วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/09/53

Trading Strategy
“Selective Play…เน้นหุ้นที่เกี่ยวกับภาคลงทุน”
สรุปภาพตลาดและกลยุทธ์
• วานนี้ปรับขึ้นแรง SET Index วานนี้ปรับขึ้นแรง 12.47 จุด มาปิดที่ 937.04 มูลค่า
ซื้อขาย 3.7 หมื่นล้านบาท หุ้นกลุ่มหลักที่นำตลาดขึ้น คือ ธนาคารพาณิชย์, พลังงาน, วัสดุก่อสร้าง
และรับเหมาก่อสร้าง นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.3 พันล้านบาท พอร์ตบล.ซื้อสุทธิ 410 ล้านบาท
สถาบันในประเทศพลิกกลับเป็นซื้อสุทธิเล็กน้อย ส่วนรายย่อยขายสุทธิ สำหรับตลาดฟิวเจอร์ส
ต่างชาติและสถาบันในประเทศทำ Net Long เล็กน้อย 105 และ 160 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนรายย่อยทำ Net Short
• หุ้นที่เกี่ยวกับภาคลงทุนยังน่าสนใจ วันนี้มองว่าแบงค์ใหญ่ที่เน้นปล่อยสินเชื่อ
สาธารณูปโภค อย่าง SCB, KTB มีโอกาสปรับขึ้น หลังธนาคารขนาดเล็กที่เน้นสินเชื่อเช่าซื้อปรับ
ขึ้นแรงไปแล้ว ทั้งนี้หากชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ธุรกิจเช่าซื้อจะได้รับประโยชน์ ส่วนธนาคารขนาด
ใหญ่ (BBL, KBANK) ที่ปล่อยสินเชื่อ SME มากอาจได้รับปัจจัยจิตวิทยาทางลบจากเงินบาทที่
แข็งค่าแล้วทำให้สภาพคล่องทางการเงินของกลุ่ม SME ส่งออกตึงตัวขึ้น (สำหรับเกณฑ์ Basel
III กระทบไม่มากเพราะสัดส่วนที่ให้ธนาคารถือทุนสำรองไม่มากอย่างที่วิตกในตอนแรก และยังมี
การขยายระยะเวลาดำเนินการไปถึงม.ค.2562 ด้วย) นอกจากนั้นเรายังมีมุมมองที่เป็นบวกกับ
กลุ่มวัสดุก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม โดยหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
เป็น SCC, SCCC, TSTH, TMT ส่วนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างให้ STEC เป็น Top Pick
และกลุ่มนิคมฯหุ้นเด่น คือ AMATA สำหรับกลุ่มพลังงาน เราชอบ BANPU โดยขณะนี้กำลังลุ้น
เรื่องการประมูลซื้อ Centennial Coal เพิ่มเป็น 50.1% ด้านกลุ่มสื่อสาร แม้บริษัทย่อยของ
ADVANC, DTAC, TRUE ผ่านคุณสมบัติเข้าประมูล 3G ตามเกณฑ์ของกทช.ได้แล้ว แต่ต้อง
ลุ้นต่อว่าในอีก 3-4 วันข้างหน้า ศาลฯจะรับคำร้องของกสท.ที่ยื่นขอให้คุ้มครองชั่วคราวการเปิด
ประมูล 3G ในวันที่ 20-28 ก.ย.นี้หรือไม่
• กลยุทธ์การลงทุน หุ้นเด่นวันนี้เลือก SCB, BANPU, AMATA, STEC ส่วนหุ้นปัน
ผลเด่น มีเงินเย็นสามารถถือลงทุนยาวเพื่อรับปันผลสูง ได้แก่ SNC, TMT, DCC, MODERN,
CSP, TICON
Key Drivers :
+ ดัชนีดาวโจนส์บวกต่อ 81.36 จุด หนุนโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร
+ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อ โดย NYMEX +0.74 US$ มาปิดที่ 77.19 US$/bbl
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ลดลงต่อ โดยปิดที่ 3.48 US$/bbl จากวันก่อนหน้าที่
3.89 US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) อ่อนตัวลง โดยปิด –19 จุด มายัง
2976
• ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ปรับขึ้นเล็กน้อย โดย +0.60 US$ มาปิดที่
1,247.10 US$/ออนซ์
+ กลุ่มสื่อสาร : วานนี้ (13 ก.ย.) กทช.เปิดเผยว่าบริษัทย่อยของ ADVANC-DTAC-
TRUE ผ่านคุณสมบัติเข้าประมูลระบบ 3G
• กลุ่มสื่อสาร : ศาลฯจะใช้เวลา 3-4 วันในการพิจารณาว่าจะรับคำร้องกรณีที่กสท.ให้คุ้ม
