วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 07/09/53

Market Recap and Trend: ผลกระทบจากการขึ้นเครื่องหมาย XD หุ้นขนาดใหญ่ คาดว่า
วันนี้ SET จะเคลื่อนไหวแบบ Sideways
แม้ว่า SET ได้ปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 0.18% วานนี้ แต่การปรับสูงขึ้นเป็นผลจากแรงซื้อ
หุ้นกลุ่ม PTT เท่านั้น ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูง
มากเป็นประวัติการณ์ถึง 63,117 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่อง 3,263 ล้านบาท
แม้ว่ากลุ่มหุ้นขนาดใหญ่จะยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม PTT
และ SCC แต่กลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มขนาดกลางกลับเริ่มส่งสัญญาณการพักฐานทาง
เทคนิคบ้างแล้ว สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideways โดยการ
ขึ้นเครื่องหมาย XD ของ PTT 4.75 บาท จะส่งผลกระทบต่อ SET ประมาณ 3-4 จุด และการ
ปรับสูงขึ้นของหุ้นกลุ่ม PTT ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทำให้หุ้น PTT ไม่ Laggards ตลาดอีกต่อไป
ซึ่งถ้าพิจารณาตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. PTT ปรับสูงถึง 29.6% ใกล้เคียงกับ SET ที่ปรับสูงขึ้น
29.1% ขณะที่หุ้นในกลุ่ม PTT อย่าง TOP, PTTAR และ PTTCH ปรับสูงขึ้น 16.5%, 1.0%,
และ 29.0% ตามลำดับ สำหรับตลาดหุ้น Dow Jones ปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากวัน
แรงงาน ส่งผลให้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เช้านี้

Investment Strategy: แนะนำ Selective มากขึ้น...ในขณะที่เลื่อนจุด Trailing Stop มาที่
920 จุด
เราแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง (แนะนำเพิ่มสัดส่วนหุ้น
ในพอร์ตจาก 50% เป็น 80% ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. โดย SET อยู่ที่ 765 จุด) โดยเลื่อนจุด
Trailing Stop มาที่ 920 จุด จากเมื่อวานที่ 914 จุด ทั้งนี้ แม้ว่าโมเมนตัม SET โดยรวมจะยัง
แข็งแกร่งต่อเนื่อง จากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม PTT และ SCC อย่างไรก็
ตาม กลับมีแรงขายทำกำไรออกมามากในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง ทำให้การเข้าซื้อหุ้นจำเป็นต้อง
Selective มากขึ้น และต้องติดตามจุดจำกัดขาดทุนหรือ Trailing Stop อย่างใกล้ชิด...ทั้งนี้
จากการปรับเพิ่มขึ้นแรงของ PTT ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทำให้ PTT ไม่ Laggard ตลาดอีกต่อ
ไป ขณะที่เรามองประเด็นมาบตาพุดเป็นปัจจัยบวกในเชิง Sentiment มากกว่าด้าน
Fundamental ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นด้วย ขณะที่หุ้นกลุ่ม
พลังงานที่เรามองว่ายัง Laggards และมีแนวโน้มผลการดำเนินงานน่าสนใจ ได้แก่ BANPU

Futures Strategy :
ถือ สถานะ LONG ต่อเนื่อง โดยมีจุด Trailing Stop ที่ 632 จุด (ดูรายละเอียดใน
Derivative Strategy)

AUTO :
มีการเวียนกลุ่มหุ้น (Sector Rotation) ลงทุนมากขึ้น

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.3% ต่ำกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ +3.3% (Update วันที่ 6 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +0.3% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET
มีอัตราผลตอบแทน +3.3% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนที่ต่ำกว่า SET อยู่ 3.0%
อย่างไรก็ดี ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +232% ดีกว่า
ตลาดที่ให้อัตราผลตอบแทน +33% อยู่ 151% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์
ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน 44% ดีกว่าผลตอบแทน SET ที่ 27% อยู่ 18% ในรอบสัปดาห์ที่
ผ่านมา BBL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 4.9% สำหรับ
สัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 4 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจาก
อุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่าน
การเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL (จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไร
ขั้นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน) ADVANC (มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมาก
ขึ้นกรณีสัมปทาน 3G) และ QH (คาดว่าผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิด
โครงการใหม่) และเพิ่ม BANPU เข้ามาในพอร์ต โดยมีปัจจัยบวกจากการบันทึกกำไรพิเศษจาก
การขายหุ้น ITMG ประมาณ 7,000-10,000 ล้านบาทใน 3Q53 และมีปัจจัยบวกจากการถือหุ้น
Centennial Coal ใน Australia

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นนิวยอร์ค, น้ำมันนิวยอร์ค, เงินนิวยอร์ค ปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 5 จุดมาที่ 2,881 จุด ความต้องการขนส่งเพิ่มขึ้น
ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งคาดว่าดัชนีค่าระวางเรือยังมีทิศทางขาขึ้นในไตรมาสนี้ (ก.ค.-ก.ย.) อย่างไร
ก็ตาม โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่ม
เข้ามา คาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่มขึ้นกว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่
มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่า
ดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง
PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อนเนื่องจากอายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 07/09/10 เวลา 9:27:52

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น