วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/09/53

ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
• (+) ประชุม ครม.วันนี้ ลุ้น รถเมล์ NGV และ งบฯซื้อประกันกลุ่มข้าราชการ
• (+/-) สื่อสารฯได้เข้าประมูลทั้ง 3 ราย, กทช.เดินหน้าประมูล 20 กย.ตามเดิมส่วนกรณี
กสท.ฟ้องระงับประมูลฯ รอศาล พิจารณาภายในสัปดาห์นี้
• (+) ต่างชาติซื้อเพิ่มหุ้นไทย +1.34 พันลบ.ขณะที่พฤติกรรมนักลงุทนต่างชาติหันมาเพิ่ม
การลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง (ดอลล์สหรัฐฯ อ่อนลงเทียบสกุลหลัก)
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : Up
คาดดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น แนวต้าน 944/948จุด แนวรับ 931/924จุด ปัจจัยหนุนตลาด คือ นัก
ลงทุนต่างชาติ กลับมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่ม อิง Nomura รายงานFund In-flows และราคา
สินค้าโภคภัณฑ์ (น้ำมัน, ปิโตรฯ) ที่ปรับขึ้น บวกกับบรรยากาศในประเทศเป็นใจ-ไม่มีสัญญาณ
แทรกแซงค่าเงิน โดย รมว.คลัง “ระบุไม่พบการเก็งกำไรของเงินทุนไหลเข้า” ทำให้กลุ่มส่งออก
ท่องเที่ยวยังคงแย่กว่าตลาดฯ
หุ้นเด่นวันนี้ คือ
1.กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากบาทแข็ง ได้แก่ วัสดุฯ รับเหมา สื่อสาร
2.กลุ่ม Rate sensitive จากดอกเบี้ยอาจขึ้นช้าเพื่อบรรเทาบาทแข็ง ได้แก่ เช่าซื้อและ
บ้าน / แบงก์ใหญ่ โนมูระมีมุมมองเป็นบวกต่อแบงก์ในภูมิภาคจากข่าวบาเซิล 3
3.กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ และสื่อสาร ตามอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจากจีนรายงานตัว
เลขเศรษฐกิจดีเกินคาด และวานนี้ กทช.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ครบ 3 ราย และ เราคาดกทช.
เดินหน้าเปิดประมูล 20 กย.นี้ แนะนำ ซื้อ KTB KBANK BBL BLA CK STEC ITD TTCL
SCC LH
(Update 1-2 สัปดาห์) คงคำแนะนำ ซื้อเล่นรอบ เป้าหมาย 945 จุด (+/-5จุด)หรือNew
High 960 จุด ส่วนแนวรับ910 จุด +/- 5 จุด เน้นบลูชิพขนาดใหญ๋ กลุ่มแบงก์บันเทิง ค้าปลีก
นิคมฯ รับเหมาฯ และเก็งกำไรกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ สื่อสาร
ข่าวดี 1. พฤติกรรมการลงทุนนักลงทุนต่างชาติหันมาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งทั้งตลาด
หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ 2. แบงก์ไทยได้อานิสงค์จากแรงซื้อกลุ่มสถาบันการเงินภูมิภาค หลัง
คลายกังวลข่าวบาเซิล 3 บังตับใช้ปี 2019 (ช้ากว่าคาด)
ข่าวลบ : 1.นายกฯสั่งฝ่ายมั่นคงเข้มงวดความปลอดภัยใน1-2สัปดาห์นี้ 2. วิตกต่อมาตรการ
คุมบาทแข็ง
กลยุทธ์วันนี้ : Let Profit Run (945// 960จุด)
วานนี้-ทีเด็ด กลุ่มรับเหมา และธนาคาร CK STEC ITD TTCL KBANK TISCO KK
