วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/09/53

Market Highlight
- วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังมีทั้งบวกและลบคละกัน แม้ตลาดหุ้นโลกแกว่งขึ้นเล็ก
น้อย แต่ค่า ฿ ก็กลับอ่อนตัวตาม ¥ ขณะที่ศาลปกครองก็สั่งเลื่อนการประมูล 3G ออกไป คาดว่า
SETI จะปรับตัวผันผวนในทิศทางลง
- อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ “ซื้อ” ถ้าตลาดวันนี้มีการปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะ SET& 8776;
900±10 จุด เนื่องจากการเลื่อนประมูล 3G ออกไปไม่มีผลต่อราคาเป้าหมายหุ้น ICT ที่เรา
ประเมิน และไม่เกี่ยวกับหุ้นกลุ่ม
- หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 1048675;=ACCELERATION) คือ BEC, CCET, CPALL,
DCC, DELTA,HANA, HMPRO, LH, SVI ส่วนหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ
(& 1048676;=DECELERATION) คือ QH,TASCO, TCAP, TISCO

หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): CK (8.60/9.25), JAS (1.38/1.68), PS (24.-/25.25) *

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
- วันนี้ :
- คาดการณ์สัปดาห์หน้าไม่มีหุ้นเข้าข่ายต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance ตามเกณฑ์
ตลท. --
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Turnover List
- พรุ่งนี้ :
- TUF XR 20C : 1C @ 50.00 บาท กำหนดการจองซื้อ 11-15 ต.ค.53

- ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
- 17 ก.ย.53 : กทช.ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งของ
ศาลปกครองกลางที่คุ้มครองชั่วคราวที่ให้ กทช. ระงับการเปิดประมูล 3G
- 20-28 ก.ย.53 : ประมูลใบอนุญาต 3G (อาจมีการเปลี่ยนแปลงวันประมูล)
- 20 ก.ย.53 : Respect for the Aged Day (ญี่ปุ่น)
- 21 ก.ย.53 : สหรัฐกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
- 21-23 ก.ย.53 : Chusok, Full moon festival (เกาหลี)
- 22 ก.ย.53 : Mid-Autumn Festival (ใต้หวัน)
- 22-24 ก.ย.53 : Mid-Autumn Festival (จีน)
- 23 ก.ย.53 : Autumn Equinox (ญี่ปุ่น)
- 23 ก.ย.53 : The day following Chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)
- 24 ก.ย.53 : นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 65 ณ นคร
นิวยอร์ก พร้อมนัดหารือทวิภาคีกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

Economics & Politics
ข่าวต่างประเทศ:
“ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยหลังข้อมูลศก.ไร้ทิศทาง”
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดขยับขึ้นในวันพฤหัสบดี ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทางและการ
คาดการณ์อย่างระมัดระวังจากบริษัทเฟดเอ็กซ์ว่าผลกำไรจะต่ำกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดไว้
และเตือนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจชะลอลงทำให้ตลาดปรับตัวอยู่ในช่วงแคบๆ ทั้งนี้ดัชนี
เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 22.10 จุดหรือ 0.21% สู่ 10,594.83, ดัชนี S&P 500
ปิดขยับลง 0.41 จุดหรือ 0.04% สู่ 1,124.66 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 1.93 จุด หรือ
0.08% สู่ 2,303.25
การลดลงของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนในสัปดาห์ล่าสุด
นั้นไม่เพียงพอที่จะหนุนตลาด ขณะที่ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจในเขตมิด-แอตแลนติกบ่งชี้ถึงการ
หดตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนก.ย.

“ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:ข่าวท่อส่งน้ำมันถ่วงราคาน้ำมันดิบปิดลบ 1.45 ดอลล์”
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันพฤหัสบดี
โดยดิ่งลงเกือบ 2 % และได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าจะมีการเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมัน
ขนาดใหญ่ระหว่างแคนาดากับสหรัฐอีกครั้งในเร็วๆนี้รวมทั้งได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจ
ที่ไร้ทิศทางด้วย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.ดิ่งลง 1.45 ดอลลาร์ หรือ 1.91 % มาปิด
ตลาดที่ 74.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

“สหรัฐเผยยอดขาดดุลบ/ชเดินสะพัดเพิ่มขึ้นใน Q2/2010 ”
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2010สู่
1.233 แสนล้านดอลลาร์หรือ 3.4% ของจีดีพี ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุน,ผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ
และสินค้าผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

“'โซรอส' เตือนฟองสบู่ทองคำ ชี้อาจพุ่งต่อได้แต่ไม่ปลอดภัย ”
โซรอสชี้ราคาทองคำอาจจะพุ่งต่อไปหลังจากที่ทำสถิติในสัปดาห์นี้ แต่ได้เตือนอีกครั้งว่า
'ทองคำเป็นฟองสบู่สุดท้าย' ที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้ แต่ไม่ปลอดภัยและไม่ยั่งยืนตลอดไป

“ :'ไกธ์เนอร์'วิพากษ์นโยบายหยวน ชี้จีนปล่อยแข็งค่าช้าเกินไป ”
นายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐเพิ่มการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของ
จีน โดยกล่าวว่า หยวนแข็งค่าช้าเกินไป และเขาจะมองหาแนวทางใหม่ในการทำให้จีนดำเนินการ
เร็วขึ้น
ขณะที่ค่าเงินหยวนปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์เมื่อวานี้ โดยแข็งค่าขึ้น 0.9% ในช่วง
6 วันทำการ ซึ่งเป็นสถิติดีดตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2008 โดยได้รับการชี้นำจากอัตรา
อ้างอิงที่แข็งแกร่งของธนาคารกลางจีน

ข่าวในประเทศ:
“เบรก 3จี หัวทิ่ม ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว/กทช.ยื่นอุทธรณ์วันนี้หวังเดินหน้าต่อ ”
เมื่อค่ำวานนี้ ศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้ระงับการ
อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอเอ็มที ย่านความถี่ 2.1
กิกะเฮิรตช์ และการดำเนินการต่อไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
หรือ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์
เคลื่อนที่ไอเอ็มที ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตช์จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
กทช.เผย ในวันนี้จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งของ
ศาลปกครองกลาง ที่คุ้มครองชั่วคราวที่ให้ กทช.ระงับการเปิดประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่
ระบบ 3G
ขณะที่นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานคณะกรรมการบริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า นายวรุธ สุวกร
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ตัดสินใจแล้วว่าจะฟ้องร้องกทช. ในเรื่องการเปิดประมูล 3จี เพราะ
พิจารณาแล้วเห็นว่ากฎเกณฑ์เกี่ยวกับ 3จี ที่กทช. ประกาศออกมาจะส่งผลทำให้มูลค่าทรัพย์สิน
ของรัฐหายไปจำนวนมาก และทรัพย์สินดังกล่าวไม่ใช่ สมบัติของเอกชน และไม่ใช่ของ ทีโอที แต่
เป็นของรัฐและประชาชน

