วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 31/08/53

Market Highlight
วันนี้ แม้ตลาดหุ้นโลกผันผวนและ SETI ยังติดแนวต้านที่ 910 จุด แต่ด้วยปัจจัยขับ
เคลื่อนตลาดส่วนใหญ่ที่ยังดูเป็นบวก เราคาดว่า SETI มีแนวโน้มแกว่งตัว/ขึ้นต่อ
(sideways/sideways up)
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำให้ “ลุ้นทางบวก” ต่อ โดย SETI มีแนวต้านถัดไปที่
บริเวณ 925 จุด อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ผู้เล่นระยะสั้นและกลางเลื่อนจุดหยุดขาดทุนขึ้นมาที่
895 และ 890 จุด ตามลำดับ
ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 61569;=ACCELERATION) คือ AMATA, BAY,
BBL, TISCO, TMT ส่วนหุ้นแสดงสัญญาณลบ (& 61570;=DECELERATION) คือ
TOP
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BAY (20.9/22.1), PS (23.5/25.5), TISCO (34.-/39.-)
การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร:

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
วันนี้ :
BLA XD @ 0.20 บาท, KH XD @ 0.10 บาท
SAT-T1 SP ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.-21 ก.ย.53 (เพื่อการใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้น
สามัญครั้งสุดท้าย)

พรุ่งนี้ :
LLUXF XD @ 0.3223 บาท, PTTCH XD @ 1.45 บาท, SPACK XD @
0.62 บาท

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
31 ส.ค..53: ธปท.ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย เดือน ก.ค.53
2 ก.ย.53: ศาลปกครองกลางนัดฟังคำสั่งคดีโครงการมาบตาพุด (13:30 น.)
6 ก.ย.53: Labor Day (สหรัฐอเมริกา)
20 ก.ย.53:Respect for the Aged Day (ญี่ปุ่น)
21 ก.ย.53:สหรัฐกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
22-24 ก.ย.53: MID-AUTUMN FESTIVAL (จีน)
23 ก.ย.53: The day following chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยยังเดินหน้าขึ้นต่ออย่างแข็งแกร่งหลัง “ปักธง” ที่ระดับ 900 จุด
ได้เป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้ SETI +9.28 จุด (+1.03%) ปิดที่ 909.65 จุด มูลค่าซื้อขาย 40,127
ล้านบาท

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,009.73 จุด (-1.4%), S&P 1,048.92 จุด (-1.5%),
NASDAQ 2,119.97 จุด (-1.6%), Nikkei 8,935.79 จุด (-2.3%), AOI 4,471.6 จุด (-
0.3%), KOSPI 1,745.27 จุด (-0.8%)
กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติ, สถาบัน และ บล. ซื้อสุทธิ +1,113, +962 และ
+465 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่รายย่อยขายสุทธิ -2,541 ล้านบาท
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $74.70 (-0.6%), BDI 2,712 จุด (+0.3%),
GRM $3.45 (-16.9%), ทองคำ $1,236.30 (+0.0%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงินบาทยังแข็งขึ้นต่อเนื่อง โดยซื้อขายที่ 31.27-31.30 บาท/
ดอลลาร์
เศรษฐกิจ: วันนี้ ประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรง เอกชนเชื่อผลดีหลังมีความ
ชัดเจน
การเมือง: ผลเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข. ชี้คนกรุงยังหนุนรัฐบาล+ไม่เอาม็อบทั้ง “เหลือง”-
“แดง”
เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นยังเป็นบวก ตราบใดที่ SETI สามารถประคองตัว & 61619;895
จุดได้
วันนี้ แม้ตลาดหุ้นโลกผันผวนและ SETI ยังติดแนวต้านที่ 910 จุด แต่ด้วยปัจจัยขับ
เคลื่อนตลาดส่วนใหญ่ที่ดูเป็นบวก เราคาดว่า SETI มีแนวโน้มแกว่งตัว/ขึ้นต่อ
(sideways/sideways up) โดย SETI มีแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 925 จุด
ทางด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนว่าตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่
เศรษฐกิจอาจฟุบลงระลอก 2 (double-dip recession) อยู่ เห็นได้จาก ...
ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับฐานลงตามทิศทาง Wall Street
ตลาดพันธบัตร: กลับอ่อนลง ล่าสุดอัตราผลตอบแทน US10Y=2.5303% [ความ
หมาย: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล& 61668;=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุน
ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
ค่าเงินดอลลาร์: แกว่งตัวแคบๆ ล่าสุด=83.180 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$& 61668;=แรง
ขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: แกว่งแคบ (น้ำมัน& 61664;+ทองคำ& 61664;+BDI& 61668;) [ความหมาย: น้ำมัน+BDI =
สินทรัพย์เสี่ยง, ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำ “ลุ้นทางบวก” ต่อไป โดย SETI มีแนวต้านถัดไปที่ 910
และ 925 จุดตามลำดับ ทั้งนี้ เราแนะนำผู้เล่นระยะสั้นและกลางเลื่อนจุดหยุดขาดทุนขึ้นมาที่ 890
และ 885 จุด ตามลำดับ
ในระดับหุ้น หุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=“ACCELERATION”) คือ AMATA,
BAY, BBL, TISCO, TMT หุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=“DECELERATION”) คือ TOP

แนวโน้มระยะกลาง:
หากมองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่าง
แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก
ดังนี้
แต่คนส่วนใหญ่กลับอยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เนื่องจาก “ความกลัว” หลายประการ
คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการ
ผลิตในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา
เพราะ ...
ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจ
โลกจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดง
ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
เราคาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ใน
เอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ เอเชียไม่ได้ประสบปัญหารุนแรงเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นมาถึงเป้าหมายที่บริเวณ 850~900 จุดแล้ว แต่
เชื่อว่าตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 61678;”) และ
ช่วงกลาง (“& 61640;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 61694;”) ของรูปแบบตัว “U”
การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
เห็นได้จากยอดขายและกำไรสุทธิ 1H53 ที่ฟื้นตัวถึง +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา:
ตลท.]
คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อ
ชุมชน” ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง+
ยังรักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชีย
แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังออกงบ 2Q53 แล้ว นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมายใหม่ โดยใช้ “ราคาเป้า
หมายปี 54” แทน “ราคาเป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้
คำอธิบาย: OVERWEIGHT=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าเป็นกลุ่มที่
ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าให้ผลตอบ
แทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHT=ควรลงทุนน้อยกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะ
ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะนำนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี
โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=น้ำหนักของหุ้นแต่ละกลุ่มในสูตรคำนวณ SETI, “ผลตอบแทนของตลาด”=
อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากดัชนี SET Total Return Index (SETTRI)
ทั้งนี้ TRI=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งรวม 1) กำไร/ขาดทุน
จากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น; 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน; 3) เงินปันผล โดยมีข้อสมมติว่าเงินปันผล
ถูกนำไปลงทุนซ้ำในหลักทรัพย์ตัวเดิมด้วย



เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 31/08/10 เวลา 12:28:12

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น