Trading Strategy
“ประมูล 3G สะดุด...ฉุด Sentiment”
สรุปภาพตลาดและกลยุทธ์
• วานนี้...ขยับขึ้นต่อ แต่ซื้อขายอย่างระมัดระวัง SET Index วานนี้ปรับขึ้นต่อ
3.71 จุดมาปิดที่ 924.81 นักลงทุนซื้อขายระมัดระวังมากขึ้น ทำให้มูลค่าซื้อขายอ่อน
ลงเป็น 2.7 หมื่นล้านบาท หุ้นนำตลาดส่วนใหญ่เป็น Mid-Small Cap เช่น
กลุ่มพาณิชย์, อิเลคทรอนิกส์, โรงพยาบาล, สื่อ & บันเทิง และอสังหาริมทรัพย์
นักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1.8 พันล้านบาท และ 282
ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพอร์ตบล.และรายย่อยขายสุทธิ สำหรับตลาดฟิวเจอร์ส
นักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศทำ Net Long ส่วนรายย่อยเป็น Net Short
• ประมูล 3G สะดุด...ฉุด Sentiment วันนี้หุ้นกลุ่มสื่อสาร (ADVANC, DTAC,
TRUE) ถูกกดดันจากการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูล
ใบอนุญาต 3G ของกทช. นอกจากนั้นนักลงทุนยังคงระมัดระวังในการเข้าลงทุนและ
ติดตามค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงที่ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิด
ประมูล 3G (โดยวันนี้ทางกทช.จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดให้เพิกถอนคำสั่ง
ศาลปกครองกลาง แต่ไม่แน่ชัดว่าจะต้องใช้เวลาอีกแค่ไหน) และมาตรการดูแลค่าเงิน
บาทของธปท. (ซึ่งเป็น Overhang อยู่) ประกอบกับดัชนีหลุดแนวฟิวเตอร์ทาง
เทคนิค ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำให้ลดพอร์ตการลงทุนหุ้น Big Cap ในกลุ่มหลัก โดย
เฉพาะธนาคาร, พลังงาน, สื่อสารไปก่อน และถือเงินสดเพิ่ม แต่หากยังต้องมี
Weighting ในหุ้นอยู่ แนะนำ 1) Short Futures, หรือ 2) Switch ไปยังหลักทรัพย์
ขนาดกลาง-เล็กที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทจำกัด และอิง
กับการบริโภค & การลงทุนในประเทศซึ่งยังคงขยายตัวดี และมีCatalyst เช่น
พาณิชย์, อสังหาริมทรัพย์, วัสดุก่อสร้าง, สื่อและบันเทิง เป็นต้น สำหรับหุ้นเด่นวันนี้
เป็น HMPRO, MAJOR, STPI ส่วน AMATA, HEMRAJ, CK, STEC แนะนำถือ หุ้น
ปันผลเด่น มีเงินเย็นสามารถทยอยซื้อ/ถือลงทุนยาวเพื่อรับปันผลสูง ได้แก่ SNC,
TMT, DCC, MODERN, CSP, TICON, LPN, SPALI
Key Drivers :
• ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นเล็กน้อย 22.10 จุด...ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐไร้ทิศทาง
- ราคาน้ำมันดิบดิ่งต่อ โดย NYMEX –1.45 US$ มาปิดที่ 74.57 US$/bbl
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ร่วงต่อ โดยปิดที่ 2.76 US$/bbl จากวันก่อนหน้าที่
3.43 US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ลดลงต่อ โดยปิด –103 จุด
มายัง 2737
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ปรับขึ้น โดย +5.10 US$ มาปิดที่ 1,273.80
US$/ออนซ์
- กลุ่มสื่อสาร : ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูล 3G
ของกทช.