“สศค.คาดบาทแข็งค่ายังไม่กระทบการขยายตัวเศรษฐกิจ ทั้งปียังโตได้ 7%”
นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การแข็งค่า
ขึ้นของเงินบาทในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) โดยคาดว่าทั้งปี
เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ที่ระดับ 7% แม้ผลการประเมินจะพบว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุก 1%
จะกระทบต่อมูลค่าการส่งออก 0.4% ซึ่งจะมีผลทำให้การขยายตัวของจีดีพีลดลง 0.3% ก็ตาม

“ธปท.คุม'บอนด์'สกัดเก็งบาท”
'แบงก์ชาติ' เผย กนง.สั่งเกาะติดเก็งกำไรค่าเงินผ่านตลาดบอนด์ หลังต่างชาติเข้ามาลง
ทุนกว่า 1.9 แสนล้านบาท พร้อมเตรียมยกปัญหาค่าเงินถกผลกระทบทางเศรษฐกิจในการประชุม
กนง.ครั้งถัดไป ด้านนายกสมาคม บลจ.ยอมรับเงินทุนต่างชาติทะลักเข้าเก็งกำไรค่าเงินใน
ตลาดตราสารหนี้

“ดีเบต'สวล.-4ฝ่าย'รัฐหวังยุติขัดแย้ง11 กิจการรุนแรง”
รัฐบาลหวังยุติปัญหาความขัดแย้งประกาศกิจการรุนแรง 11 ประเภท เตรียมจัดดีเบตชี้แจง
เหตุผลบอร์ดสิ่งแวดล้อมกรรมการ 4 ฝ่ายออกทีวีในอีก 1-2 สัปดาห์ชาวบ้านมาบตาพุดยืนยัน
ทบทวนประกาศ พร้อมทิ้งไพ่ใบสุดท้ายนัดชุมนุม 30 ก.ย.ด้านบอร์ดสิ่งแวดล้อมเผยใช้ข้อมูล
วิชาการตัดสินใจก่อนประกาศกิจการรุนแรง

“นายกฯ ปัดยุบสภาใน 1-2 เดือน”
นายกฯไม่ผวา 'ชายชุดดำ' เชื่อมือ เจ้าหน้าที่ดูแลได้ ปัดข่าวเตรียมร่างพ.ร.ฎ. จ่อยุบสภา
ใน 1 - 2 เดือน ยัน ไม่มีผู้มีบารมีนอกรัฐบาลกดดัน เมิน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน
ด้าน 'สุเทพ' รับ ชายชุดดำเตรียมป่วนเมืองจริง สั่ง รปภ.เข้ม 'นายกฯ' - บุคคลสำคัญ ขู่ เสื้อแดง
ชุมนุม เย้ย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผิดกฎหมายจับทันที

“ ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมวูบ ”
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า
ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 102.4 ลดลงจากเดือน ก.ค.ที่ระดับ 108.6 โดยปรับ
ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน นับตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ดัชนีอุตสาหกรรมมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง
ทังนี้ได้รับผลกระทบปัญหาค่าเงินบาทแข็งตัวจากระดับ 32.47 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐใน
เดือนก.ค. มาอยู่ในระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเดือน ส.ค. หรือแข็งค่าถึง 1.22 บาทต่อ
ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ผู้ส่งออกต้องสูญเสียรายได้ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท ภายใน 1 เดือน
รวมทั้งผู้ประกอบการเริ่มปฏิเสธคำสั่งซื้อ เพื่อรอดูสถานการณ์ค่าเงินในอนาคต, แนวโน้มการ
ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ของประเทศ

“ วิปรัฐฯให้'ภูมิใจไทย'ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม,ให้เสนอใหม่รวมเหตุพ.ค.ปีนี้ ”
คณะกรรมการประสานงาน(วิป) พรรคร่วมรัฐบาล มีมติให้พรรคภูมิใจไทย ถอนร่าง
พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)นิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมทางการเมือง
ของประชาชน ที่เสนอไว้เมื่อปีก่อนเนื่องจากเนื้อหายังไม่ครอบคลุมเหตุการณ์วุ่นวายทาง
การเมือง เมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.ปีนี้

“เครดิตสวิสชู'หุ้นไทย'น่าลงทุน ชื่นชมหุ้นไฟแนนซ์-พลังงานราคาถูก เพิ่มน้ำหนักเหนือ
เกณฑ์เฉลี่ย”
เครดิตสวิสควง 'มาร์ค เฟเบอร์' ชูหุ้นไทยน่าลงทุน โดยเฉพาะพลังงาน-ไฟแนนซ์
ติดกลุ่ม 3 ตลาดหุ้นเอเชียราคาถูกสุดร่วมกับฟิลิปปินส์-อินโดนีเซียล่าสุดเพิ่มน้ำหนักลงทุนเหนือ
เกณฑ์เฉลี่ยหนุนนักลงทุนซื้อหุ้นมีมูลค่าต่ำเกินจริง พร้อมแนะทำกำไรขายหุ้นอิงผู้บริโภคมีมูลค่า
สูงเกินจริงต่อเนื่อง

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวานนี้ ตลาดยังเดินหน้าบวกต่อหลังผู้ว่าฯ ธปท. แจงชัดยังไม่ใช้มาตรการเข้มสกัด
บาทแข็ง โดย SETI +3.71 จุด (+0.4%) ปิดที่ 924.81 จุด แต่มูลค่าการซื้อขายชะลอตัวเหลือ
27,271ล้านบาท

