วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 09/09/53

คาดว่าขึ้น หุ้นใหญ่-เล็กพร้อมขึ้น มองตลาดสดใสอีก
ตลาดหุ้นน่าจะผ่านช่วงการทดสอบความทนทานและอดทนของนักลงทุนมาแล้วระดับหนึ่ง โดย
กลยุทธ์ลงทุน หากมองยาวก็ต้องมองไปที่ 1,000 จุด ส่วนระยะสั้นผวาและผันผวน เกิดขึ้นเป็น
ปกติธรรมดา อย่างไรก็ตาม วันนี้คาดหลายหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ไม่ยอมไป จะขึ้นมาให้เก็งกำไร
ได้ ส่วนที่ยังควรจะมีไว้ในพอร์ตเวลานี้ ก็ยังเน้นไปที่ KTB กับ TRUE ส่วนปิโตรที่ถึงเป้า ขายทำ
กำไรรายรอบไปทั้ง PTTCH,PTTAR, TOP, IRPC Wild Card วันนี้ เลือกหุ้นที่ยังรักกันชอบ
กัน ลงมาซื้อกลับได้แก่ SF(เป้า 7 บาท), AJ (เป้า 10,12.6 บาทตามลำดับ), TTCL (เป้า 10
บาท), CPN (เป้า 35 บาท)
กรอบวันนี้ แนวรับ 916 แนวต้าน 932

ปัจจัยวันนี้:
(+) ต่างประเทศ: ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯปรับตัวขึ้นหลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลโปรตุเกส
ประสบความสำเร็จในการระดมทุน 1.04 พันล้านยูโรผ่านพันธบัตร และข่าวที่ว่าธนาคารแองโกล
ไอริช แบงก์ ของไอร์แลนด์ จะขายทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง
ไฮท์ไลท์ตลาดวันนี้อยู่ที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น โดยปิดตลาดปรับขึ้น 58 เซนต์ (ระหว่างเทรดปรับ
ตัวสูงขึ้นกว่านี้)หลังจากปรับตัวลดลงมา 2 วันติดต่อกัน โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์อยู่ที่
74.67 เหรียญฯ/บาร์เรล
(+) พลังงาน: ราคาน้ำมันดิบขึ้นวันนี้ น่าจะส่งผลบวกให้ PTT กับ PTTEP ที่พื้นฐาน กำไรดี
กว่าใครเพื่อนในกลุ่ม แต่กลับ Laggard ลูกอื่น ๆ ในเครือ PTT ที่ราคาสวนทางกับ Earnings
กรณีของ PTTEP แม้มีคดีมอนทารา และท้ายสุดจะต้องรับเคราะห์ต้องจ่ายตามที่อินโดนีเซีย
เรียกร้อง หากบริษัทยอมดำเนินการด้วยการกู้มาจ่าย 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ บวกกับ Write
off ทั้งก้อนเงินลงทุนมอนทาราราว 400 ล้านเหรียญฯ เราเห็นผลกระทบต่อ Fair Value ของ
กิจการลดลงจากกรณีปกติ 198 บาท มาอยู่ที่ราว 161-171 บาท ซึ่งก็ยังสูงกว่าราคาตลาด
ปัจจุบัน เราจึงแนะนำเข้าเก็งกำไรระยะสั้น ให้เป้าสั้น 152 บาท ช่วงนี้หุ้นกลุ่ม PTT หลายตัวเรา
ให้เล่นเก็งกำไรสั้นไปก่อน เพราะหุ้นกำไรดีกลับมีชนักติดหลัง พาขึ้นไม่ไหว หุ้นกำไรไม่ดีกลับวิ่ง
ขึ้นจนราคา Overpriced ทางที่ดี หากเลือกนอกกลุ่ม PTT ได้ เราก็ยังเลือก IVL กับ BANPU
ที่กำไรขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอเหวี่ยงน้อยกว่ากลุ่ม PTT เป็นไหน ๆ
(+)TUF: อนุมัติขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ Right
Offering) ในสัดส่วน 20 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 50 บาท ก่อให้เกิดDilution Effect
ต่อกำไรต่อหุ้นประมาณ 5% ทั้งนี้ TUF ยังไม่ได้กำหนดจำนวนและราคาขายหุ้นเพิ่มทุนแบบ
เฉพาะเจาะจง (Private Placement) แม้ปริมาณส่งออกใน 3Q53 จะได้รับผลลบจากค่าเงิน
บาทที่แข็งค่า แต่จะถูกชดเชยด้วย Peak Season และราคากุ้งที่ยังอยู่ในระดับสูง แนะนำซื้อที่
ระดับราคา 56 บาท +/- 2ราคาเป้าหมาย 63 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่ยังไม่รวม Synergy จากการ
เข้าซื้อกิจการ MW Brands และราคาค่าแบรนด์ เราเตรียมปรับราคาเป้าหมายขึ้น หากพ้นช่วง
วิกฤติบาทแข็งนี้ไปได้ เพราะการทำดีลนี้บริษัทต้องกู้เงินตราต่างประเทศจะช่วยชดเชยผลกระทบ
ของการเสียประโยชน์จากรายได้ตกเพราะบาทแข็ง





เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 9:35:05

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น