ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
(+) ธปท.สยบข่าวลือ (ไม่มีมาตรการคุมบาทแข็ง) แต่ตลาดยังไม่คลายกังวล
(-) BOJ แทรกแซงเงินเยนครั้งแรกรอบ 6 ปี คาดหลายประเทศในเชียจะดำเนิน
มาตรการเดียวกัน(-ต่อตลาดหุ้น อาจมีแรงขายล็อคกำไรระยะสั้นจากต่างชาติ)
(+/-) ศาลฯจะแจ้งคำตัดสิน กรณี กสท.ฟ้องระงับประมูล 3G ในภายหลัง (ยัง
ไม่มีกำหนดชัดเจน)
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : Volatile
คาดดัชนีฯ ผันผวน แนวต้าน 925/930จุด แนวรับ 915/908 จุด แต่เราแนะนำ
ให้ทยอยขายล็อคกำไรวันแรก หลังจากเทคนิคมีสัญญาณเตือนว่าดัชนีฯอาจลงไปที่
890 จุดก่อน ถ้าไม่มีจุดสูงสุดใหม่ในเร็วๆนี้ และอารมณ์ซื้อหุ้นยังกล้าๆกลัวๆ หลัง
ต่างชาติและสถาบันในประเทศพร้อมใจกันขายสุทธิ คาดวิตกค่าเงินเอเชียอาจอ่อน
ค่าชั่วคราวเทียบดอลล์ หลังญี่ปุ่นประกาศแทรกแซงครั้งแรกในรอบ 6 ปี และ
ธนาคารกลางอื่นๆจะดำเนินการแทรกแซงในทิศทางเดียวกัน
หุ้นเด่นวันนี้ :
1. - หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่กลุ่ม แบงก์ พลังงาน ปิโตรเคมี (Sell into strength
จากต่างชาติชะลอหรือขายล็อคกำไรจากการดำเนินนโยบายมาตรการ
แทรกแซงของธนาคารกลางในเอเชีย (-KBANK SCB BAY PTT TOP PTTAR
IRPC PTTEP SCC ADVANC LH)
2. +/- หุ้นที่เชื่อมโยงกับค่าเงินบาท (คาดกลุ่มส่งออก อาจรีบาวด์จากสัญญาณ
อ่อนค่าของสกุลเอเชียชั่วคราว แนะนำ SMT TVO ขึ้น XD วันนี้) ขณะที่กลุ่ม
ที่ได้ประโยชน์จากการแข็งค่า เช่น วัสดุฯ อาจมีแรงขายล็อคกำไรระยะสั้น
3. +/- หุ้นมีประเด็น :ADVANC DTAC TRUE (เก็งกำไร) ราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับ
ผลการตัดสินของศาลปกครอง (เราคาดการณ์ว่าผลตัดสินจะเป็นบวก)
(Update 1-2 สัปดาห์) แนะนำ ลดพอร์ตระยะสั้น จากสัญญาณเตือนทาง
เทคนิค การไม่มี New High ในรอบสัปดาห์ ดัชนีฯอาจเกิดรูปแบบ Double TOP
ลงไปที่บริเวณ 890 จุด
ข่าวดี 1.แบงก์ชาติสยบข่าวลือกรณีข่าวออกนโยบายคุมบาทแข็ง 2. คาดกลุ่ม
สื่อสารฯมีลุ้นรีบาวด์ จากแรงซื้อเก็งกำไร คำตัดสินของศาลฯ
ข่าวลบ : 1. วิตกต่อเหตุการณ์รุนแรง ก่อนการชุมนุมของเสื้อแดงสุดสัปดาห์นี้
2.การวิตกต่อแรงขายต่างชาติ จากกรณีการแทรกแซงค่าเงินสกุลเอเชียเทียบดอลล์
กลยุทธ์วันนี้ : Sell into Strength
วานนี้-บูลชิพ รีบาวด์ แบงก์ พลังงาน โรงกลั่น ส่วนหุ้นเด่น ได้แก่ TTCL
TASCO AP KH GLOW BEC และ หุ้นด้อย คือ KSL (ผิดหวังงบ) THAI (เพิ่มทุนต่ำ
กว่ากระดาน)
หุ้นแนะนำวันนี้- LPN(ปันผลดี) SMT(ไม่มีผลกระทบจากค่าเงินบาท)
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค LH BEC BGH TSTH CK LPN / ยื่นราคา
ประมูล คาร์ฟูร์ รอบ2 วันที่5 พย.(PTT BJC BIGC CPN)/ TTCL เล็งทำธุรกิจ
โรงไฟฟ้า / รับเหมาฯ รถไฟฟ้าสายสีแดง เปิดขายซองสัญญา 3 20 กย.-1 ตค./ค่า
ระวางเรือเทกองลงต่อเป็นวันที่3 แต่ดิ่งลงแรง 100จุด TTA PSL/
Headline Details
Economy
USA PPI(Aug()F 0.3%m-m Vs 0.2%m-m(July)
Net Capital Inflows(July)F $bn 42 Vs $44.4(June)
