Trading Strategy
“โมเมนตัมดีมีแนวโน้มขึ้นต่อ”
สรุปภาพตลาดและกลยุทธ์
• วานนี้มีปรับฐานในวัน SET Index วานนี้มีการปรับฐานในวันเกิดขึ้นในช่วงที่รอ
ความชัดเจนของผลตัดสินของศาลปกครองกลางกรณีมาบตาพุด โดยดัชนีลดลงไปที่ 912.45 (-
6.89 จุด) และดีดกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนปิดตลาดเมื่อผลตัดสินของศาลออกมาดีกว่า
คาด โดยโครงการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเหลือเพียง 2 โครงการ (คือ โครงการผลิต MEG
ของ PTTCH และโครงการผลิต VCM โรงงานที่ 1 และ 2 ของ TPC) ส่วนโครงการที่เหลือได้
รับการปลดล็อกและกลับมาดำเนินการทั้งหมด ปิดตลาดดัชนี +1.20 จุดมายัง 920.54 มูลค่าซื้อ
ขาย 4.8 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อ 3.3 พันล้านบาท ส่วนอีก 3 กลุ่มที่เหลือเป็น
ซื้อสุทธิ สำหรับตลาดฟิวเจอร์ส นักลงทุนทั้ง 3 กลุ่มทำ Net Long/Short ไม่มาก
• วันนี้...โมเมนตัมดีมีแนวโน้มขึ้นต่อ ตลาดหุ้นยังอยู่ในโมเมนตัมที่เป็นบวก และมี
การปรับฐานเล็กๆไปแล้วเมื่อวานนี้ ดังนั้นจึงมีโอกาสขยับขึ้นต่อในวันนี้ ปัจจัยหนุน คือ ผลการ
ตัดสินของศาลฯกรณีมาบตาพุดออกมาดีกว่าคาดโดยมีถึง 74 ใน 76 โครงการที่ได้รับการปลด
ล็อคให้กลับมาดำเนินการได้ หนุนการลงทุนในประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่ง
เป็นบวกโดยตรงกับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, วัสดุก่อสร้าง, รับเหมาก่อสร้าง และธนาคารพาณิชย์
ราคาน้ำมันดิบและถ่านหิน Spot ปรับขึ้นต่อเป็นข่าวดีกับ PTTEP, PTT และ BANPU นอกจาก
นั้นยังมีลุ้นและเก็งกำไรเรื่องการประมูลใบอนุญาต 3G ด้วย ซึ่งเราคาดว่าผู้ประกอบการใหญ่ทั้ง
3 ราย คือ ADVANC, DTAC และ TRUE จะได้ทำธุรกิจ 3G ทั้งหมดเพียงแต่ยังไม่แน่ชัดว่า
2 บริษัทไหนจะประมูลได้ในรอบแรก (ส่วนการประมูลรอบที่ 2 จะห่างจากรอบแรก 90 วัน)
• หลักทรัพย์ที่น่าสนใจวันนี้ ได้แก่ BANPU (ดัชนีราคาถ่านหิน Spot สัปดาห์ล่าสุดยัง
ยืนเหนือ 90 US$/ตันได้และการขายหุ้น ITM ออกไป 8.7% เป็นผลดีเพราะช่วยเสริมสภาพ
คล่องทางการเงินและทำให้ D/E ไม่สูงเกินไปเมื่อเข้าซื้อ Centennial Coal ออสเตรเลีย และ
จะบันทึกกำไรจากการขายหุ้นก่อนภาษี 320 ล้านUS$ ด้วย ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 650,
680-700 บาท), PHATRA (มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นของตลาดจะสามารถชดเชย
กับอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยที่ลดลงได้ มีโอกาสสูงที่บริษัทจะมีกำไรจากพอร์ตการลงทุนในหลัก
ทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ในช่วงตลาดขาขึ้น และมีจุดแข็งในธุรกิจวาณิชธนกิจ ราคาเป้าหมาย
เชิงกลยุทธ์ 30, 33-35 บาท) หลักทรัพย์ที่แนะนำซื้อไปก่อนหน้า คือ PTT, PTTCH, SCC,
BBL, KBANK, KTB, SCB, AMATA, ROJNA พอร์ตเล่นรอบให้พิจารณาทยอยขายเมื่อ
