บล.เอเซียพลัส : กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (โทรศัพท์เคลื่อนที่) แนะนำน้ำหนักการลงทุน
“มากกว่าตลาด”
บริษัทที่ร่วมเข้าประมูลมีเพียง 3 ราย ทำให้กทช.ออกใบอนุญาต 3G เพียง 2 ใบ
เมื่อวานนี้เป็นวันที่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำหนดให้
เอกชนที่สนใจร่วมประมูลใบอนุญาต 3G ยื่นเอกสารแสดงความจำนงในการร่วมประมูล พร้อมทั้ง
ชำระเงินค่าสมัครรายละ 5 แสนบาท และวางหลักประกันจำนวน 1,280 ล้านบาท ปรากฎว่ามี
เพียง 3 บริษัทที่ยื่นเอกสาร โดยทั้ง 3 บริษัทเป็นบริษัทลูกของผู้ประกอบการรายเดิมคือ 1)
Advance Wireless Network บริษัทลูก ADVANC 2) Dtac Internet Service บริษัทลูก
ของ DTAC และ 3) Real Move บริษัทลูกของ TRUE MOVE โดยขั้นตอนหลังจากนี้ กทช.
จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์และคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูลในวันที่ 14 ก.ย. นี้ และจะเริ่มเปิด
ประมูลในวันที่ 20 ก.ย. นี้ โดยใบอนุญาต 3G ที่ กทช. จะออกในการประมูลครั้งนี้ จะเท่ากับ
จำนวนผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลลบ 1 แต่ไม่เกิน 3 ใบ ดังนั้นกทช.จะสามารถออกใบอนุญาต
สูงสุดในครั้งนี้ได้ไม่เกิน 2 ใบ
เชื่อว่าบริษัททั้ง 3 รายจะได้ใบอนุญาต 3G แต่รายสุดท้ายจะได้รับช้ากว่า 3 เดือน
ฝ่ายวิจัยคาดว่า บริษัททั้ง 3 รายจะผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลในวันที่ 14 ก.ย. นี้
เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านฐานลูกค้าและแหล่งเงินทุน โดยในครั้งนี กทช.จะออกใบอนุญาต
เพียง 2 ใบเท่านั้น เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาในการประมูล (การปรับเพิ่มขึ้นราคาประมูล
ขั้นละ 640 ล้านบาท) ส่วนอีก 1 ใบจะเปิดประมูลภายใน 90 วัน หลังจากการประมูลครั้งแรกสิ้น
สุด โดยจะกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำเท่ากับราคาชนะการประมูลของครั้งก่อนหน้าที่ต่ำที่สุด และ
จะไม่ใช้วิธีการประมูลแบบ N-1 ดังนั้นหากมีผู้ผ่านคุณสมบัติเพียงรายเดียว กทช.ยังคงออกใบ
อนุญาต 3G ใบสุดท้ายในรอบถัดไป ฝ่ายวิจัยจึงประเมินว่า ท้ายที่สุด ผู้ประกอบรายทั้ง 3 ราย จะ
ได้ใบอนุญาต 3G แต่มี 1 รายที่จะได้ใบอนุญาตช้ากว่าคู่แข่งขันราว 3 เดือน และทำให้ต้องเปิด
ให้บริการช้ากว่าคู่แข่งขัน ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า ผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตรอบแรกอย่างแน่นอน คือ
ADVANC เนื่องจากมีความพร้อมด้านเงินทุนมากกว่ารายอื่น
แนะนำ “ซื้อ” ทั้ง ADVANC DTAC ที่ยังมี Upside
จากประเด็นบวกในการประมูลใบอนุญาต 3G ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. นี้ ฝ่ายวิจัยจึงคง
น้ำหนักการลงทุนกลุ่ม ICT “มากกว่าตลาด” โดยเลือก ADVANC (FV@B118) และ DTAC
(FV@58) เป็น Top Pick เนื่องจากฐานะการเงินแข็งแกร่งสุด บวกกับราคาหุ้นปัจจุบันยังมี
Upside ค่อนข้างมาก ส่วน TRUE ที่มีฐานะการเงินอ่อนแอสุด คือ มี Net Debt/ Equity สูง
ถึง 6.46 เท่า ฝ่ายวิจัยคาดว่า จะมีการเพิ่มทุนราว 1 หมื่นล้านบาท เพือรองรับการลงทุน 3G ที่มี
มูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านบาทในระยะ 3 ปี โดยฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานหุ้นของ TRUE ด้วย
วิธี DCF (รวมมูลค่าเพิ่มจาก 3G ภายใต้สมมติฐาน TRUE สามารถเพิ่มทุนโดยยึดหลักอนุรักษ์
นิยมที่ 4 บาท) จะได้ Fair Value ที่ 6.02 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน จึงแนะนำ “ถือ”
(สมมติฐานในการประเมินมูลค่าเพิ่มจาก 3G คือกำหนดส่วนแบ่งรายได้ใบอนุญาต 3G ที่ 6 %
แต่คงส่วนแบ่งรายได้สัมปทาน 2G เดิมยังคงเดิมที่ 20-30% และระยะเวลาการโอนลูกค้าจาก
2G ไปยัง 3G ได้ครบ 100% ภายใน 7 ปี)
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 31/08/10 เวลา 10:38:41
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น