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,594.83 จุด (+0.2%), S&P 1,124.66 จุด (-0.04%),
NASDAQ 2,303.25 จุด (+0.1%), Nikkei 9,575.76 จุด (+0.7%), AOI 4,674.5 จุด
(+0.5%), KOSPI 1,813.19 จุด (+0.1%)
& 9786; กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติและสถาบันซื้อสุทธิ +1,801 และ +282 ลบ. ตาม
ลำดับ ขณะที่ บล. และรายย่อยขายสุทธิ -240 และ -1,844 ลบ. ตามลำดับ
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $74.57 (-1.9%), BDI 2,737 จุด (-3.6%),
GRM $2.76 (-19.5%), ทองคำ $1,274.55 (+0.6%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: ฿ ทรงตัวตาม ¥ หลัง BOJ แทรกแซง ซื้อขายที่ 30.76-30.90 บาท/
ดอลลาร์
เศรษฐกิจ: ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ กทช. เลื่อนประมูล 3G ออกไปก่อน
การเมือง: ภท. ยอมถอนร่าง กม. นิรโทษกรรมทางการเมืองออกไปแก้ไขใหม่
เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นดูอ่อน แต่จะถือว่ายังเป็น “บวก” ตราบใดที่ SETI& 8805;920 จุด
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังมีทั้งบวกและลบคละกัน แม้ตลาดหุ้นโลกแกว่งขึ้นเล็กน้อย
แต่ค่า ฿ ก็กลับอ่อนตัวตาม ¥ ขณะที่ศาลปกครองก็สั่งเลื่อนการประมูล 3G ไปก่อน คาดว่า SETI
จะปรับตัวลง
ทางด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนว่าอารมณ์ตลาดยังไม่นิ่ง โดยมีการพลิกไปมาระ
หว่าง“กลัว” กับ “กล้า” อยู่ ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...

ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ยังเคลื่อนไหวแคบๆ ตาม Wall Street
& 9786; ตลาดพันธบัตร: แกว่งตัวขึ้นใหม่ ล่าสุด อัตราดอกเบี้ย US10Y=2.7225% [ความ
หมาย: อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล& 1048778;=แรงขายสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุนประเมิน
แนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
& 9786; ค่าเงินดอลลาร์: ยังดูอ่อน ล่าสุด=81.443 จุด [ความหมาย: ดัชนีค่า US$& 1048778;=แรงขาย
สินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมัน& 1048780;, BDI& 1048780;, ทองคำ& 1048778; [ความหมาย: น้ำมัน+BDI=สินทรัพย์
เสี่ยง,ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
แม้โมเมนตัมระยะสั้นไม่เสียหาย แต่คำสั่งศาลปกครองที่ให้เลื่อนการประมูล 3G ออกไป
ก่อนน่าจะมีผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุนและทำให้เกิดความผันผวนสูงอีกครั้งวันนี้ อย่างไรก็ตาม
เราแนะนำให้ “ซื้อ” ถ้าตลาดปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะ SET& 8776;900±10 จุด เนื่องจากการเลื่อน
ประมูล 3G ไม่มีผลกระทบต่อราคาเป้าหมายหุ้น ICT ที่เราประเมินและไม่เกี่ยวกับหุ้นกลุ่มอื่น
ในระดับกลุ่ม วันนี้ เราแนะนำให้เพิ่มน้ำหนัก ETRON จาก UNDERWEIGHT เป็น
NEUTRAL
ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 1048675;=“ACCELERATION”) คือ BEC, CCET,
CPALL,DCC, DELTA, HANA, HMPRO, LH, SVI หุ้นแสดงสัญญาณลบ
(& 1048676;=“DECELERATION”) คือ QH, TASCO, TCAP, TISCO

แนวโน้มระยะกลาง:
มองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก ดังนี้
แต่คนส่วนใหญ่กลับอยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เพราะ “ความกลัว” หลายประการ คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการผลิต
ในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา เพราะ ...
& 9786; ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจ
โลกจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
& 9786; ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดงให้
เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
& 9786; คาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้
ประสบปัญหาเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นทะลุเป้าหมายเดิมที่มองไว้ที่ 850~900 จุด แต่เชื่อว่า
ตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
& 9786; เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 9129;”) และช่วง
กลาง (“& 8746;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 9133;”) ของรูปแบบตัว “U”
& 9786; การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
โดยยอดขายและกำไร 1H53 ฟื้นตัว +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา: ตลท.]
& 9786; คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน”
ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
& 9786; แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง+
ยังรักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
& 9786; การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชียแข็ง
ค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
& 9786; หลังออกงบ 2Q53 นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมาย โดยใช้ “เป้าหมายปี 54” แทน
“เป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้

คำอธิบาย: OVERWEIGHT=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าเป็นกลุ่มที่ให้
ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าให้ผลตอบ
แทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHT=ควรลงทุนน้อยกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะ
ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะนำนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี
โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=น้ำหนักของหุ้นแต่ละกลุ่มในสูตรคำนวณ SETI, “ผลตอบแทนของ
ตลาด”=อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากดัชนี SET Total Return Index (SETTRI)
ทั้งนี้ TRI=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งรวม 1) กำไร/ขาดทุนจาก
การเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น; 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน; 3) เงินปันผล โดยมีข้อสมมติว่าเงินปันผลถูกนำ
ไปลงทุนซ้ำในหลักทรัพย์ตัวเดิมด้วย

Investment Ideas
กลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี (NEUTRAL)
นโยบายยืดหยุ่นค่าเงินของจีน ส่งผลให้ค่าเงินหยวนแข็งขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และฤดู
พายุเฮอริเคนของสหรัฐใน 3Q53 ที่แม้รุนแรง แต่ไม่มีผลกระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าว
เม็กซิโก ทำให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวอยู่ในช่วง $70~80 ลดลงจากจุดสูงสุดที่ $85-87 เมื่อ
เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
กรณีโครงการมาบตาพุด ศาลปกครองกลางได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตใน “11 โครงการที่
มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน” เพียง 2 ใน 76 โครงการ (PTTCH+TPC) ส่งผลให้โครงการส่วน
ใหญ่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปลาย 4Q53 เร็วกว่าที่คาดไว้เดิมในสิ้น 1Q54
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงของหุ้นกลุ่ม ENERG คือ 1) ความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจอาจ
ฟุบอีกครั้งมีผลกดดันราคาน้ำมัน; 2) กำลังผลิตใหม่ในธุรกิจปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นมากมาจากตะวัน
ออกกลางและจีน กดดันให้ spread ลดลง

มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ PTTAR (เป้าหมาย 31.- บาท), PTTEP (เป้าหมาย 180.- บาท),
PTTCH (เป้าหมาย 120.- บาท), TOP (เป้าหมาย 52.- บาท)
กลุ่มธนาคาร (OVERWEIGHT)
สินเชื่อ 7M53 (7 ธนาคาร) +2.9%ytd โดย ก.ค.หดตัวเล็กน้อย -0.5% mom ถือว่าไม่
ผิดปกติที่ตัวเลขสินเชื่อ ก.ค. มักจะลดลงจาก มิ.ย.

แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะดีต่อ NIM ของธนาคารขนาดใหญ่
เรามองว่าสินเชื่อยังโตต่อเนื่องในระดับ 1.5x %& 916;GDP& 8776;9~10% เพราะ 1) รัฐบาลกลับ
มาเร่งโครงการไทยเข้มแข็ง, 2) ภาคส่งออกเติบโตดีและ H2 เป็น high season ของสินค้า
เกษตร, 3) ศาลปกครองปลดล็อกโครงการต่างๆ ในมาบตาพุดที่ชะงักมา 8 เดือนแล้ว
หนี้ NPL ณ สิ้นมิ .ย 53 . ไม่ได้น่าเป็นห่วงแม้มีจลาจลใน พ .ค .ก็ตาม โดยตัวเลข gross
NPL และ net NPL ลดลงเหลือ 4.4% และ 2.4% ตามลำดับ
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ KBANK (เป้าหมาย 131.- บาท), SCB (เป้าหมาย 125.50
บาท)

กลุ่มสื่อสาร (NEUTRAL)
แม้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว โดยมีอัตราผู้ใช้บริการ >98%ของ
ประชากร แต่การเร่งเดินหน้าออกใบอนุญาต 3G ของ กทช.ชุดใหม่ถือเป็นปัจจัยบวกต่อ
อุตสาหกรรมในระยะยาว ทั้งนี้ กทช.ได้เปิดประมูลในเดือน ก.ย.53
การแปลงสัญญาสัมปทาน 2G ที่ขณะนี้มีการศึกษาควบคู่ไปนั้น ถือเป็นข่าวบวกมากกว่า
ลบ เพราะต้นทุนถูกลงและอายุนานขึ้น โดย TRUE ได้ประโยชน์มากกว่า DTAC และ
ADVANC
สำหรับประเด็นการขยายผลคำตัดสินคดียึดทรัพย์ทักษิณนั้น เราคาดว่าต้องใช้เวลาตัดสินอีก
นาน จึงจะได้ข้อสรุป โดยให้น้ำหนักได้ข้อยุติจบที่ศาลเป็นสำคัญ
มองในเชิงพื้นฐาน เรายังคงชอบหุ้น ADVANC (เป้าหมาย 104.3 บาท) มากที่สุด
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (เพิ่มน้ำหนัก UNDERWEIGHT เป็น NEUTRAL) UPDATE.
ตัวเลข book to bill ratio ล่าสุด (ก.ค.53) ยังสูง >1x ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 [ความ
หมาย: book to bill ratio=ปริมาณคำสั่งซื้อใหม่÷ปริมาณสินค้าส่งมอบ=อุปสงค์÷อุปทาน]
SIA เผยตัวเลขยอดขายสินค้าเซมิคอนดักเตอร์เดือนล่าสุด (ก.ค.53) ยังเดินหน้าปรับเพิ่ม
ขึ้นอย่างแข็งแกร่งอีก 1%mom หรือส่งผลภาพรวม 7M53 ปรับตัวขึ้นกว่า +47%yoy แล้ว
ตัวเลขยอดขายสินค้าเซมิคอนดักเตอร์ 1H53 ที่เติบโตแข็งแกร่ง ส่งผล SIA คงประมาณ
การเป้าการเติบโตของยอดขายทั้งปี 53 เป็น 28%yoy
ตัวเลขส่งออกสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า ก.ค.53 เพิ่ม +14%yoy
และ +20%yoy สนับสนุนแนวโน้มคำสั่งซื้อกลุ่มนี้ที่ยังโตแข็งแกร่งใน 3Q53
แต่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ 2H53 อย่างไรก็ตาม
เรายังชอบ HANA (เป้าหมาย 36.80 บาท) และ DELTA (เป้าหมาย 31.90 บาท)

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (OVERWEIGHT)
รับเหมา: ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่มีงานในมือที่สามารถรับรู้รายได้อีก 2~3 ปี โดย
นโยบาย “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้มีงานประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นๆ อีก เราชอบ CK (เป้าหมาย 9.80
บาท) เพราะ 1) มี backlog+งานใหม่รอเซ็น>3.3 หมื่นล้านบาท; 2) มีแนวโน้มได้งานในต่าง
ประเทศกว่าหมื่นล้านบาท; 3) มีโอกาสชนะประมูลงานรถไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีประมูลอีกในช่วง
ปลายปี และ 4) โครงการเขื่อนไซยะบุรี มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท เซ็น MOU กับ กฟผ. แล้ว
ที่อยู่อาศัย: ยอดขายใน 3Q53 จะเริ่มฟื้นตัวจาก 1) การเมืองที่กลับมาสงบทำให้ความเชื่อ
มั่นฟื้นคืนมา; 2) เศรษฐกิจยังดีต่อเนื่อง; 3) มีการเปิดโครงการใหม่ใน 2H53 จำนวนมาก เรายัง
ชอบ QH (เป้าหมาย 3.24 บาท) เพราะเติบโตโดดเด่นจากคอนโดมิเนียม, AP (เป้าหมาย
8.20 บาท) ที่กำไรปี 53 มีแนวโน้มจะดีกว่าที่คาด
นิคมอุตสาหกรรม: แม้ปัญหาการเมืองมีความรุนแรงในเดือน พ.ค.53 ทำให้ยอดขายที่ดี
ใน 2Q53 ชะลอตัว แต่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวใน 2H53 เนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศ 7
เดือนแรกปี53 ยังโต+46.5%yoy และเงินลงทุนโดยรวมที่ขอ BOI ทรงตัว ประกอบกับลูกค้า
กลุ่มยานยนต์มีโอกาสขยายกำลังการผลิตใน 1-2 ปีข้างหน้า ส่งผลให้แนวโน้มนิคมอุตสาหกรรม
ยังเติบโตได้ในปี 54 เราชอบ AMATA (เป้าหมาย 16.- บาท), TICON (เป้าหมาย 14.40 บาท)

กลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง (NEUTRAL)
วัสดุก่อสร้าง: ยอดขายปูนซีเมนต์ในประเทศ ก.ค. 53 +3.5% เป็นบวก ติดต่อกันเป็น
เดือนที่ 14 และคาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์จะเพิ่มขึ้นช่วงปลายปีจากงานก่อสร้างฟื้นฟู
อาคารที่เสียหายจากเหตุจลาจล และโครงการก่อสร้างภาครัฐ เราชอบ TASCO (เป้าหมาย 70.-
บาท)
วัสดุตกแต่ง: แม้ว่าราคาวัสดุตกแต่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้จากการแข่งขันที่
สูงแต่คาดว่าในปี 53 จะมีความต้องการวัสดุในประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก ตลาดต่างจังหวัด เนื่อง
รายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้นตามราคาพืชผลการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของ
ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