+ ธปท.กล่าวว่าในการประชุมกนง.ครั้งหน้า (20 ต.ค.53) จะนำปัจจัยเรื่องบาท
แข็งมาพิจารณาเพื่อกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย
- ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมส.ค.ที่ 102.4 ลดลงจาก 108.6 ในก.ค.
•/- การเมือง : ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.และสถานการณ์
ทางการเมือง
Top Picks – ก.ย.53 : BEC, BANPU, DCC, DTAC, LPN
Top Picks หุ้นปันผลสูง : ADVANC, CSL, SPALI, LPN, TMT, MCS, DCC,
MODERN, CPNRF,SPF, TICON, CSP
หุ้นถูกขายชอร์ตมาก–วันก่อน : BBL 4.7%, KBANK 4.7% ของปริมาณซื้อ
ขายกระดานหลัก
วิเคราะห์&กลยุทธ์ทางเทคนิค : “ลบไม่เล่น หรือเน้นต่ำๆ” ระยะสั้นสัญญาณ
ทางเทคนิคเหมือนจะเป็นบวก (เพราะปิดบวก แต่ยังคงต่ำกว่า SMA 10 วัน และมีแรง
กดจากสภาวะ Overbought + Divergence) ความน่าจะเป็นของตลาด คือ แกว่งลง
แนวต้านกรณีฝืนรีบาวน์ 930 หรือ 940 ลดพอร์ตตามเมื่อดัชนีเป็นลบ และ Stop loss
เมื่อหลุด 910 สำหรับ SET50 มีทิศทางเดียวกับตลาดรวม หากรีบาวน์ต่อจะมีแนว
ต้าน 640 หรือ 650 ค่าลบให้ลดพอร์ตตามและ Stop loss เมื่อหลุด 620 กลยุทธ์
หลัก : เน้นซื้ออ่อนตัว กลยุทธ์รอง : ซื้อตามด้วยค่าบวกเพื่อขายที่แนวต้าน โดยมี
เงื่อนไขว่าดัชนีจะต้องอยู่เหนือแนว Stop loss หุ้นเด่นทางเทคนิควันนี้ คือ STPI, CK,
LH, EGCO, HMPRO, BEC,MCOT, GLOBAL
ปัจจัยต่างประเทศ & ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
• ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นเล็กน้อย 22.10 จุด แม้ว่าตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่าง
งานรายสัปดาห์สิ้นสุด 11 ก.ย. 53 จะลดลง 3,000 ราย ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 แต่ไม่
สามารถผลักดันตลาดให้ปรับขึ้นแรงได้ เนื่องจากดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจในเขตมิด
แอตแลนติกเดือนก.ย.หดตัว –0.7 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และแย่กว่าคาดมาก ซึ่งดัชนี
ที่ต่ำกว่า 0 บ่งชี้ถึงการหดตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ
- ราคาน้ำมันดิบดิ่งต่อ โดย NYMEX –1.45 US$ มาปิดที่ 74.57 US$/bbl
ส่วน BRENT –0.94 US$ มายัง 74.48 US$/bbl เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ไร้
ทิศทาง และการจะกลับมาขนส่งน้ำมันของเอ็นบริดจ์ในเร็วๆนี้
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ร่วงต่อ โดยปิดที่ 2.76 US$/bbl จากวันก่อน
หน้าที่ 3.43 US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ลดลงต่อ โดยปิด –103 จุด มา
ยัง 2737
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ปรับขึ้น โดย +5.10 US$ มาปิดที่ 1,273.80
US$/ออนซ์
ปัจจัยในประเทศ & อุตสาหกรรมและหุ้นเด่น
- กลุ่มสื่อสาร : ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูล 3G
ของกทช. เมื่อวานนี้ (16 ก.ย.) ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิด
ประมูลใบอนุญาต 3G ตามที่กสท.ยื่นคำร้องมา โดยให้รอจัดตั้งกสทช.ก่อน ทางด้าน
กทช.กล่าวว่าวันนี้ (17 ก.ย.) จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอให้ยกเลิกคำ
สั่งของศาลปกครองกลาง ทั้งนี้กทช.จะเปิดให้ประมูลใบอนุญาต 3G ในวันที่ 20-28
ก.ย.นี้
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : การเลื่อนเปิดประมูลเป็นข่าวลบและกดดัน