หุ้นหน้าใหม่ BGH KH RCL หุ้นด้อย ได้แก่ TASCO TRUEวันนี้-CK (โรงไฟฟ้าบางปะอินได้
BOI, สัปดาห์หน้าหลุด Cash balance) BLA(ลุ้นครม.อนุมัติการทำประกันกลุ่มข้าราชการ)
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค SCB LH PTTAR RCL CK SEAFCO TNH TPP /
SCC คาดกำไร 3Q10F รับผลกระทบบาท แต่ธุรกิจปิโตรฯคาดกำไรดีขึ้น /IRPC คาดรายได้
3Q10ต่ำกว่า 2Q10 แต่ธุรกิจปิโตรฯยังดี /CPF คาดกำไรก่อนภาษี3Q10Fพุ่งเป็นประวัติการณ์
5.4พันลบ./รฟม.เตรียมเซ็นสัญญาสายสีน้ำเงิน5สัญญารวดในเดือนนี้ /TTCL ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นขอ
ซื้อหุ้น10%จาก ITD ราคาพรีเมียม20-30%
*รายงานของ CNS วันนี้: Weekly Commodity, Banking Sector(Update
Basel III) Telecom(ประมูล3G), ITD(News Comments)
ปัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. Sectors/Stocks ที่มีปีระเด็น
1.1 กลุ่มสื่อสารฯ 14 กย. (Volatile- Short term positive ถ้าศาลไม่รับเรื่องระงับ
ประมูล) ศาลฯจะพิจารณาว่ารับ/ไม่รับ ฟ้องของ กสท. ภายใน 3-4 วัน (คาดพฤหัส-ศุกร์นี้) ส่วนทา
งกทช.วานนี้ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูล ครบทั้งสามราย (ADVANC DTAC
TRUE) พร้อมทั้งคงกำหนดการประมูลเดิม คือวันที่ 20กย. / เรามีมุมมองบวก และคาดว่าจะมี
การเดินหน้าเปิดประมูลวันที่ 20 กย.นี้ (ดูความเห็นจาก รายงานQuick comment กลุ่มสื่อสารฯ
วานนี้) ขณะที่ข่าวลบเรื่องเดิม ระยะสั้นคือ คลังเร่งคณะกรรมการตามมาตรา 22 พรบ ร่วมทุน
สรุปผลเสียหายจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานมือถือในอดีต 10 สัญญา มูลค่าไม่ต่ำว่า 2 แสนล้าน
บาท จะส่งผลให้การปรับขึ้นอาจมีจำกัด
1.2 กลุ่ม Rate sensitive ได้รับแรงหนุนระยะสั้นจาก การแข็งค่าของเงินบาท อาจส่งผล
ให้ทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ขึ้นน้อยและช้ากว่าคาด (สัปดาห์ก่อนเกาหลีใต้ตัดสินใจไม่ขึ้น
ดอกเบี้ย) ได้แก่ a) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ Top buy PS AP LPN b) กลุ่มแบงก์กลางที่มี
Exposure สินเชื่อเช่าซื้อสูง เราคาดกลุ่มแบงก์กลางดังกล่าวได้แก่ TISCO TCAP จะ
Outperform กลุ่มแบงก์ใหญ่ในระยะสั้น จาก 1) ส่วนต่างดอกเบี้ยที่อาจจะได้รับแรงกดดันน้อย
กว่าคาด ปันผลและกำไรปี 2010F ยังคงอยู่ในระดับสูง 2) ได้รับผลกระทบจากการขอลดรายได้
ค่าธรรมเนียมน้อยกว่ากลุ่มแบงก์ใหญ่
1.3 กลุ่มรับเหมาฯ และนิคมฯ วานนี้ BOI อนุมัติส่งเสริมลงทุน 12 โครงการ รวม 2.02
หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า และการขยายผลิตน้ำประปา โดยมีบจ.ที่เชื่อมโยงโดย
ตรง ได้แก่ ROJNA TTW และCK / เราคาดข่าวดังกล่าวจะเป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ โดย