กลุ่มเหล็ก (NEUTRAL)
เหล็กแผ่น: ผลผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนและรีดเย็นในประเทศ ก.ค. 53 +8.6%yoy และเริ่ม
กระเตื้องขึ้นจากเดือนก่อนตามภาวะตลาดเหล็กที่ฟื้นตัว โดยราคาเหล็กโลกดีดขึ้นได้จากแรง
หนุนของต้นทุนสินแร่ที่ปรับตัวขึ้น เราชอบ TMT (เป้าหมาย 6.30 บาท)
เหล็กเส้น: ปริมาณการผลิต +16.8%yoy และปริมาณจำหน่าย ก.ค.+28%yoy เพราะ
ราคาเหล็กโลกเดือน ส.ค. เริ่มปรับตัวขึ้น ทำให้แรงซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมา หลังจากที่ชะลอ
คำสั่งซื้อมา 2 เดือน แต่แนวโน้มราคาเหล็กอาจไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรงนัก และคาดว่าอยู่ในลักษณะ
ทรงตัว เนื่องจากมีข่าวว่าราคาสินแร่เหล็กอาจลดลงใน 4Q53

กลุ่มยานยนต์ (UNDERWEIGHT)
ตัวเลข มิ.ย.53 ยังแสดงการเติบโตสูงทุกด้าน: 1) ยอดขายในประเทศ +62.6%yoy; 2)
ส่งออก +95.7%yoy; 3) ผลผลิต +99.2%yoy
เหตุการณ์จลาจลไม่กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค+ส่งออก 6M53 ยังเติบโตถึง +78.1%
ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ 6M53 โต +97.6% ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยปรับเป้า
หมายยอดผลิตรถยนต์เพิ่มเป็น 1.7 ล้านคัน +70%yoy
ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วง 2H53
โครงการ eco car เป็นบวกต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วน เราชอบ STANLY (เป้าหมาย 192
บาท)

กลุ่มพาณิชย์ (OVERWEIGHT)
ภาคค้าปลีกสมัยใหม่ยังเติบโตตามจำนวนสาขาและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
ไป
แม้รัฐบาลจะอนุมัติร่าง พรบ. ค้าปลีกฉบับใหม่แล้ว แต่เราคาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานใน
การพิจารณาออกเป็น พรบ. เพราะปัจจุบันไม่มีความชัดเจนทั้งด้านข้อมูลและคำจำกัดความ
สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 1H53 ที่โตโดเด่นคาดไม่ต่ำกว่า 10% ผลักดันสำนักเศรษฐกิจ
หลายแห่งเตรียมปรับคาดการณ์ GDP ปี 53 ที่สดใสกว่าเดิม
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค.53 ฟื้นตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยเรามองเป็นบวกกับ
BIGC กับ MAKRO มากสุด เพราะมีอัตราการเติบโตของยอดขายมีค่าสหสัมพันธ์กับ CCI สูง
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ CPALL (เป้าหมาย 37.84 บาท) เพราะกระทบจากความ
วุ่นวายทางการเมืองจำกัด อีกทั้งยังมีการเติบโตของยอดขายที่โดดเด่น

กลุ่มขนส่ง (UNDERWEIGHT)
ทางน้ำ: การปรับตัวของ BDI>2,000 จุดตามคาด แต่ BDI อาจปรับขึ้นจำกัดแค่ 3,000
จุด เนื่องจากแม้ความต้องการขนส่งทางเรือจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณเรือที่เข้าใหม่ปีนี้ยังกดดัน
ตลาด โดยรวม สำหรับเรือเทกอง PSL (เป้าหมาย 23.- บาท) เพราะทำสัญญาค่าระวางเรือปีนี้
แล้ว 92% ของกองเรือ, เริ่มซื้อเรือทดแทนเรือเก่า+สั่งต่อเรือใหม่แล้ว 21 ลำ (รับปี 53-56) และ
มีนโยบายจะมีเรือ 60 ลำในอนาคต ทำให้มีโอกาสที่กำไรจะเติบโต ส่วนคอนเทนเนอร์ การ
เติบโตของปริมาณขนส่ง+ค่าระวางที่ปรับขึ้น ยังเป็นผลดีต่อ RCL (เป้าหมาย 17.- บาท)
ทางบก: เรายังชอบ BECL (เป้าหมาย 25 บาท) เพราะได้ผลดีจาก 1) อัตราดอกเบี้ยที่อยู่
ระดับต่ำ; 2) เส้นทางวงแหวนใต้ของ กทพ. ที่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 23 มี.ค. 52 ทำให้มีการใช้ทาง
ด่วน BECL เพิ่มขึ้น; 3) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ+การเปิดศูนย์ราชการเต็มรูปแบบทำให้มีการ
ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น แต่ปีหน้า BECL จะมีส่วนแบ่งรายได้ลดจาก 50% เหลือ 40%
ทางอากาศ: คาดกำไร 3Q53 ฟื้น เพราะการเมืองสงบทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย
มากขึ้นจากที่หดตัวช่วง เม.ย.-พ.ค. เราชอบ AOT (เป้าหมาย 52.- บาท) เพราะ 1) คดีที่มีกับ
King Power ยุติแล้ว กลับมารับรู้ส่วนแบ่งรายได้สินค้าปลอดอากรได้ตามปกติ; 2) นักท่องเที่ยว
ต่างชาติเริ่มกลับมาหลังเหตุการณ์ทางการเมืองสงบ; 3) เริ่มเข้าสู่ high season ของธุรกิจ

กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ (NEUTRAL) UPDATE.
เม็ดเงินโฆษณา 8M53 ยังโตต่อเนื่อง +10%yoy เม็ดเงินผ่านสื่อขนาดใหญ่อย่าง
โทรทัศน์ยังเพิ่มขึ้น +15.2%yoy และสื่ออื่นๆ ก็กลับมาเติบโตกันถ้วนหน้า มีเพียงสื่อวิทยุ และ
ป้ายโฆษณาที่ยังหดตัว -4.25% ทั้งคู่
เรามีมุมมองที่ดีขึ้นเป็นลำดับเกี่ยวกับภาวะอุตสาหกรรมโฆษณาที่เติบโตดีขึ้นตามภาวะ
เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้
เจ้าของสินค้าเริ่มมั่นใจในการเพิ่มงบโฆษณาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรม
โฆษณาทั้งปีโต 10-15% ได้ไม่ยาก
มองในเชิงพื้นฐาน เรายังชอบ MAJOR (เป้าหมาย 16.10 บาท)