ครองชั่วคราวการเปิดประมูล 3G หรือไม่
+ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง : รฟม.อาจเซ็นสัญญาสายสีน้ำเงินพร้อมกัน 5 สัญญา
ในเดือนก.ย.นี้...ให้ STEC เป็นหุ้น Top Pick
• กระทรวงพาณิชย์เรียกระดมแนวคิดปัญหาบาทแข็ง 16 ก.ย.นี้
• การเมือง : จับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง
Top Picks – ก.ย.53 : BEC, BANPU, DCC, DTAC, LPN
Top Picks หุ้นปันผลสูง : ADVANC, CSL, SPALI, LPN, TMT, MCS, DCC,
MODERN, CPNRF,SPF, TICON, CSP
หุ้นถูกขายชอร์ตมาก–วันก่อน : PTTEP 9.7%, TMB 8.0% ของปริมาณซื้อ
ขายกระดานหลัก
วิเคราะห์&กลยุทธ์ทางเทคนิค : “ตามด้วยค่าบวกเท่านั้น” ระยะสั้นสัญญาณทางเทคนิค
วกกลับเป็นบวกอีกครั้ง (ทรงตัวเหนือ SMA 10 วัน แต่มีแรงกดจากสภาวะ Overbought +
Divergence) ความน่าจะเป็นของตลาด คือ แกว่งแบบให้น้ำหนักลง แต่ค่าบวกจะทำให้มีการ
ปรับขึ้นสั้นๆ ก่อนลงได้ แนวต้าน 940-950 เริ่มลดพอร์ตเมื่อหลุด 925 ตัดขายขาดทุนเมื่อต่ำ
กว่า 900 สำหรับ SET50 มีทิศทางเดียวกับตลาดรวม แนวต้าน 650 หรือ 660 หลุด 640 ให้
ลดพอร์ตตาม (หรืออย่างช้าเมื่อต่ำกว่า 630) กลยุทธ์หลัก : ซื้อตามด้วยค่าบวกเท่านั้น เพื่อขายที่
แนวต้าน หุ้นเด่นทางเทคนิควันนี้ คือ SCB, SCC, STEC, TTCL, BH, BGH, AJ, RCL
ปัจจัยต่างประเทศ & ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
+ ดัชนีดาวโจนส์บวกต่อ 81.36 จุด หนุนโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร ทั้งนี้เกณฑ์ Basel III
ให้ระยะเวลากับธนาคารในการปรับเปลี่ยนถึงม.ค.2562 ซึ่งนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนั้น
ข้อมูลการผลิตที่แข็งแกร่งของจีนก็หนุนความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย
+ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อ โดย NYMEX +0.74 US$ มาปิดที่ 77.19 US$/bbl
ส่วน BRENT +0.87 US$ มายัง 79.03 US$/bbl โดยเอ็นบริดจ์ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มส่งจ่าย
น้ำมันได้อีกครั้งเมื่อไร แต่ขณะนี้จัดการกับน้ำมันที่รั่วไหลจากท่อที่ใหญ่สุดระหว่างสหรัฐกับ
แคนาดาได้เกือบหมดแล้ว
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ลดลงต่อ โดยปิดที่ 3.48 US$/bbl จากวันก่อนหน้าที่
3.89 US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) อ่อนตัวลง โดยปิด –19 จุด มายัง
2976
• ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ปรับขึ้นเล็กน้อย โดย +0.60 US$ มาปิดที่
1,247.10 US$/ออนซ์
ปัจจัยในประเทศ & อุตสาหกรรมและหุ้นเด่น
+ กลุ่มสื่อสาร : วานนี้ (13 ก.ย.) กทช.เปิดเผยว่าบริษัทย่อยของ ADVANC-DTAC-
TRUE ผ่านคุณสมบัติเข้าประมูลระบบ 3G เมื่อวานนี้ กทช. เปิดเผยว่า 3 บริษัทที่ผ่านคุณสมบัติ
เข้าประมูลใบอนุญาต 3G คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (บริษัทย่อยของ
ADVANC), บริษัท ดีแทค อินเตอร์เน็ต เซอร์วิส (บริษัทย่อยของ DTAC) และบริษัท เรียล มูฟ
จำกัด (บริษัทย่อยของ TRUE) ขั้นตอนต่อไป คือ วันที่ 15-16 ก.ย.จะมีการชี้แจงและทดสอบ
การประมูลของผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 3 ราย โดยในวันที่ 15 ก.ย. ทั้ง 3 บริษัทจะต้องยื่นรายชื่อผู้ที่
เข้าร่วมประมูล 10 คน โดยจะเป็นผู้เข้าร่วมประมูลจริง 8 คน และสำรอง 2 คน และในวันที่ 19