ราคาหุ้น ADVANC, DTAC และ TRUE ให้ปรับลงก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องติดตาม
ดูว่าศาลปกครองสูงสุดจะรับคำร้องอุทธรณ์ของกทช.หรือไม่ สำหรับหุ้นกลุ่มสื่อสาร
วันนี้เราปรับลดน้ำหนักและคำแนะนำการลงทุนลง โดย ADVANC แนะนำถือ (เดิม
ซื้อ), DTAC แนะนำ Fully Valued (เดิมซื้อ) และ TRUE ยังคงแนะนำขาย ทั้งนี้มองว่า
หุ้น ADVANC ดีกว่ากลุ่มโดยเปรียบเทียบ เพราะหากไม่มีการประมูล 3G บริษัทก็น่า
จะจ่ายปันผลพิเศษเหมือนในปี 52 ที่ผ่านมา เพียงแต่ราคาหุ้นจะปรับลงก่อนใน
ระยะสั้นเพราะผิดหวังเรื่องการประมูลใบอนุญาต 3G
+ ธปท.กล่าวว่าในการประชุมกนง.ครั้งหน้า (20 ต.ค.53) จะนำปัจจัยเรื่องบาท
แข็งมาพิจารณาเพื่อกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย ที่ผ่านมากลุ่มผู้ส่งออกได้ร้องให้
แบงค์ชาติชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อชะลอการปรับขึ้นของส่วนต่าง (Gap)
ระหว่างอัตราดอกเบี้ยของไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อลดการไหลเข้ามาเก็งกำไร
ของเม็ดเงินต่างประเทศที่ทำให้บาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : หากธปท.พิจารณาและเห็นว่าควรชะลอการปรับ
ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็จะเป็นข่าวดีกับกลุ่มที่พักอาศัย, ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ
และเน้นลูกค้ารายย่อย และกลุ่มพาณิชย์ สำหรับหุ้นเด่นในกลุ่มที่พักอาศัย คือ AP,
LPN, QH ส่วนธนาคารพาณิชย์ที่เด่นเรื่องธุรกิจเช่าซื้อได้แก่ TISCO, TCAP, KK
แบงค์ที่เน้นลูกค้ารายย่อย คือ BAY และกลุ่มพาณิชย์เราชอบ CPALL, HMPRO
- ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมส.ค.ที่ 102.4 ลดลงจาก 108.6 ในก.ค. สภา
อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมใน
เดือนส.ค.อยู่ที่ 102.4 ลดลงจาก 108.6 ในเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นฯคาด
การณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลงจาก 117.6 ในเดือนก.ค. เป็น 115.4 ในเดือนส.ค.
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระดับความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค.
ได้แก่ การแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องส่งผลลบต่อภาคการส่งออก การปรับเพิ่ม
ขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ
ประเทศ ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง และความกังวลต่อภาวะ
เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลัง ปี 53 ที่อาจชะลอตัวลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่
ยังคงมีความเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมยืนเหนือ
100 จุด บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
•/- การเมือง : ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.และสถานการณ์
ทางการเมืองต่อ โดยล่าสุดมีข่าวเรื่องการลอบสังหารผู้นำประเทศ ซึ่งรัฐบาลเปิดเผย
ว่า มีแผนวางกำลังไว้รองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในการรวมตัวของกลุ่มนปช.วันที่
19 ก.ย.53 แล้ว รวมทั้งมีการเฝ้าระวังมือที่ 3 ที่อาจก่อกวนให้เกิดสถานการณ์
ความไม่สงบด้วย
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/09/10 เวลา 12:06:42
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น