กลุ่มเกษตร/อาหาร (UNDERWEIGHT)
ถูกกระทบจากการเมืองไม่มาก เพราะ 1) เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต; 2) แนวโน้ม
ราคาสินค้าเกษตรปี 53 ยังทรงตัวสูงจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดน้อย; 3) การแข่งขันลดลง เพราะ
ผู้ประกอบการบางรายประสบปัญหาการเงิน
ตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ก.ค.53 โตต่อ +13%yoy โดย
ยางพารา +92%, น้ำตาล +6%, ไก่แปรรูปและแช่แข็ง +16%, กุ้งแช่แข็ง +7% และอาหาร
ทะเล +5%
ราคาเนื้อสัตว์เริ่มอ่อนตัวลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน โดยหมูเหลือ 58-59 บาท/กก., ไก่ 38-39
บาท/กก. ในขณะที่การเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ ก็ส่งผลราคาไข่ลดลงเหลือ 2.7 บาท/ฟอง
ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อกำไรออกใน 2H53
มองเชิงพื้นฐาน เรายังชอบ GFPT (เป้าหมาย 11.- บาท)

กลุ่มบริการทางการแพทย์ (UNDERWEIGHT)
รายได้ 3Q53 จะฟื้นตัว เพราะเข้าสู่ฤดูฝน ที่มีการระบาดของไข้หวัดและไข้เลือดออก
ประสิทธิภาพในการคุมต้นทุนดำเนินงานยังคงเป็นประเด็นที่แต่ละบริษัทให้ความสำคัญ
เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นและการเมืองไทยที่เริ่มนิ่ง ส่งผลลูกค้าต่างชาติกลับมาอีกครั้งใน
4Q53
คลังเตรียมขยายสิทธิ์ให้ข้าราชการและคนในครอบครัวรักษาตัวใน รพ.เอกชน เริ่ม 1
ต.ค. 53
มองเชิงพื้นฐาน เราชอบ BGH (เป้าหมาย 40.- บาท) เพราะคาดกำไรปี 53 โตสูงสุดใน
กลุ่ม Trader’s Digest
CK (แนวรับ=8.60, แนวต้าน=9.25) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
ได้งานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญา 2+5 ทำให้ backlog (รวมรอเซ็นสัญญา) >3.3 หมื่น
ลบ.
งานเขื่อนไซยะบุรี มูลค่า 7.6 หมื่นลบ. ได้เซ็น MOU ขายไฟให้ กฟผ. จะเพิ่ม backlog
ถึง 1 แสนลบ. (รองรับรายได้ 4-5 ปี)
ยังมีโอกาสได้งานรถไฟฟ้าสีเขียวและแดงที่จะประมูลต้นปีหน้า, รถไฟฟ้าความเร็วสูง
มูลค่ารวม 5 แสนลบ. จะสร้างโอกาสการได้งานในอนาคต
คาดกำไร 53 ที่ 149 ลบ. EPS 0.09 บ. แต่ปี 54 จะมีกำไรจากเขื่อนน้ำงึม 500 ลบ. ทำ
ให้กำไรเพิ่มขึ้นเป็น 757 ลบ. EPS 0.46 บ.
เราแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 9.80 บาท (อิงวิธี SOTP)

JAS (แนวรับ=1.38, แนวต้าน=1.68) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
ปัจจุบัน ผลดำเนินงาน JAS ขึ้นอยู่กับธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มีสัดส่วนกว่า 50%
ของรายได้ ส่วน TT&T เป็น บ.ย่อยที่สูญเสียการควบคุม ถือหุ้นเพียง 20% เป็นหลักทรัพย์เผื่อ
ขาย
ธุรกิจอินเตอร์เน็ตมีแนวโน้มเติบโตสูง เพราะจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยมี
เพียง 3 ล้านราย (7% ของประชากร) โดย 1Q53 3BB มีลูกค้า 0.59 ล้านราย ส่วนแบ่งตลาด
27.9% เป็นอันดับ 2 รองจาก TRUE และมีลูกค้าเพิ่ม 10,000-15,000 ราย/เดือน
ธุรกิจให้บริการสื่อสารผ่านโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้น้ำที่ บ.ย่อยรับสัมปทานจาก
TOT จะหมดอายุ ต.ค. 54 ส่วน JTS มีงานในมือ ณ สิ้น 1Q53 ที่รับรู้รายได้อีกกว่า 2,000 ลบ.
คาดกำไรสุทธิปี 53 จะก้าวกระโดดจากปี 52 ที่ 204 ลบ. เป็น 814 ลบ. EPS 0.11 บ.
BV 1 บ. ให้ราคาเป้าหมายปี 53 ที่ 1.54 บาท (อิง P/E14x)
เราแนะนำเพียง “ซื้อเก็งกำไร” เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจต้องซื้อขายในบัญชี cash
balance หากมีปริมาณหุ้นหมุนเวียนสูงเกินไปและราคาหุ้น >1.45 บาท (trailing P/E>50x)

PS (แนวรับ=24.-, แนวต้าน=25.25) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
ยอดขายเดือน ส.ค. เกือบ 3 พันลบ. ดัน 2 เดือนแรกของ Q3 มียอดขายแล้ว 6.07 พันลบ.
Backlog ขยับขึ้นไปถึง 2.87 หมื่นลบ. คาดจะรับรู้รายได้ปีนี้ได้ 1.23 หมื่นลบ. ดันรายได้
ปีนี้มีแน่ ๆ แล้ว 2.5 หมื่นลบ. (คิดเป็น 100% ของรายได้ที่เราคาดการณ์ทั้งปี)
คาดกำไรปี 53 ที่ 4.19 พันลบ. EPS 1.90 ลบ. และมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการ
เพิ่ม
ตลาดต่างประเทศที่ทยอยเปิดตัวใน 2H53 คาดว่าจะเริ่มผลักดันรายได้ปีหน้า และจะเป็น
ตัวสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 26.75 บาท (อิง P/E 12x)

กลุ่มยานยนต์ : “ส.อ.ท.เผยส่งออกรถยนต์ในส.ค.โต 80.37% เป็น 77,750 คัน,หนุนยอดผลิต
เกินล้านคัน” (ที่มา:รอยเตอร์)
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ระบุว่ายอดส่งออกรถยนต์ในเดือนส.ค.53 มี
ทั้งสิ้น 77,750 คัน เพิ่มขึ้น 80.37% และสำหรับช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ส.ค.)มีการส่งออก
รถยนต์ รวม 583,533 คันเพิ่มขึ้น 85.58% YoY
ขณะที่ในเดือนส.ค.มียอดผลิตรถยนต์ 141,043 คัน เพิ่มขึ้น 67.57%YoY แต่ลดลง
3.24% จากเดือนก.ค. และสำหรับยอดการผลิตรถยนต์ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่
1,055.808 คัน เพิ่มขึ้น 92.58% YoY
ทั้งนี้ ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปีนี้โดยเบื้องต้นคาดว่า
จะอยู่ที่ระดับ 1.7 ล้านคัน จากเดิมที่คาดว่าจะผลิตได้ 1.4 ล้านคันโดยเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 8
แสนคัน และขายในประเทศ 6 แสนคัน ขณะที่ปี 52 ไทยมีการผลิตรถยนต์ 999,378 คัน