Philadelphia Fed Survey(Sep) F 2.0 Vs -7.7(Aug)
EU European Council
India Central Bank Meeting F 6.0% Vs 5.75% (current)
Japan Tertiary Industry Activity(July)F 0.7%m-m Vs -0.1%
Events
XD TVO 0.60, FANCY 0.15
ปััจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. Sectors/Stocks ที่มีปีระเด็น
1.1 ศาลฯจะแจ้งคำตัดสิน กรณี กสท.ฟ้องระงับประมูล 3G ในภายหลัง (คาดผันผวน
สูง- รีบาวด์ ถ้าศาลตัดสินไม่รับเรื่องฯ) / เรามีมุมมองบวก และคาดว่าจะมีการเดินหน้า
เปิดประมูลวันที่ 20 กย.นี้ แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ADVANC DTAC (ดูความเห็นจาก
รายงาน Quick comment กลุ่มสื่อสารฯ)
1.2 เราคาดว่าแบงก์ชาติจะมีการออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นการไหลเข้าของเงินลงทุน
ต่างชาติโดยคาดว่าจะออกมาตรการ Tobin tax (โอกาส 60%) โดยจะไม่มีการสั่งกัก
เงิน (ไม่ให้มีการโอนเงินออกก่อนกำหนด) เหมือนURR ปี2006 (Capital control) โดย
คาดว่าจะเป็นมาตรการคล้ายกับ อินโดฯที่เก็บภาษี ในการลงทุน แต่ไม่
มีการกักเงินไว้ในประเทศเรียกว่า Quasi –Capital control หรือเหมือนกับเกาหลีฯ
(Mild curbs) ซึ่งพบว่ามีผลจำกัดต่อตลาดหุ้น / ความเห็น ผลกระทบระยะสั้น คาดรี
บาวด์ แต่ขายก่อน เพราะมาตรการยังไม่ออกมาจริง และ ธนาคารกลางในเอเชียจะ
เริ่มแทรกแซงทำให้ Upside ระยะสั้นของค่าเงินเอเชียลดลง : กลุ่มบูลชิพ
แบงก์ พลังงาน รับเหมา บ้าน โดยเฉพาะพวกที่อยู่ใน MSCI Thailand (BBL
KBANK KTB PTT TOP PTTAR IRPC ฯลฯ) คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่จะมีแรงซื้อคืน และรี
บาวด์วันนี้ จากความชัดเจนเรื่องมาตรการคุมบาท แต่เราแนะนำ ขายก่อน เพื่อ
ไปรอซื้อคืน เมื่อปรับฐาน
1.3 +/- หุ้นที่เชื่อมโยงกับค่าเงินบาท (คาดกลุ่มส่งออก อาจรีบาวด์จากสัญญาณอ่อน
ค่าของสกุลเอเชียชั่วคราว แนะนำ SMT TVO ขึ้น XD วันนี้) ขณะที่กลุ่มที่ได้
ประโยชน์จากการแข็งค่า เช่น วัสดุฯ อาจมีแรงขายล็อคกำไรระยะสั้น
1.4 กลุ่มรับเหมาฯ (Outperform) STEC CK ITD รฟท.ขายเปิดขายซอง สายสีแดง
สัญญาที่ 3 มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท 20 กย.-1 ตค.โครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทาง
บางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร มูลค่า 7.7 หมื่นล้านบาท โดยสัญญา 3 เป็นงาน
ระบบไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) BOJ แทรกแซงค่าเงินเยน ส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคลดความร้อนแรงลง
ตามค่าเงินดอลล์ที่แข็งค่า ช่วยลดความวิตกต่อมาตรการที่ธนาคารกลางในเอเชียจะ
ออกมาตรการแทรกแซงค่าเงินตัวเอง ญี่ปุ่นได้ทุ่มเงินมากกว่า 1 แสนล้านเยน (1.21
พันล้านดอลลาร์) หรือมากกว่า 37,000 ล้านบาท ในการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงิน
ตราในวันนี้ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดเงินในวันนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดย
