Market Highlight
แม้เมื่อวานนี้ตลาดมีแรงขายออกมา ทำให้ SETI ยังติดแนวต้านที่บริเวณ 930 จุดอยู่
อีกทั้งวันนี้ตลาดภูมิภาคก็แกว่งตัวไร้ทิศทาง (เพราะตลาดสหรัฐอเมริกาปิด) แต่แรงหนุนจากค่า
เงินบาทที่ยังแข็งค่าและต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่อง คาดว่าจะหนุนให้ SETI เดินหน้าขึ้นต่อได้
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำ “ลุ้นทางบวก” ต่อ โดยประเมินว่า SETI มีแนวต้านถัดไป
ที่บริเวณ 975& 61617;5 จุด อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ประมาท ผู้เล่นระยะสั้นและกลางควรเพิ่มความเข้ม
ข้นในการจำกัดความเสี่ยง โดยเลื่อนจุดหยุดขาดทุนขึ้นมาที่ระดับ 920 และ 905 จุด ตามลำดับ
ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 61569;=ACCELERATION) คือ PTTCH, SCCC,
TRUE ส่วนหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=DECELERATION) คือ AH, AMATA, AP, BAY,
BEC, BECL, BGH, CK, CPALL, CPF, DELTA, EGCO, HMPRO, ITD, KTB, LH,
LPN, MCOT, PS, PTT, SAT, SEAFCO, SPALI, STEC,
TISCO
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BBL (147.5/154.5), PTT (294.-/312.-), TOP (48.5-
/55.-)
การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร:
เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
วันนี้ :
BAY XD @ 0.22 บาท, BCP XD @ 0.50 บาท, BCP-DR XD @ 0.50 บาท,
KBANK XD @ 0.50 บาท, PTT XD @ 4.75 บาท, RATCH XD @ 1.10 บาท
พรุ่งนี้ :
ลูกหุ้นเข้า AIT 6.97 แสนหุ้น, CIG 4.79 ล้านหุ้น, SAT 15.00 ล้านหุ้น
ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
20 ก.ย.53: Respect for the Aged Day (ญี่ปุ่น)
21 ก.ย.53:สหรัฐกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
22-24 ก.ย.53: Mid-Autumn Festival (จีน)
23 ก.ย.53: The day following chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)
Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวานนี้ แม้ช่วงเช้าตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นถึง +13.22 จุด (+2.08%) แต่ในช่วง
บ่ายมีแรงขายออกมาค่อนข้างหนัก ส่งผลให้ SETI +1.62 จุด (+0.18%) ปิดที่ 931.52 จุด แต่
มูลค่าซื้อขายคึกคักถึง 63,117 ล้านบาท
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA, S&P, NASDAQ –ปิด–, Nikkei 9,302.04 จุด (+0.01%),
AOI 4,617.9 จุด (+0.05%), KOSPI 1,792.73 จุด (+0.02%)
กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวาน ต่างชาติและบล.ซื้อสุทธิ +3,253 และ +526 ล้านบาท ตาม
ลำดับ ขณะที่สถาบันและรายย่อยขายสุทธิ -1,502 และ -2,277 ล้านบาท ตามลำดับ
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX –ปิด– BDI 2,881 จุด (+0.2%), GRM
$3.96 (+1.0%), ทองคำ $1,249.55 (+0.3%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงินบาทยังทรงตัวระดับแข็ง โดยซื้อขายที่ 31.12-31.20 บาท/
ดอลลาร์
เศรษฐกิจ: นรม. เผยจะพิจารณากรอบ MOU ไทย-จีนทำรถไฟความเร็วสูงใน 2
สัปดาห์
การเมือง: แผนปรองดองระหว่างรัฐบาลกับ พท. ส่อแท้ง
เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นดูเป็นบวก ตราบใดที่ SETI ยังประคองตัว & 61619;920 จุด
แม้เมื่อวานนี้ตลาดมีแรงขายออกมา ทำให้ SETI ยังติดแนวต้านที่บริเวณ 930 จุดอยู่
อีกทั้งวันนี้ตลาดภูมิภาคก็แกว่งตัวไร้ทิศทาง (เพราะตลาดสหรัฐอเมริกาปิด) แต่แรงหนุนจากค่า
เงินบาทที่ยังแข็งค่าและต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่อง คาดว่าจะหนุนให้ SETI เดินหน้าขึ้นต่อได้
ทางด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนให้เห็นว่าความกล้าเสี่ยงมีการฟื้นตัวหลังมี
ความกังวลที่เศรษฐกิจอาจฟุบระลอก 2 (double-dip recession) พักใหญ่ เห็นได้จาก ...
ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่แกว่งตัวไร้ทิศทางหลัง Wall Street
ปิด
ตลาดพันธบัตร: ตลาดปิด ล่าสุด อัตราผลตอบแทน US10Y=2.7133% [ความ
หมาย: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล& 61668;=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุน
ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
ค่าเงินดอลลาร์: ยังแกว่งตัวแคบ ล่าสุด=82.327 จุด [ความหมาย: ดัชนีค่าเงิน US$& 61668;
=แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมัน& 61664;, ทองคำ& 61668;, BDI& 61668; [ความหมาย: น้ำมัน+BDI =สินทรัพย์
เสี่ยง, ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
ในเชิงกลยุทธ์ แม้ตลาดเริ่มมีแรงขายออกมา แต่เรายังแนะนำ “ลุ้นทางบวก” โดยมอง
ว่าหลังเคลียร์แนวต้าน 925~930 จุดได้แล้ว SETI จะไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 975& 61617;5 จุด
แต่เพื่อไม่ประมาท ผู้เล่นระยะสั้นและกลางควรเพิ่มความเข้มในการจำกัดความเสี่ยง โดยยกระ
ดับจุดหยุดขาดทุนขึ้นต่อเป็น 920 และ 905 จุด ตามลำดับ
ในระดับกลุ่ม เราแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักกลุ่ม ENERG จาก UNDERWEIGHT
เป็น NEUTRAL และลดน้ำหนัก AGRI, ETRON, FOOD, TRANS อีกจาก NEUTRAL
เป็น UNDERWEIGHT จากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
ในระดับหุ้น มีหุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 61569;=“ACCELERATION”) คือ PTTCH,
SCCC, TRUE สำหรับหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=“DECELERATION”) คือ AH, AMATA,
AP, BAY, BEC, BECL, BGH, CK, CPALL, CPF, DELTA, EGCO, HMPRO, ITD,
KTB, LH, LPN, MCOT, PS, PTT, SAT, SEAFCO, SPALI, STEC, TISCO
แนวโน้มระยะกลาง:
หากมองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่าง
แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก
ดังนี้
แต่คนส่วนใหญ่กลับอยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เพราะ “ความกลัว” หลายประการ
คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการ
ผลิตในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา
เพราะ ...
ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจ
โลกจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดง
ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
เราคาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ใน
เอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ เอเชียไม่ได้ประสบปัญหารุนแรงเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นทะลุเป้าหมายเดิมที่มองไว้ที่ 850~900 จุด แต่
เชื่อว่าตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 61678;”) และ
ช่วงกลาง (“& 61640;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 61694;”) ของรูปแบบตัว “U”
การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
เห็นได้จากยอดขายและกำไรสุทธิ 1H53 ที่ฟื้นตัวถึง +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา:
ตลท.]
คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อ
ชุมชน” ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง+
ยังรักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชีย
แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังออกงบ 2Q53 นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมาย โดยใช้ “เป้าหมายปี 54”
แทน “เป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้
คำอธิบาย: OVERWEIGHT=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าเป็นกลุ่มที่
ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าให้ผลตอบ
แทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHT=ควรลงทุนน้อยกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะ
ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะนำนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี
โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=น้ำหนักของหุ้นแต่ละกลุ่มในสูตรคำนวณ SETI, “ผลตอบแทนของตลาด”=
อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากดัชนี SET Total Return Index (SETTRI)
ทั้งนี้ TRI=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งรวม 1) กำไร/ขาดทุน
จากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น; 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน; 3) เงินปันผล โดยมีข้อสมมติว่าเงินปันผล
ถูกนำไปลงทุนซ้ำในหลักทรัพย์ตัวเดิมด้วย
เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 07/09/10 เวลา 10:13:46
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น