ราคาปรับขึ้นแรง สำหรับ TVO, IVL, BH, TSTH, TRUE, DTAC, BEC, MCOT, MINT,
SCCC, VNG, AH, VNT, LPN, HEMRAJ ให้ถือต่อ ด้าน SNC, TMT, DCC, MODERN,
CSP (เพิ่มใหม่) เงินเย็นถือลงทุนยาวรับปันผล
Key Drivers :
+ ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นต่อ 50.63 จุด ตัวเลขภาคแรงงานและที่อยู่อาศัยของสหรัฐ
ออกมาดีขึ้น
+ ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นต่อ วานนี้ NYMEX +1.11 US$ มาปิดที่ 75.02
US$/bbl
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ร่วงลงต่อ โดยปิด 3.00 US$/bbl จากวันก่อนหน้าที่
3.20 US$/bbl
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ดีดขึ้น ปิดตลาด +5.30 US$ มายัง 1,253.40
US$/ออนซ์
+ ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) พุ่งขึ้นต่อ โดยปิด +94 จุด มายัง
2835
+ ดัชนีราคาถ่านหิน Spot (BJI) สัปดาห์แรกของเดือนก.ย.53 ปรับขึ้นต่อเป็น 93.25
US$/ตัน
• ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% ตามคาด
+ ผลตัดสินคดีมาบตาพุดของศาลปกครองกลางวานนี้ (2 ก.ย.) ออกมาดีกว่าที่คาด
• กลุ่ม NGOs คาดจะใช้เวลา 2 สัปดาห์เพื่อพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลฯคดี
มาบตาพุดหรือไม่
+ BANPU : มีกำไรจากการขายหุ้น ITM ก่อนภาษี 320 ล้านUS$…แนะนำซื้อ ราคา
พื้นฐาน 700 บาท
• PTTEP : ยื่นหนังสือปฏิเสธการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายของรัฐบาล
อินโดนีเซีย
Top Picks – ก.ย.53 : BEC, BANPU, DCC, DTAC, LPN
Top Picks หุ้นปันผลสูง : ADVANC, CSL, SPALI, LPN, TMT, MCS, DCC,
MODERN, CPNRF, SPF, TICON
หุ้นถูกขายชอร์ตมาก–วันก่อน : KBANK 6.6%, DTAC 4.6%, TMB 4.1% ของ
ปริมาณการซื้อขายหลัก
วิเคราะห์&กลยุทธ์ทางเทคนิค : “บวกซื้อตาม...เป็นลบให้ขาย” ระยะสั้นสัญญาณทาง
เทคนิคเป็นบวกที่พร้อมเปลี่ยนเป็นลบ (ทรงตัวเหนือ SMA 10 วัน แต่ยังมีแรงกดของสภาวะ
Overbought + Divergence และโครงสร้างขาลงระยะยาว) ความน่าจะเป็นของตลาด คือ
แกว่งแบบมีลุ้นปรับขึ้นก่อนแล้วถอยตามมา แนวต้าน 925-930 ดัชนีเป็นลบให้ทยอยลดพอร์ต
หรืออย่างช้าเมื่อหลุด 900 สำหรับ SET50 มีทิศทางเดียวกับตลาดรวม แนวต้าน 630-640
ค่าลบให้ลดพอร์ต หรืออย่างช้าเมื่อหลุด 610 กลยุทธ์หลัก : ขายทำกำไร หรือซื้อเล่นสั้น (ต้องตาม
ด้วยค่าบวก) หุ้นเด่นทางเทคนิควันนี้ คือ SCP, CNT, TICON, BAFS, HMPRO, BECL,
BH, BIGC
ปัจจัยต่างประเทศ & ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
+ ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นต่อ 50.63 จุด ตัวเลขภาคแรงงานและที่อยู่อาศัยของสหรัฐ
ออกมาดีขึ้น โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สิ้นสุด 28 ส.ค.ลดลง 6,000 ราย
เป็น 472,000 ราย, ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ค.53 เพิ่มขึ้นมาก สำหรับยอดสั่งซื้อ
ภาคโรงงานเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 0.1%MoM แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%MoM ปัจจัยที่
จับตา คือ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 100,000
ตำแหน่ง
+ ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นต่อ วานนี้ NYMEX +1.11 US$ มาปิดที่ 75.02
US$/bbl และ BRENT +0.58 US$ มายัง 76.93 US$/bbl เพราะมีไฟไหม้แท่นขุดเจาะ
น้ำมันของบริษัทมาร์ริเนอร์ เอ็นเนอร์จีในอ่าวเม็กซิโก ประกอบกับ EIA รายงานว่าพายุเอิร์ลอาจ
ส่งผลกระทบกับการผลิตน้ำมันประมาณ 7% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของสหรัฐทำให้กังวลเรื่อง
การตึงตัวของอุปทานในระยะสั้น
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ร่วงลงต่อ โดยปิด 3.00 US$/bbl จากวันก่อนหน้าที่
3.20 US$/bbl
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ดีดขึ้น ปิดตลาด +5.30 US$ มายัง 1,253.40
US$/ออนซ์
+ ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) พุ่งขึ้นต่อ โดยปิด +94 จุด มายัง
2835
+ ดัชนีราคาถ่านหิน Spot (BJI) สัปดาห์แรกของเดือนก.ย.53 ปรับขึ้นต่อเป็น
93.25 US$/ตัน เพิ่มขึ้น 2.65 US$/ตัน จากสัปดาห์ก่อนหน้า... นับเป็นข่าวบวกและทำให้ตลาด
คลายความกังวลกับดัชนีราคาถ่านหินที่อ่อนลงมาใน 2 สัปดาห์ก่อน และเป็นผลดีกับราคาขาย
ถ่านหินของ BANPU ในปี 54 (ซึ่งอิงกับราคาถ่านหิน Spot ในปี 53) สำหรับ Catalyst ในระยะ
ใกล้ของ BANPU คือ การเข้าซื้อ Centennial Coal ซึ่งหากสำเร็จจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ
BANPU อีกหุ้นละ 100 บาท เรายังคงคำ แนะนำ ซื้อ BANPU โดยให้ราคาตามพื้นฐาน 700
บาท (ไม่รวม Centennial Coal)
• ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% ตามคาด ทั้งนี้นัก
วิเคราะห์มองว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำไปอีกระยะ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่
สมดุลและมีความกังวลกับปัญหากสภาพคล่องของภาคธนาคาร
ปัจจัยในประเทศ & อุตสาหกรรมและหุ้นเด่น
+ ผลตัดสินคดีมาบตาพุดของศาลปกครองกลางวานนี้ (2 ก.ย.) ออกมาดีกว่าที่คาด
โดยศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโครงการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและ
สิ่งแวดล้อมฯ ในกรณีมาบตาพุดเพียง 2 โครงการเท่านั้น คือ โครงการผลิตเอทธิลีนออกไซด์และ
เอทธิลีนไกลคอลส่วนขยาย (MEG) ของบริษัทในเครือ PTTCH และโครงการขยายกำลังการ
ผลิตไวนิลคอลไรด์โมโนเมอร์ (VCM) โรงงานที่ 1 และโรงงานที่ 2 ของ TPC ยังผลให้ทั้งสอง
โครงการนี้ต้องกลับไปขออนุญาตทำโครงการใหม่ และต้องทำตามมาตรา 67 วรรค 2 คือ
ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การทำประชาพิจารณ์ และการให้องค์กรอิสระให้ความ
เห็นประกอบการดำเนินโครงการ ส่วนโครงการที่เหลือศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่ง
คุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางที่มีก่อนหน้านี้ที่ระงับการดำเนินกิจกรรมชั่วคราวของ 76
โครงการในมาบตาพุดด้วย โดยให้มีผลทันที ดังนั้นจากนี้โครงการเหล่านี้ก็สามารถดำเนินการต่อ
ไปได้
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : ผลการตัดสินของศาลออกมาดีกว่าคาด หนุนภาพรวม
ของตลาด และเป็นปัจจัยผลักดันการลงทุนภาคเอกชนในประเทศและจากต่างประเทศ (FDI) ให้
มีการฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของการลงทุน คือ นิคม
อุตสาหกรรม, วัสดุก่อสร้าง, รับเหมาก่อสร้าง และธนาคารพาณิชย์ที่เป็นแหล่งเงินกู้เพื่อการลงทุน
ในเชิงกลยุทธ์หุ้นที่น่าสนใจช่วงนี้ ได้แก่ HEMRAJ, TICON, CNT, SCCC สำหรับ PTT,
SCC และ PTTCH ระยะสั้นมีโอกาสแกว่งหลังราคาหุ้นปรับขึ้นมาล่วงหน้า
• กลุ่ม NGOs คาดจะใช้เวลา 2 สัปดาห์เพื่อพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลฯคดี
มาบตาพุดหรือไม่ ในระยะสั้นทางกลุ่มผู้ฟ้องร้องคดีมาบตาพุดซึ่งเป็น NGOs ยังไม่ระบุชัดเจนถึง
ประเด็นที่จะยื่นอุทธรณ์หรือฟ้องร้องรัฐบาลหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งออกมาเมื่อวานนี้ (2 ก.
ย.53) ซึ่งตามหลักเกณฑ์แล้วทางกลุ่ม NGOs มีเวลาในการพิจารณาประเด็นต่างๆที่จะยื่น
อุทธรณ์ภายใน 30 วันนับตั้งแต่ศาลฯมีคำตัดสินออกมา
+ BANPU : มีกำไรจากการขายหุ้น ITM ก่อนภาษี 320 ล้านUS$ บริษัทแจ้งว่าได้
ขายหุ้น Indo Tanbangraya Megah Tbk1 (ITM) จำนวน 98.5 ล้านหุ้น หรือ 8.72% ของหุ้น
เรียกชำระแล้ว ราคาหุ้นละ 4 US$/หุ้น มูลค่าขายรวม 395 ล้านUS$ (1.23 หมื่นล้านบาท) ให้
กับนักลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย หลังการขายครั้งนี้ BANPU จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้น
ใหญ่ 65%
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : การขายหุ้น ITM ครั้งนี้เป็นผลดีกับ BANPU เพราะ
เป็นการช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่สูงเกินไปเมื่อ
เข้าซื้อ Centennial Coal ออสเตรเลีย และจะมีการบันทึกกำไรจากการขายหุ้นก่อนภาษี 320
ล้านUS$ ด้วย เรายังคงแนะนำซื้อ BANPU ให้ราคาพื้นฐาน 700 บาท
• PTTEP : ยื่นหนังสือปฏิเสธการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายของรัฐบาล
อินโดนีเซีย กรณีน้ำมันรั่วไหลจากแหล่งมอนทารา โดยเห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่
พิสูจน์ถึงความเสียหายที่อินโดนีเซียได้รับจากเหตุการณ์ดังกล่าว และทาง PTTEP ยืนยันว่าการ
รั่วไหลของน้ำมันจากแหล่งมอนทาราไม่กระทบอินโดนีเซียเพราะบริษัทเข้าควบคุมการรั่วไหลไว้
ได้ทันท่วงที ทั้งนี้รัฐบาลอินโดนีเซียได้เรียกร้องค่าเสียหายมาทั้งหมด 7.6 หมื่นล้านบาท
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/09/10 เวลา 12:08:50
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น