เฉพาะ ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ โรงไฟฟ้า(STEC ITD) จะได้ประโยชน์จากงานรับเหมาก่อ
สร้าง ในโครงการที่ได้รับอนุมัติ
1.4 รายงานสินเชื่อธนาคาร เริ่มต้นขึ้นแล้ว (Overweight) (แนะนำเก็งกำไร TMB
(High risk high return)KTB (ได้ประโยชน์สูงสุด จากงานรัฐฯ) KBANK (ได้ประโยชน์สูงสุด
ดอกเบี้ยขาขึ้น) ส่วนวานนี้ TISCO รายงานสินเชื่อเดือน สค. เติบโต +25% y-y และ +3.4% m-
m สำหรับตั้งแต่ต้นปี สินเชื่อขยายตัว +18.7%เราคาดสินเชื่อเดือน สค.ของกลุ่มแบงก์ จะดีขึ้น
m-m สำหรับปัจจัยหนุนกลุ่มธนาคารฯ จะมาจาก Capex cycle รอบใหม่ โครงการลงทุนภาค
รัฐฯ ลงทุน 3G และเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวเร็ว
1.5 ประชุม ครม.วันนี้ คาดมีประเด็นที่ต้องตาม 2 เรื่อง 1) รถเมล์ NGV คาดมีแรงเก็ง
กำไรสูงในกลุ่มที่เชื่อมโยงได้แก่ SAMART SIM และ 2) งบประมาณฯ ซื้อประกันภัยกลุ่มฯ
คาดเป็น Upside risk ใหม่ของประมาณการกำไรฯ BLA รวมถึงการผ่าน กม.ลดหย่อนเบี้ยแบบ
บำนาญ อีก 1 แสนบาทในเดือน กย.-ตค.จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น BLA
1.6 กลุ่มสื่อบันเทิง (Overweight) คาดรายงานตัวเลขการใช้จ่ายค่าโฆษณา Ad-
spending เดือน สค.จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง y-y, ทรงตัว m-m แนะนำ BEC MAJOR
1.7 สายการบิน ท่องเที่ยวและโรงแรม (Neutral to slightly negative) สัปดาห์นี้ AOT
จะรายงานปริมาณการขนส่ง เราคาดว่าจะเพิ่มขึ้น y-y แต่คาดราคาหุ้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว
AOT THAI ERAWAN จะถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
1.8 THAI ประกาศราคาเพิ่มทุน (TP 11F: 41 บาท) 15 กย. และจองซื้อ 16-17 กย. นี้
คาดราคาหุ้น Underperformตลาด จากราคาเพิ่มทุน 32-42 บาท มีUpside ไม่เกิน 42 บาท
แต่ Downside risk อาจลึกถึง 32บาท (ราคาเพิ่มทุนมีโอกาสจะต่ำกว่าราคาในกระดาน)
1.9 กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ แนะนำ อ่อนตัวซื้อเฉพาะ BANPU PTT PTTCH (M&A และ
Fund surveyoverweight commodity) ส่วนกลุม่ โรงกลั่น+นํ้ามันแนะนำ ซื้อเก็งกำไร-ขึ้นขาย
ทำกำไร PTTAR TOP IRPCPTTEP/ กลุ่มมาบตาพุด (-) 14 กย. นี้ คณะกรรมการ 4 ฝ่าย
ประชุมเร่งรัด ให้รัฐบาลชี้แจงเหตุผลที่ลดประเภทกิจการรุนแรงลง จาก 18 เหลือ 11
1.10STPI ย้ายไปหมวด อสังหาฯ (รับเหมาฯ) 15 กย.นี้ คาดมีแรงซื้อเก็งกำไรเพิ่มขึ้น
จากการย้ายไปหมวดที่มีค่าPE สูงกว่าเดิม
1.11กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มเกษตรส่งออก (LT-Neutral: Top Pick HANA SMT
TUF TVO GFPT)คาดยังเป็นกลุ่มที่อ่อนกว่าตลาด จากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการแทรกแซง หรือ
เข้าช่วยเหลือผู้ส่งออก / แนะนำSwitching /รอ จังหวะซื้อรอบใหม่ของหุ้นกลุ่มนี้ (HANA SMT
