ตลาดหุ้นไทยวานนี้ “ ฝรั่งไล่ซื้อุหุ้นต่อ “
ดัชนีตลาดหุ้นปิดที่ 919.34 จุด สูงขึ้น 6.15 จุด หรือ 0.6% ด้วยปริมาณการ
ซื้อขาย 4.9 หมื่นลบ. นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 1.9 พันลบ. นักลงทุนยังเดินหน้า
เข้าซื้อหุ้นกันต่อเนื่อง ด้วยกระแสของเงินทุนที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นทั้งจากกลุ่มนัก
ลงทุนต่างประเทศและในประเทศ
ปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกับตลาดหุ้นวันนี้
* เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นต่างประเทศ – ด้วยตัวเลขเพียงตัวเดียวคือ
ดัชนีฝ่ายจัดซื้อของภาคอุตสาหกรรมที่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ คือสูงขึ้น 1.4% (คาดว่า
จะลดลง 5%) ตัวเลขนี้มีความสำคัญเพราะสามารถบ่งชี้ได้ว่าภาคอุตสาหกรรมของ
สหรัฐฯยังมีการขยายตัวที่ดี ต่างจากที่เคยคาดกันไว้ เราประเมินว่าผลบวกจากตัว
เลขดังกล่าว จะทำให้นักลงทุนลดความกังวลลงไปบ้าง และกลับเข้ามาซื้อหุ้นคืน
ตลาดหุ้นเอเซียวันนี้จะกลับขึ้นมาเป็นบวก แต่เรามองเป็นเพียงช่วงสั้นๆ เนื่องจากเรา
ยังคงเห็นการขายของนักลงทุนในตลาดหุ้นหลักๆของเอเชีย กอปรกับ ในวันศุกร์นี้
สหรัฐฯจะมีการรายงานตัวเลขสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ ตัวเลขภาคการจ้างงาน (คาด non-
farm payroll ลดลง 1 แสนตำแหน่ง) ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักลงทุนให้ความสำคัญและจะ
ยังไม่ผลีผลามเข้าซื้อหุ้นก่อนตัวเลขออกมา
* ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันดิบ WTI (OCT-2010)
ล่าสุดอยู่ที่ $73 เหรียญ/บาร์เรล การ rebound ขึ้นมาของราคาน้ำมัน อาจช่วยกระตุ้น
ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ได้บ้างเล็กน้อย แต่เรายังคงให้ความสนใจกับหุ้นในกลุ่มสินค้า
โภคภัณฑ์ตัวอื่นๆมากกว่า โดยเฉพาะดัชนีฝ่ายจัดซื้อฯของจีน ที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น
0.9% เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มนี้โดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มโลหะ
* การเมืองและเศรษฐกิจ – ตลาดจะมุ่งความสนใจไปที่การขึ้นอ่านคำตัด
สินของศาลปกครองกลางคดี “มาบตาพุด” ช่วงบ่ายของวันนี้ เพราะถ้าผลตัดสินและ
คำสั่งของศาลฯออกมาดี จะทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดอีกระลอกหนึ่ง
* หุ้นธนาคาร – Fitch Rating ชี้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งเกินคาด ชูกลุ่ม
ธนาคารมีกำไรสูงขึ้นในปีนี้ และ KBANK ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเป็นรายแรก
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ “จับตาผลตัดสินคดี มาบตาพุด”
ตลาดน่าจะมีความผันผวนสูง เพราะมีทั้งปัจจัยบวกที่มาจากต่างประเทศ
คือ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดี และกระแสเงินทุนไหลเข้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัย
ที่จะบ่งชิ้ทิศทางของตลาดเมื่อสิ้นวัน น่าจะเป็นเรื่องคำตัดสินคดี “มาบตาพุด” แต่คง
ต้องเผื่อใจไว้ว่า อาจเข้ามาหลังตลาดปิดทำการไปแล้ว
กลยุทธ์การลงทุน “ เน้นธนาคารไว้ก่อน ”
เราให้น้ำหนักการลงทุนไปที่กลุ่มธนาคารเช่นเดิม แต่เป็นการเก็งกำไรช่วง
สั้นๆ เพราะราคาหุ้นขึ้นมามาก ขณะที่หุ้นกลุ่ม “มาบตาพุด” เล่นได้ แต่ต้องเข้าใจว่า
ผลตัดสินอาจออกมาทั้งบวกและลบกับตัวหุ้น จึงต้องใช้ความระมัดระวังและคอยตาม
ข่าวในระหว่างวันประกอบการตัดสินใจด้วย ..... นอกจากนี้ หุ้นขนาดใหญ่ที่มีข่าว 2
ตัวคือ PTT (จะเข้าซื้อ Carrfour) และ BANPU (จะลดส่วนการถือหุ้นใน ITM) จะทำให้
หุ้น 2 ตัวนี้ มีการเคลื่อนไหวที่มากกว่าช่วงเวลาปกติ
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 02/09/10 เวลา 10:10:33
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น