาน 3G) QH (คาดว่าผลการดำเนินงานจะเพิ่ม
ขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มีประเด็นบวกจากการขายหุ้น
ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินในอนาคต)

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.21% ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง
0.04% หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการระหว่างว่างงานใน
รอบสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 3,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 450,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2
เดือน อย่างไรก็ดีภาวะการซื้อขายยังคงซบเซาเนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ค่อนข้างผันผวน
โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค.พุ่งขึ้น 0.4% ส่งผลให้
นักลงทุนวิตกกังวลว่าสหรัฐอาจเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวช้า ขณะ
ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียระบุ ดัชนีกิจการการผลิตในเขตฟิลาเดลอยู่ที่
ระดับ -0.7 จุดในเดือนก.ย.สะท้อนให้เห็นว่าภาคการผลิตในฟิลาเดลเฟียยังคงหดตัวลง นอกจาก
นี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงาน ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ พุ่งขึ้นเป็น
1.233 แสนล้านดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนต.ค. ลดลง 1.45
ดอลลาร์ ปิดที่ 74.57 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบหลังจากบริษัทเอ็นบริดจ์
อิงค์ ออกแถลงการณ์ว่า ทางบริษัทพร้อมที่จะลำเลียงน้ำมันจากแคนาดาไปยังเขตมิเวสต์สหรัฐ
ผ่านทางท่อส่ง Line 6A ในวันศุกร์ หลังจากการซ่อมแซมรอยรั่วเสร็จสิ้นลง นอกจากนี้ ข้อมูล
เศรษฐกิจที่ผันผวนของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของ
เศรษฐกิจและดีมานด์พลังงาน
เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์ ค่าเงินเยนยังคงอ่อนตัวลงนับตั้งแต่บีโอเจตัดสินใจใช้เงิน
2 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา ด้วยการเทขายเงินเยนและทุ่มซื้อ
ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงตลาดครั้งแรกในรอบกว่า 6 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือการฉุดรั้ง
เงินเยนให้อ่อนค่าลงหลังจากการแข็งค่าของเงินเยนได้สร้างความวิตกกังวลในวงกว้างว่าอาจจะ
ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมและทำให้ผลกำไรในตลาดต่างประเทศของบริษัท
ญี่ปุ่นหดตัวลงด้วย ส่วนค่าเงินยูโรดีดตัวขึ้นเพราะได้แรงหนุนหลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลสเปน
ประสบความสำเร็จในการประมูลพันธบัตรซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในแนว
โน้มเศรษฐกิจยุโรปมากขึ้น
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 103 จุดมาที่ 2,737 จุด สิ้นสุดฤดูการเก็บสต็อกวัตถุ
ดิบและสินค้าคงคลัง คาดว่าค่าระวางเรือจะมีทิศทางผันผวนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยภาพค่าระวางเรือ
จะถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่มขึ้น
กว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง
TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วง
ปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่องจาก
อายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/09/10 เวลา 9:25:04

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น