TUF TVO GFPT) โดยติดตามสัญญาณการแทรกแซงเงินบาทของทางการ
2. XD บจ.ที่น่าสนใจ วันที่ 16 กย. TVO 0.60 บ. FANCY 0.15 บ.
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้นส่วนใหญ่ เป็นผลจาก 1) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีน
ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการนำเข้าสูงกว่าคาด โดยนำเข้าโตสูงถึง +35.2%y-y (Vs
คาด +26.1%y-y) 2) พฤติกรรมลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยง อิง
จาก Nomura รายงาน Fund inflows ที่กลับเข้าซื้อตลาดหุ้นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน 3)
ข่าวสนับสนุนราคาน้ำมันดิบระยะสั้น จาก a) ท่อส่งนํ้ามัน Line 6A ของบริษัทเอ็นบริดจ์ที่มีกำลัง
การส่ง 670,000 บาร์เรล/วัน รั่วและปิดทำการ b) ข่าวฤดูมรสุมที่เกิดขึ้นบริเวณ แหล่งผลิต
น้ำมัน และอ่าวเม็กซิโก
2) กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ในจีนรีบาวด์ หลังจากเจ้าหน้าที่ CSRC ในมณฑลเจ๋อเจียงเปิด
เผยว่า ข่าวลือในตลาดกรณีที่ทางการเข้าสอบสวนการเก็งกำไรในการซื้อขายยาง ของบริษัทแห่ง
หนึ่งนั้น ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใดตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของจีนดิ่งลงอย่างหนักทันทีหลังเปิด
ตลาดในวัน พฤหัสบดีจากข่าวลือเรื่องการเข้าสอบสวนของทางการดังกล่าว
3) บาเซิล 3 ใหม่ เลื่อนใช้ปี 2019 และเกณฑ์กันสำรองหนี้ฯน้อยกว่าที่ตลาดวิตก ผู้ว่า
ธนาคารกลาง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้สรุปข้อตกลงว่าด้วย กฎระเบียบบาเซิล 3 ใหม่ ที่จะ
กำหนดให้ธนาคารต่างๆ ต้องดำรงเงินทุนที่มีคุณภาพสูงสุดคิดเป็นสัดส่วน เท่ากับ 7% ของ
สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจาก 2%ภายใต้กฎปัจจุบัน แต่ต่ำกว่าอย่างมาก
จากระดับที่ภาคธนาคารวิตกกันในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่มีการยืดระยะเวลาการบังคับใช้ในบางกรณี
ถึงเดือนม.ค.2019 หรือหลังจากนั้น ทางด้านกลุ่มผู้นำจี-20 จะรับรองข้อตกลง Basel III เมื่อ
เข้า ร่วมการประชุมที่กรุงโซลในเดือนพ.ย. ทั้งนี้ โนมูระคาดว่า หุ้นกลุ่มธนาคารฯจะปรับสูงขึ้น
สำหรับแบงก์ไทย อินโดนีเซีย และดีบีเอส ยูโอบี สิงคโปร์ ที่มีระดับเงินกองทุนที่สูงกว่าเกณฑ์ใหม่
อย่างมีนัยสำคัญอยู่แล้ว และแบงก์ในเอเชียมีระดับเงินกองทุนที่สูงกว่ามากเมื่อเทียบกับธนาคาร
ของประเทศที่พัฒนาแล้ว
2.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) การเมือง วิตกต่อเหตุการณ์ที่อาจบานปลาย, โดย ศอฉ.จับตา กลุ่มเสื้อแดง ที่ประกาศ
จัดกิจกรรมการเมือง 17-19 กย. หากฝ่าฝืน พรก.ในพื้นที่ กทม. จับแน่
2) ทางเลือกชะลอบาทแข็ง สถาบันวิจัยนโยบายการคลังเสนอ รัฐบาล และธปท. ออกแพ็ค
เกจป้องกันบาทแข็งแนะผ่อนคลายกฎถือครองเงินดอลล์สหรัฐฯ ในบัญชีต่างประเทศของผู้ส่ง
ออก แนะส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสั่งซื้อน้ำมัน สินค้าทุนล่วงหน้า เปิดทางนักลงทุนต่างประเทศ
ระดมทุนพันธบัตรเงินบาท
3) ตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมโบรกเกอร์ หารือรับมือคนไทยเทรดสนั่น 68% ของการ
ซื้อขายรวม หวังสร้างเสถียรภาพตลาดระยะยาว ยันไม่ออกมาตรการพิเศษมาควบคุม
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. US-ถ้อยแถลงปธน.โอบามา เมื่อวันที่ 10 กย. ไม่มีอะไรใหม่ (ตามตลาดคาด) โดยถ้อย
แถลงส่วนใหญตลอด 77 นาที เน้นไปที่ 1) การโจมตีนโยบายเดิมของพรรครีพับลิกัน เพื่อเรียก
คะแนนนิยมกลับคืนก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาครองเกรส วันที่ 2 พย. 2) การเสนอแผนลดภาษี
และปรับลดค่าใช้จ่ายประมาณ 1.8 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งนักเศรษศาสตร์ มองว่าย ังไม่เพียงพอต่อ
การรับมือผลกระทบแท้จริง

เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 14/09/10 เวลา 11:07:18

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น