ความเห็น: (พรชัย 520)
ภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ใน 3Q53 ยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยยอด
ส่งออก และยอดผลิตเดือน ส.ค.เติบโต 80.5% และ 67%YoY ตามลำดับ และยอดผลิตรวม
8 เดือนโต 92% ทำให้มีโอกาสที่ยอดผลิตทั้งปีเติบโตไม่ต่ำกว่า 70% เป็น 1.7 ล้านคันตามที่
สภาอุตสาหกรรมกำลังจะปรับเป้าหมายใหม่
ในด้านผลประกอบการของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คาดว่าจะเติบโตตามภาวะอุตสาหกรรมที่
ฟื้นตัวโดดเด่น และคาดว่ากำไรใน 2H53 เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก เนื่องจากแนวโน้มยอดผลิตรถ
ใน 2H53 เท่ากับ 8-8.5 แสนคัน เพิ่มขึ้น 10%จากครึ่งปีแรก แนะนำ ซื้อ AH ราคา
เป้าหมาย 17.4 บาท เนื่องจาก P/B เพียง 0.8x และกำไรพลิกจากขาดทุน 109 ล้านบาทในปี
ก่อน
MOBILE : “ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ชะลอการประมูลใบอนุญาต 3G”
(ที่มา:กรมประชาสัมพันธ์)
ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน โดยเมื่อค่ำวานนี้ (16 ก.ย.53) ศาลปกครอง
กลางมีหนังสือถึง คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) รับคำฟ้องและมีคำสั่งให้
คุ้มครองชั่วคราวในคดีที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้อง กทช. เรื่องกระทำ
การโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่ออกประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต
ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และเปิดให้มีการ
ประมูลบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G โดยขอให้ศาลปกครองส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
พิจารณาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น ฯ มาตรา 46,51,63 ขัดหรือแย้งต่อรธน. ปี 2550
มาตรา 47 วรรคสอง และ มาตรา 305(1) หรือไม่ ซึ่งศาลพิจารณาเห็นว่ามีมูลในการตรวจสอบ
เพราะ
1. ศาลเห็นว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งระงับการดำเนินการตามประกาศ กทช. นับจากนี้ไป มี
ผลเพียงให้การประมูลเลื่อนออกไปจากเดิม ซึ่งมีผลกระทบผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มากนักเพียง 3 ราย
โดยหากเปรียบเทียบกับการให้มีการประมูลตามกำหนดเดิมต่อไป ก็จะทำให้มีโอกาสเกิดความ
เสียหายที่มากกว่าและยากต่อการเยียวยาแก้ไขในภายหลัง เพราะมีความเกี่ยวข้องกับผล
ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมมาก
2. ศาลเห็นว่า ยังมีดำเนินการช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดตั้งองค์กรใหม่ (กสทช.) เพื่อ
กำกับดูแลคลื่นความถี่ตาม รธน.ปี 2550 ด้วย
ดังนั้น จึงมีเหตุเพียงพอที่ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการอนุญาตให้ใช้
คลื่นความถี่ 3G บน 2.1 GHz ก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็น
อย่างอื่น นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง
ด้าน กทช.เตรียมยื่นอุทหรณ์ศาลปกครองสูงสุดวันนี้ โดย พันเอกนที ศุกลรัตน์ กรรมการ
กทช. ในฐานะประธานคณะทำงาน 3G แถลงว่า ในวันพรุ่งนี้(17 ก.ย.53) กทช.จะหารือกับ
ฝ่ายกฎหมายเพื่อเตรียมเอกสารในเรื่องดังกล่าว ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดให้คุ้มครอง
ฉุกเฉิน เพื่อให้การเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ยังเดินหน้าต่อไปได้ และหลังจากนี้ กทช.จะต้อง
รอการพิจารณาจากศาลจนถึงวันที่ 20 กันยายน เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเริ่มประมูล
ใบอนุญาต 3G ตามกำหนดว่าจะมีการสั่งคุ้มครองฉุกเฉินให้กับ กทช.หรือไม่ แต่หากศาลไม่มี
คำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินก็จะเป็นผลให้การประมูล 3G ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 กันยายนจะต้องยุติ
ลงในทันที
ความเห็น: (ณัฐพล 574)
เราประเมินโอกาสการเลื่อนประมูลใบอนุญาต 3G ในวันที่ 20 ก.ย.53 มีสูงขึ้น หากศาล
ปกครองสูงสุดไม่มีการสั่งคุ้มครองฉุกเฉินให้กับ กทช. ประเด็นการเปิดประมูลใบอนุญาตภายใน
วันที่ 20 ก.ย.53 นี้ ซึ่งอาจมีผลให้ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับอำนาจของกทช.
ด้วย
โดยกรณีเลวร้ายที่สุด หากต้องรอองค์กรใหม่ (กสทช.) เพื่อกำกับดูแลคลื่นความถี่ตาม
รธน.ปี 2550 ที่ปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดตั้ง เพราะอยู่ในช่วงรอร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่
ให้ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก่อน เพื่อให้ประกาศใช้ต่อไป ซึ่งแบ่งเป็น
• หากผ่านพิจารณาของสภา สส. รอบนี้ คาดการประกาศใช้ป็นกฏหมายน่าจะเกิดขึ้นได้ใน
ปลายปีนี้-ต้นปีหน้า ซึ่งกระบวนการถัดไปก็เข้าสู่การสรรหา กสทช. โดยจะต้องใช้เวลาอีกราว
180 วัน หลังจากนั้น กสทช.ก็จะต้องเขียนแผนแม่บทฯใหม่ โดยเราคาดกระบวนทั้งหมดจะใช้ว่า
อย่างน้อย 1-1.5 ปี
• หากสภา สส. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของทางวุฒิสภา ก็อาจมีผลต้องการเปิดประมูล
เลื่อนไปมากกว่า 1-1.5 ปี
แม้ข่าวดังกล่าวจะเป็นข่าวลบต่อกลุ่มผู้ให้บริการมือถือ โดยคาดราคาหุ้นวันนี้อาจปรับตัวลง
อย่างไรก็ตาม หากอิงจากความเห็นของฝั่งรัฐบาลอย่างรมว.ไอซีทีที่ยืนยันว่านโยบายของรัฐบาล
ยังคงผลักดันให้คนไทยได้ใช้โครงข่าย 3G พร้อมมั่นใจว่า กทช.จะสามารถเปิดประมูล
ใบอนุญาต 3G ได้ในปีนี้ รวมถึง ราคาหุ้นในปัจจุบันทั้ง ADVANC และ DTAC ที่ต่ำกว่าราคา
เป้าหมายไม่รวม 3G ดังนั้น จึงแนะนำ”รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็นหลักทั้ง ADVANC (ราคา
เป้าหมาย 104.3 บาท) และ DTAC (ราคาเป้าหมาย 50.0 บาท)
MOBILE : “ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ชะลอการประมูลใบอนุญาต 3G”
(ที่มา:กรมประชาสัมพันธ์, นสพ.เดลินิวส์)
ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน โดยเมื่อค่ำวานนี้ (16 ก.ย.53) ศาลปกครอง
กลางมีหนังสือถึง คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) รับคำฟ้องและมีคำสั่งให้
คุ้มครองชั่วคราวในคดีที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้อง กทช. เรื่องกระทำ
การโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่ออกประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต
ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และเปิดให้มีการ
ประมูลบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G โดยขอให้ศาลปกครองส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
พิจารณาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น ฯ มาตรา 46,51,63 ขัดหรือแย้งต่อ รธน. ปี
2550 มาตรา 47 วรรคสอง และ มาตรา 305(1) หรือไม่ ซึ่งศาลพิจารณาเห็นว่ามีมูลในการ
ตรวจสอบ เพราะ
3. ศาลเห็นว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งระงับการดำเนินการตามประกาศ กทช. นับจากนี้ไป มี
ผลเพียงให้การประมูลเลื่อนออกไปจากเดิม ซึ่งมีผลกระทบผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มากนักเพียง 3 ราย
โดยหากเปรียบเทียบกับการให้มีการประมูลตามกำหนดเดิมต่อไป ก็จะทำให้มี
โอกาสเกิดความเสียหายที่มากกว่าและยากต่อการเยียวยาแก้ไขในภายหลัง เพราะมีความเกี่ยว
ข้องกับผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมมาก
4. ศาลเห็นว่า ยังมีดำเนินการช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดตั้งองค์กรใหม่ (กสทช.) เพื่อ
กำกับดูแลคลื่นความถี่ตาม รธน.ปี 2550 ด้วย
ดังนั้น จึงมีเหตุเพียงพอที่ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการอนุญาตให้ใช้
คลื่นความถี่ 3G บน 2.1 GHz ก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็น
อย่างอื่น นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

