บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 31/08/53
Market Recap and Trend: SET อาจปรับลงมาปิด GAP บริเวณ 900 จุด...คาดตัวเลข
เศรษฐกิจเดือน ก.ค. ออกมาดีต่อเนื่อง
การปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศ แนวโน้มการไหลเข้าของเงินทุนจากต่าง
ประเทศส่งผลให้วานนี้ SET ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง 1.04% ปิดตลาดที่ 909.65 จุด โดยหุ้นขนาด
ใหญ่ในกลุ่มพลังงาน สื่อสาร และธนาคาร เป็นหุ้นกลุ่มนำตลาด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น
39,843 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 1,113 ล้านบาท การปรับลดลงของตลาดหุ้น
Dow Jones 1.39% จากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยกดดัน SET วันนี้ โดยมี
โอกาสปรับลดลงไปปิด GAP ทางเทคนิคที่บริเวณ 900 จุด สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ค.
จะประกาศวันนี้ คาดว่าจะออกมาดีต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะภาคการผลิต การบริ
โภค และการลงทุน ซึ่งจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ
หรือยุโรป ทำให้คาดการณ์ว่าเงินทุนจะยังไหลเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงนี้ โดยเงินบาทยังคงแข็ง
ค่าอยู่ที่ระดับ 31.3 บาท/ดอลลาร์ฯ เช้านี้
Investment Strategy: ปรับเพิ่มเป้าหมาย SET อิงวิธี Bottom Up เป็น 1,035 จุด
แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคารเมื่อ SET อ่อนตัวมาที่บริเวณ 900 จุด เราปรับ
เพิ่มมูลค่าพื้นฐาน SET อิงวิธี Bottom-Up เป็น 1,035 จุด สูงขึ้นประมาณ 12% จากเดิมที่
920 จุด ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการ Rollover มูลค่าพื้นฐาน SET อิงกับ Valuation ปี 2554
(ดูรายละเอียดในรายงานทิศหุ้นเดือน ก.ย.) โดยหุ้นกลุ่มธนาคาร และชิ้นส่วนยานยนต์ยังเป็นกลุ่ม
ที่เราให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากการขยาย
ตัวของเศรษฐกิจโดยตรง โดยเราให้ BBL, KBANK, TCAP, KTB, STANLY,และ SAT เป็น
หุ้นเด่นในกลุ่ม ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น เราคงแนะนำใช้กลยุทธ์ Let the profit run
โดยมีจุด Trailing Stop ที่ 885 จุด เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านขาลง สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ ได้แก่
• KTB – นอกจากจะได้รับผลดีโดยตรงจากแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจแล้ว ยังได้รับ
ประโยชน์จากโครงการลงทุนภาครัฐฯ... ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 15.6 บาท
• TCAP – การเข้าซื้อ SCIB ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินต่ำลง ขณะที่ยังได้รับผลดีจาก
การขยายธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งคิดเป็น 50% ของสินเชื่อทั้งหมด...ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 39 บาท
Futures Strategy :
แนะนำถือสถานะ LONG โดยมี Trailing Stop ที่ 610 จุด (ดูรายละเอียดใน
Derivative Strategy)
AUTO :
เพิ่ม TISCO และ EGCO เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +2.7% ดีกว่าอัตราผลตอบแทน
SET ที่ +0.7% (Update วันที่ 30 ส.ค. 53)
พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +2.7% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา
ผลตอบแทน +0.7% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 2.0% ในขณะที่
ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +231% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +28.3% อยู่ 158% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมี
อัตราผลตอบแทน 44% ดีกว่าผลตอบแทน SET ที่ 22.6% อยู่ 21.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
CPALL และ BBL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในพอร์ต หรือมีอัตราผลตอบแทน
+12.7% และ 1.8% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 4 ตัวต่อเนื่องจาก
สัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์
จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่า
ธรรมเนียม) CPALL (จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อแนวโน้มผลการ
ดำเนินงาน) ADVANC (มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมากขึ้นกรณีสัมปทาน 3G) และ เพิ่ม
QH เข้ามาในพอร์ต โดยเป็น Top Picks ในกลุ่มอสังหาฯ ซึ่งคาดว่าผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น
มากในช่วง 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 1.39% ขณะที่ดัชนี S&P 500
ปิดลดลง 1.47% โดยได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้
ส่งผลให้หุ้นกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่ม
สินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง ขณะเดียวกัน นักลงทุนลังเลที่จะเข้าลงทุนก่อนการเปิดเผยข้อมูลภาคการ
ผลิต, บริการและตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะยืนยันว่าการขยายตัวทาง
เศรษฐกิจกำลังชะลอลง
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ต.ค. ปิด
ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.63% มาปิดที่ 74.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจาก
ความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันการที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา
เปิดเผยว่าได้หารือกับบรรดาที่ปรึกษาเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยหนุนการฟื้นตัวทาง
เศรษฐกิจไม่ได้ช่วยหนุนตลาด อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันร่วงลงในเวลาต่อมา ขณะที่นักลงทุนใช้
ความระมัดระวังในการลงทุนก่อนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลข
ตำแหน่งงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานที่จะออกมาในวันศุกร์ที่ 3 ก.ย.
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบเยน ดอลลาร์ร่วงลงต่ำกว่า 85 เยนและยูโรร่วงลงมากกว่า 1%
เมื่อเทียบกับเยน หลังบีโอเจเพิ่มวงเงินกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ให้กับธนาคารสู่ 30 ล้านล้านเยน
(3.51 แสนล้านดอลลาร์) จาก 20 ล้านล้านเยน นอกจากนี้ ความเห็นจากนายมาซาเอกิ ชิรากาวา
ผู้ว่าการบีโอเจยังช่วยหนุนเยนขึ้นด้วย โดยระบุว่านายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ไม่ได้เรียกร้อง
เกี่ยวกับนโยบายการเงินของบีโอเจ และระบุว่า นโยบายของบีโอเจจะไม่ผูกติดกับการเคลื่อนไหว
ของเยนและหุ้น โดยการปรับตัวขึ้นของเยนเป็นผลจากการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ไม่มีรายงานดัชนีค่าระวางเรือเทกอง
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 31/08/10 เวลา 9:21:39
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น