ตลาดหุ้นไทยวานนี้ “ ธปท. ออกมายันว่าไม่มีมาตรการใหม่ “
ดัชนีตลาดหุ้นปิดที่ 921.10 จุด ลดลง 0.29 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขาย 4.12
หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 267 ล้านบาท นักลงทุนยังมีการขายหุ้นต่อเนื่องจาก
วันก่อน จากการคาดการณ์ว่า ธปท.อาจมีมาตรการใดๆ เพื่อควบคุมปริมาณเงินไหลเข้ามาเก็ง
กำไรเรื่องค่าเงินบาท
ปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกับตลาดหุ้นวันนี้
* เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นต่างประเทศ – การที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นวานนี้จาก 82
มาเป็น 85 YEN/US$ มีผลต่อตลาดหุ้นอื่นๆ ในแถบเอเชีย ด้านสหรัฐฯ ตัวเลขผลผลิตในภาค
อุตสาหกรรมที่ขยายตัว 0.2% MoM ในเดือน ส.ค.นั้นเป็นไปตามตลาดคาด ทิศทางเศรษฐกิจ
สหรัฐฯยังไม่ชัดเจน แต่ดีตรงที่ว่า FED ออกมากล่าวว่ายังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
เติม ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปนั้น หลายตลาดปรับตัวลงด้วยปัจจัยเฉพาะตัวมากกว่า เราประเมินว่า
ตลาดหุ้นต่างประเทศในวันนี้ น่าจะปรับตัวสูงขึ้นได้เล็กน้อยตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ดูแล้วเริ่มดีขึ้น
อย่างช้าๆ แต่ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่จะบ่งชี้ว่าจะมีแรงซื้อจำนวนมากกลับเข้ามาในตลาดหุ้นใน
วันนี้ กรอบการเคลื่อนไหวของหลายๆตลาด จึงน่าจะเป็นแบบ sideway มากกว่า
* ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันดิบ WTI (OCT-2010) ล่าสุดอยู่ที่ $75
เหรียญ/บาร์เรล ราคาและหุ้นน้ำมันยังอาจได้รับผลลบจากราคาน้ำมัน และทิศทางตลาดที่ดูคลุม
เครือในวันนี้ ขณะที่หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ตัวอื่นๆ อาจลดการเก็งกำไรลง หลังค่าระวางเรือปรับตัวลด
ลงเป็นวันที่สามติดต่อกัน และค่าเงิน US$ ปรับตัวสูงขึ้น (Dollar Index +0.5%)
* การเมืองและเศรษฐกิจ – ผู้ว่าการ ธปท.ออกมายืนยันว่ายังไม่มีมาตรการเกี่ยวกับค่า
เงินบาทออกมาในเวลานี้ จะลดความกังวลให้กับนักลงทุนไปได้ค่อนข้างมากและตลาดรับรู้ไปบาง
ส่วนแล้ววานนี้ วันนี้อาจต้องมาดูว่า นักลงทุนจะเชื่ออย่างนั้นหรือไม่ ? และปัจจัยในประเทศอีกตัว
หนึ่งคือ ศาลปกครองจะพิจารณาเรื่องที่ กสท.ยื่นฟ้อง กทช.ที่คาดกันว่าจะทราบในวันนี้ว่าจะสั่งคุ้ม
ครองชั่วคราว(ระงับการประมูล 3G) หรือไม่ ?
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ “ ต้องระวังแรงขาย ที่จะสวนเข้ามาในตลาด ”
ตัวช่วยสำคัญของตลาดหุ้นไทย คือ ธปท. ยังไม่มีมาตรการเรื่องค่าเงินออกมา (แต่ไม่ได้
หมายความว่าจะไม่มีในวาระต่อๆไป) แรงซื้อน่าจะกลับเข้ามาบางส่วน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัย
เสี่ยงคือ การขายทำกำไรที่ยังอาจมีอยู่ เพราะดัชนีฯที่ปรับตัวขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค.ถึง 27% นั้น
ย่อมมีคนที่มีต้นทุนต่ำอยู่ในตลาดอยู่มาก วันนี้เราจึงมองตลาดเป็นเพียง rebound และคำสั่ง
ศาลฯเรื่อง 3G จะมีผลเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้อง (ADVANC , DTAC , TRUE)
กลยุทธ์การลงทุน “ เล่นสั้นๆไว้ก่อน ”
แม้ท่าทีของ ธปท.จะออกมาว่าไม่มีมาตรการใดๆ แต่การซื้อกลับของนักลงทุนเราคาด
ว่าจะมีไม่มากนัก การลงทุนในวันนี้ จึงต้องเน้นไปที่หุ้นที่มีการซื้อคืน (Short Covering) ซึ่งน่า
จะเป็นหุ้นตัวหลักของกลุ่มธนาคาร และเล่นเก็งกำไรเพียงกรอบเวลาสั้นๆ .... สำหรับผู้ที่มีหุ้นอยู่
แล้ว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่ยังมีกำไร แนะนำให้ขายทำกำไรไปบางส่วน
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 9:55:52
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น