ขายเยนเพื่อสกัดการแข็งค่าที่กำลังคุกคามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ที่เปราะบางของ
ญปีุ่่น
2) บาเซิล 3 ใหม่ เลื่อนใช้ปี 2019 และเกณฑ์กันสำรองหนี้ฯน้อยกว่าที่
ตลาดวิตก ผู้ว่าธนาคารกลาง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้สรุปข้อตกลงว่าด้วย กฎ
ระเบียบบาเซิล 3 ใหม่ ที่จะกำหนดให้ธนาคารต่างๆ ต้องดำรงเงินทุนที่มีคุณภาพสูง
สุดคิดเป็นสัดส่วน เท่ากับ 7% ของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจาก
2% ภายใต้กฎปัจจุบัน แต่ต่ำกว่าอย่างมากจากระดับที่ภาคธนาคารวิตกกันในช่วงต้นปี
นี้ ขณะที่มีการยืดระยะเวลา
การบังคับใช้ในบางกรณีถึงเดือนม.ค.2019 หรือหลังจากนั้น ทางด้านกลุ่ม
ผู้นำจี-20 จะรับรองข้อตกลง Basel III เมื่อเข้า ร่วมการประชุมที่กรุงโซลในเดือนพ.ย.
ทั้งนี้ โนมูระคาดว่า หุ้นกลุ่มธนาคารฯจะปรับสูงขึ้นสำหรับแบงก์ไทย อินโดนีเซีย
และดีบีเอส ยูโอบี สิงคโปร์ ที่มีระดับเงินกองทุนที่สูงกว่าเกณฑ์ใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
อยู่แล้ว และแบงก์ในเอเชียมีระดับเงินกองทุนที่สูงกว่ามากเมื่อเทียบกับธนาคารของ
ประเทศที่พัฒนาแล้ว
2.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) การเมือง วิตกต่อเหตุการณ์ที่อาจบานปลาย, โดย ศอฉ.จับตา กลุ่มเสื้อแดง
ที่ประกาศจัดกิจกรรมการเมือง 17-19 กย. หากฝ่าฝืน พรก.ในพื้นที่ กทม. จับแน่
2) ทางเลือกชะลอบาทแข็ง สถาบันวิจัยนโยบายการคลังเสนอ รัฐบาล และ
ธปท. ออกแพ็คเกจป้องกันบาทแข็ง แนะผ่อนคลายกฎถือครองเงินดอลล์สหรัฐฯ ใน
บัญชีต่างประเทศของผู้ส่งออก แนะส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสั่งซื้อ
น้ำมัน สินค้าทุนล่วงหน้า เปิดทางนักลงทุนต่างประเทศระดมทุนพันธบัตรเงินบาท
3) ตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมโบรกเกอร์ หารือรับมือคนไทยเทรดสนั่น
68% ของการซื้อขายรวม หวังสร้างเสถียรภาพตลาดระยะยาว ยันไม่ออกมาตรการ
พิเศษมาควบคุม
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. ตัวเลขเศรษฐกิจ สหรัฐฯคืนนี้ คาดจะเป็นลบต่อตลาด: ตลาดคาดดัชนีราคา
ทุกรายการ จะโตแผ่วลง yy ใน Aug-10 วันที่ 16 ก.ย. ตลาคดาด PPI เดือน Aug-10
แผ่วลงมากเหลือ +3.0% y-y (Jul = + 4.2%) และ PPI ex. Food & Energy แผ่วลง
เหลือ +1.3% y-y ( Jul-10 = +1.5%) ด้าน Empire State Manufacturing
Survey General Business Conditions SA เดือนSep-10 ตลาคดาดจะดีขึ้น m-m มา
อยู่ที่ 9 จุด ( Aug-10 =7.1) เช่นเดียวกับ Philadelphia Fed Business Outlook
Survey Diffusion Index General Conditions ซึ่งตลาดคาดที่ 0 ในเดือน Sep (Aug-
10 = -7.7) และ University of Michigan Survey of Consumer Confidence
Sentiment จะดีขึ้นมาอยู่ที่ 70 (Aug = 68.9) ซึ่งจะเป็นการแตะระดับ 70 เป้นครั้งแรก
ในรอบ 6 เดือน
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 10:26:25
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น