วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/09/53

Market Recap and Trend: การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
และคาด SET จะปรับขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 944 จุด
การไหลเข้าของกระแสเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก (ดูได้จากตารางการเข้าซื้อของ
นักลงทุนต่างชาติในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา) ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ SET วานนี้ปิดตลาดปรับขึ้นแรง 1.35% ที่ 937.04 จุด ด้วย
มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 37,341 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 1,336 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะปรับสูงขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมบริเวณ 940-944 จุด นำ
โดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันและตลาดหุ้น Dow Jones ที่ปรับสูงขึ้นเมื่อคืนที่
ผ่านมา โดยราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น 0.97% ปิดตลาดที่ US$77/บาร์เรล สำหรับหุ้นกลุ่มสื่อสาร
คาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรเข้ามามากขึ้น หลังจาก ADVANC, DTAC และ TRUE ผ่านเกณฑ์
คุณสมบัติในการเข้าประมูลให้บริการโครงข่าย 3G โดยจะเริ่มกระบวนการในการประมูลในวันที่
20-24 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กสท.ยื่นฟ้อง กทช.ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้มีคำสั่งเพิก
ถอนการเปิดประมูล โดยจะใช้เวลา 3-4 วันในการพิจารณารับฟ้อง
Investment Strategy: หุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดต่อไป ขณะที่การไหล
เข้าของเงินทุนจะยังเป็นปัจจัยหนุน SET ในช่วงนี้
แม้ว่า SET จะมี Valuation ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต แต่จากแนวโน้ม
การไหลเข้าของเงินทุนที่เข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก คาดว่าจะทำให้ SET มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
ต่อไป โดยในกรณีที่ SET ปรับสูงขึ้นทะลุจุดสูงสุดเดิมในช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ 944 จุด จะทำให้
Upside เปิดไปที่ 980 จุด ในระยะสัปดาห์ ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ เรายังคงแนะนำ
กลยุทธ์ Let the profits run โดยมีจุด Trailing Stop ที่ 926 จุด เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการ
พักฐาน ทั้งนี้หุ้นกลุ่มพลังงานจะยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดต่อไปในระยะสั้น โดยเราคงให้
BANPU เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่
TCAP – แนะนำ เก็งกำไร การรวม SCIB เข้ามา จะทำให้ TCAP มีการขยายตัวของ
กำไรสูงขึ้น ขณะที่การขยายตัวด้านสินเชื่อเช่าซื้อ ส่งผลดีโดยตรงต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน
SEAFCO – แนะนำ เก็งกำไร ได้รับผลดีโดยตรงจากโครงการลงทุนภาครัฐฯ คาดผล
การดำเนินงานจะกลับมามีกำไรในช่วง 2H53 หลังจากที่เกิดผลขาดทุนใน 1H53
...สำหรับ BANPU และ AP เรายังแนะนำ ซื้อ ต่อเนื่อง

Futures Strategy :
ถือ สถานะ LONG ต่อเนื่อง โดยคงจุด Trailing Stop 640 จุด (ดูรายละเอียดใน
Derivative Strategy)
AUTO :
เพิ่ม SCC, BGH และ ITD เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +1.1% สูงกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ -0.6% (Update วันที่ 13 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +1.1% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET
มีอัตราผลตอบแทน -0.6% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 1.7% แต่หาก
พิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +236% ดีกว่าตลาดที่ให้อัตรา
ผลตอบแทน +32% อยู่ 155% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมีอัตรา
ผลตอบแทน 46% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 26% อยู่ 20% รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ADVANC, และ QH เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 4.6%
และ 4.1% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 6 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน) ADVANC
(มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมากขึ้นกรณีสัมปทาน 3G) QH (คาดว่าผลการดำเนินงานจะเพิ่ม
ขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มีประเด็นบวกจากการขายหุ้น
ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินในอนาคต)
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.78% ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่ม
ขึ้น 1.11% ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคัก หลังจากข่าวที่ว่าคณะกรรมการบาเซิลด้านการ
กำกับดูแลภาคการธนาคาร มีมติให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มการดำรงเงินกองทุนคุณภาพสูงสุด หรือ
กองทุนขั้นที่ 1 (Tier 1 capital) ตามเกณฑ์บาเซิล 3 (Basel III) เป็น 7% ของสินทรัพย์ที่มี
ความเสี่ยง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่กำหนดไว้เพียง 2% โดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้
เกิดวิกฤตการณ์การเงินในอนาคต และเพื่อสร้างความมั่นใจว่าธนาคารจะมีเงินทุนเพียงพอใน
การต้านทานภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตโดยไม่ต้องนำเงินภาษีราษฎรมาใช้ในการแก้ไข
ปัญหาด้านการเงินขององค์กรเหมือนกับที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากรายงานยอดขาด
ดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐในส.ค.มีอยู่ทั้งสิ้น 9.053 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด
การณ์ไว้ที่ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ระดับ 1.0356 แสนล้าน
ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 74
เซนต์ ปิดที่ 77.19 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า ท่อส่งน้ำมัน Line 6A ของบริษัทเอ็น
บริดจ์ที่มีกำลังการส่ง 670,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างโรงงานผลิตในแคนาดาไปยังโรง
กลั่นในเขตมิดเวสต์ยังคงปิดทำการจนถึงขณะนี้ เนื่องจากพบรอยรั่วซึม และยังไม่มีกำหนดว่าจะ
สามารถเปิดทำการได้เมื่อใด ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุ ท่อส่งน้ำมันเส้นนี้มีความสำคัญอย่างมาก
ต่อการส่งน้ำมันไปยังเมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา และระยะเวลาของการปิดจะมีความสำคัญต่อ
ระดับสต็อกน้ำมันที่ศูนย์กลางการกำหนดราคาน้ำมันเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มิเดียท (WTI)
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะ
สินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง หลังจากคณะกรรมการบาเซิลด้านการกำกับดูแลภาคการธนาคาร มี
มติให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มการดำรงเงินกองทุนคุณภาพสูงสุด หรือกองทุนขั้นที่ 1 (Tier 1
capital) ตามเกณฑ์บาเซิล 3 (Basel III) เป็น 7% ของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงโดยมีเป้าหมาย
ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์การเงินในอนาคต และเพื่อสร้างความมั่นใจว่าธนาคารจะมีเงิน
ทุนเพียงพอในการต้านทานภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยไม่ต้องนำเงินภาษีราษฎรมา
ใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านการเงินขององค์กรเหมือนกับที่ผ่านมา
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 19 จุดมาที่ 2,976 จุด ความต้องการขนส่งเพิ่มขึ้น
ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งคาดว่าดัชนีค่าระวางเรือยังมีทิศทางขาขึ้นในไตรมาสนี้ (ก.ค.-ก.ย.) อย่างไร
ก็ตามโดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่ม
เข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่มขึ้นกว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หาก
ไม่มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาด
ว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง
PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่องจากอายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 14/09/10 เวลา 9:31:40

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น