ก.ย.เวลา 13.30 น.ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องรายงานตัว และเริ่มประมูลในวันที่ 20 ก.ย.เวลา
09.00 น. โดยการประมูลจะมีการถ่ายทอดสด ทั้งนี้ในชั่วโมงที่ 1, 7 และ 12 จะประกาศไอดีผู้ที่
เสนอราคาสูงสุด ทั้งนี้กทช.ได้เปลี่ยนแผนการประมูลจากระบบ 3G เป็น 3.9G เพื่อให้บริการ
เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งแต่ 3G-3.9G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยมีราคาประมูล
เริ่มต้นที่ 1.28 หมื่นล้านบาท
• กลุ่มสื่อสาร : ศาลฯจะใช้เวลา 3-4 วันในการพิจารณาว่าจะรับคำร้องกรณีที่กสท.ให้
คุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูล 3G หรือไม่ ทั้งนี้ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันนี้ (14 ก.ย.) ระบุว่า
ภายหลังศาลปกครองพิจารณาคำร้องของกสท.แล้วเห็นว่า ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะไต่สวน
ฉุกเฉินเรื่องการเปิดประมูลธุรกิจ 3G ตามที่ยื่นคำร้องมาเพราะเห็นว่ายังมีเวลาเพียงพอสำหรับ
การพิจารณา และศาลฯจะนัดรับฟังคำสั่งว่าจะรับคำร้องกรณีให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว
หรือไม่ในอีก 3-4 วันข้างหน้า
+ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง : รฟม.อาจเซ็นสัญญาสายสีน้ำเงินพร้อมกัน 5 สัญญาในเดือน
ก.ย.นี้ หลังตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประมูลแล้วว่าไม่มีปัญหา ขณะนี้เหลือเพียงต่อรองราคาขั้นสุด
ท้าย สำหรับผู้รับเหมาเด่นในสายสีน้ำเงิน คือ CK (ประมูลต่ำสุด 2 สัญญา) รองลงมาเป็น STEC
และ ITD ซึ่งประมูลต่ำสุดรายละ 1 สัญญา
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : เรายังมีมุมมองที่เป็นบวกกับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่ง
คาดว่าจะมีงานใหม่เข้ามาเพิ่มหลังปัญหามาบตาพุดคลี่คลาย และขณะนี้การลงทุนมีแนวโน้ม
ขยายตัวดีขึ้นทั้งจากภาครัฐและเอกชน เราให้ STEC เป็นหุ้น Top Pick เนื่องจาก 1) เป็นผู้รับ
เหมารายใหญ่ และเชี่ยวชาญทั้งงานก่อสร้างสาธารณูปโภคและโรงงานปิโตรเคมี ซึ่งจะได้รับผลดี
จากการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐและเอกชน, 2) ฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก เป็นเงินสด
สุทธิ แนะนำซื้อ STEC
• กระทรวงพาณิชย์เรียกระดมแนวคิดปัญหาบาทแข็ง 16 ก.ย.นี้ ล่าสุดเงินบาทอยู่ที่
30.76 บาท/US$ แข็งขึ้นจาก 33.32 บาท/US$ ในสิ้นปี 52 และจาก 32.39 บาท/US$ ในสิ้น
2Q53 ทางกระทรวงพาณิชย์จะระดมแนวคิดแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าวันที่ 16 ก.ย.53 โดยจะหา
ทางช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ส่งออกที่ได้รับผลกระทบ ด้านรมว.คลังระบุว่ากำลังหารือเพื่อหาแนว
ทางให้ธนาคารรัฐช่วยเสริมสภาพคล่องของ SMEs
•/- Update การเมือง : 1) กลุ่มเสื้อแดงจะจัดกิจกรรมทางการเมืองวันที่ 19 ก.ย.นี้,
2) ศาลรัฐธรรมนูญสืบพยานฝ่ายกกต.ในคดียุบพรรคปชป.กรณีเงิน 29 ล้านบาทเสร็จแล้ว และจะ
นัดสืบพยานฝ่ายปชป. 4 นัด เริ่มตั้งแต่ 27 ก.ย.นี้โดยนายกฯจะขึ้นเบิกความปิดท้ายวันที่ 18 ต.ค.

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 14/09/10 เวลา 12:09:41

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น