วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 01/09/53

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ “ ขายหุ้น 3G กดดัชนีฯ “
ดัชนีตลาดหุ้นปิดที่ 913.19 จุด สูงขึ้น 3.54 จุด หรือ 0.3% ด้วยปริมาณการ
ซื้อขาย 4.62 หมื่นลบ. นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 2.4 พันลบ. แรงขายทำกำไรที่
ค่อนข้างรุนแรงในช่วงเช้า มาจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ , แรงขายหุ้นที่
เกี่ยวข้องกับ 3G และการขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามาก แต่ดัชนีฯสามารถตีกลับขึ้นมา
เป็นบวกได้ในที่สุด

ปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกับตลาดหุ้นวันนี้
* เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นต่างประเทศ – วันนี้ ตลาดหุ้นต่างประเทศ อาจ
ไปให้น้ำหนักกับตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค (+4.9% MoM) และราคาบ้าน (เดือน
JUNE=+0.28% MOM) ของสหรัฐฯ มากกว่าที่จะดูว่าตัวเลขในภาคการผลิต
(Chicago Purchasing Manager -9% MoM) และรายงานประชุม FOMC เมื่อ 10
ส.ค.ที่ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯต้องการแรงกระตุ้นจากทางการ การดีดตัวขึ้นของดัชนี
ตลาดหุ้นรอบบ้านคงไม่ได้บ่งชี้ได้ว่าตลาดหุ้นจะดีต่อเนื่อง เพราะเรายังคงมองว่าเป็น
การ rebound ไปจนกว่ารัฐบาลหรือ FED จะมีมาตรการที่มีความน่าเชื่อถือสูงว่าจะ
กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงออกมา (คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้) ทิศทางตลาดหุ้นต่าง
ประเทศ จึงยังมีความเสี่ยงอยู่ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นถูกกดดันจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น นัก
ลงทุนสหรัฐฯยังหันเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ อาทิเช่น ทองคำและพันธบัต
รัฐบาล ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเรื่องภาวะ Deflation ของสหรัฐฯ นอกจากนี้แรง
ขายของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นเอเชีย (ยกเว้นไทย) เป็นสัญญาณลบของ
ตลาด
* ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันดิบ WTI (OCT-2010) ล่าสุด
อยู่ที่ $71 เหรียญ/บาร์เรล ในตลาดพูดถึงราคาน้ำมันที่ต่ำกว่า $70 เหรียญกันแล้ว
สั้นๆจึงควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ (ยกเว้นมีข่าวบวกอื่นๆเป็นราย
ตัว) แต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่มโลหะและเกษตร ยังคงมองใน
ทางบวกเช่นเดิม
* การเมืองและเศรษฐกิจ – ตลาดน่าจะจะรับรู้เรื่องของการประมูล 3G ไป
มากพอควร แต่ยังคงต้องติดตามกระแสข่าวว่าผู้ใดจะเป็น 2 รายแรกที่ได้รับการคัด
เลือก นอกจากนี้ การตัดสินของศาลปกครองคดี “มาบตาพุด” ในวันพรุ่งนี้ จะทำให้หุ้น
ที่เกี่ยวข้องมีการซื้อขายที่เบาบางลงในวันนี้

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ “ มีทั้งซื้อและขายให้เห็น ”
ด้วยแรงซื้อหุ้นบางตัว (SCC+KTB) วานนี้ ทำให้ดัชนีฯขึ้นไปปิดบวกได้ แต่
ถึงกระนั้น เราคาดว่าตลาดหุ้นยังไม่อาจไปไหนได้ไกล แรงซื้อหุ้นโดยนักลงทุนต่าง
ประเทศจะดันให้หุ้นบางตัวสูงขึ้น แต่แรงขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามากๆ จะกดให้ดัชนีฯ
แกว่งตัวอยู่เพียงกรอบแคบๆ

กลยุทธ์การลงทุน “ เก็งได้ แต่ต้องเลือกกลุ่มเล่น ”
ถึงเราจะประเมินว่าดัชนีฯยังไปไม่ได้ไกลนัก (เพราะเรากังวลกับทิศทาง
เศรษฐกิจของสหรัฐฯ) แต่การเก็งกำไรช่วงสั้นๆ เราให้น้ำหนักกับหุ้นธนาคาร (ข่าวลบ
น้อย ความเสี่ยงต่ำ) , หุ้นมาบตาพุด และหุ้นรับเหมาก่อสร้างฯ โดยเลือกเป็นรายตัว
ควรพิจารณาขายหุ้นตัวที่ขึ้นมามากๆหรือมีแรงขายต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการติดหุ้นใน
ที่สูง เพราะช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีระดับของการเก็งกำไรช่วงสั้นเข้ามาในหุ้น
เป็นจำนวนมาก





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 10:13:08

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น