ด้าน กทช.เตรียมยื่นอุทหรณ์ศาลปกครองสูงสุดวันนี้ โดย พันเอกนที ศุกลรัตน์ กรรมการ
กทช. ในฐานะประธานคณะทำงาน 3G แถลงว่า ในวันพรุ่งนี้(17 ก.ย.53) กทช.จะหารือกับ
ฝ่ายกฎหมายเพื่อเตรียมเอกสารในเรื่องดังกล่าว ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดให้คุ้มครอง
ฉุกเฉิน เพื่อให้การเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ยังเดินหน้าต่อไปได้ และหลังจากนี้ กทช.จะต้อง
รอการพิจารณาจากศาลจนถึงวันที่ 20 กันยายน เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเริ่มประมูล
ใบอนุญาต 3G ตามกำหนดว่าจะมีการสั่งคุ้มครองฉุกเฉินให้กับ กทช.หรือไม่ แต่หากศาลไม่มี
คำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินก็จะเป็นผลให้การประมูล 3G ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 กันยายนจะต้องยุติ
ลงในทันที
ความเห็น: (ณัฐพล 574)
เราประเมินโอกาสการเลื่อนประมูลใบอนุญาต 3G ในวันที่ 20 ก.ย.53 มีสูงขึ้น หากศาล
ปกครองสูงสุดไม่มีการสั่งคุ้มครองฉุกเฉินให้กับ กทช. ประเด็นการเปิดประมูลใบอนุญาตภายใน
วันที่ 20 ก.ย.53 นี้ ซึ่งอาจมีผลให้ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับอำนาจของกทช.
ด้วย
โดยกรณีเลวร้ายที่สุด หากต้องรอองค์กรใหม่ (กสทช.) เพื่อกำกับดูแลคลื่นความถี่ตาม รธน.
ปี 2550 ที่ปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดตั้ง เพราะอยู่ในช่วงรอร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ให้ได้
ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก่อน เพื่อให้ประกาศใช้ต่อไป ซึ่งแบ่งเป็น
• หากผ่านพิจารณาของสภา สส. รอบนี้ คาดการประกาศใช้ป็นกฏหมายน่าจะเกิดขึ้นได้ใน
ปลายปีนี้-ต้นปีหน้า ซึ่งกระบวนการถัดไปก็เข้าสู่การสรรหา กสทช. โดยจะต้องใช้เวลาอีกราว
180 วัน หลังจากนั้น กสทช.ก็จะต้องเขียนแผนแม่บทฯใหม่ โดยเราคาดกระบวนทั้งหมดจะใช้ว่า
อย่างน้อย 1-1.5 ปี
• หากสภา สส. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของทางวุฒิสภา ก็อาจมีผลต้องการเปิดประมูล
เลื่อนไปมากกว่า 1-1.5 ปี
แม้ข่าวดังกล่าวจะเป็นข่าวลบต่อกลุ่มผู้ให้บริการมือถือ โดยคาดราคาหุ้นวันนี้อาจปรับตัวลง
อย่างไรก็ตาม หากอิงจากความเห็นของฝั่งรัฐบาลอย่างรมว.ไอซีทีที่ยืนยันว่านโยบายของ
รัฐบาลยังคงผลักดันให้คนไทยได้ใช้โครงข่าย 3G พร้อมมั่นใจว่า กทช.จะสามารถเปิดประมูล
ใบอนุญาต 3G ได้ในปีนี้ รวมถึง ราคาหุ้นในปัจจุบันทั้ง ADVANC และ DTAC ที่ต่ำกว่าราคา
เป้าหมายไม่รวม 3G ดังนั้น จึงแนะนำ”รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็นหลักทั้ง ADVANC (ราคา
เป้าหมาย 104.3 บาท) และ DTAC (ราคาเป้าหมาย 50.0 บาท)



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/09/10 เวลา 10:23:04

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น